
ภูเก็ตเนื้อหอม ดึงเม็ดเงินลงทุน 2.14 แสนล้าน จับตาอสังหาฯ บูมรับดีมานด์
ภูเก็ตจ่อเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.14 แสนล้านบาท จากโครงสร้างพื้นฐาน-ท่องเที่ยว-สุขภาพ ด้านอสังหาฯ ครึ่งปีแรกเปิดใหม่ 4,166 ยูนิต จับตาโค้งสุดท้ายไฮซีซั่น
KEY
POINTS
- ภูเก็ตดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐและเอกชนกว่า 2.14 แสนล้านบาทในโครงการเมกะโปรเจกต์ ทั้งสนามบิน ระบบขนส่งมวลชน การแพทย์ และค้าปลีก
- การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว โดยครึ่งแรกของปี 2569 มีโครงการเปิดใหม่ 67 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5.29 หมื่นล้านบาท
- ตลาดวิลล่ามีมูลค่าการพัฒนาสูงสุดกว่า 3.25 หมื่นล้านบาท (61%) โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการของกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศและการลงทุน
"ภูเก็ต" ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่อง โดยข้อมูลการรวบรวมโครงการสำคัญจาก Savills (ประเทศไทย) พบว่า โครงการภาครัฐและเอกชนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและผลักดันในจังหวัดภูเก็ตมีมูลค่ารวมกว่า 214,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งสนามบิน ระบบขนส่งมวลชน การแพทย์ ค้าปลีก และโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยครึ่งแรกปี 2569 มีโครงการเปิดใหม่ 67 โครงการ รวม 4,166 ยูนิต มูลค่าการพัฒนา 52,955 ล้านบาท สะท้อนการขยายตัวของอุปทานควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เมกะโปรเจ็กต์ 2.14 แสนล้าน เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจภูเก็ต
ข้อมูลจาก Savills (ประเทศไทย) ระบุว่า การลงทุนขนาดใหญ่ในภูเก็ตไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโครงการด้านการท่องเที่ยว แต่กระจายไปยังโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกี่ยวข้องกับการขยายตัวของเมือง โดยโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและผลักดันมีมูลค่ารวมกว่า 214,000 ล้านบาท
โครงการขนาดใหญ่ประกอบด้วย New Andaman Airport หรือท่าอากาศยานอันดามันแห่งใหม่ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท, Synthesis Ark Phuket ของตระกูลวานิช มูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท และ ระบบรถไฟฟ้ารางเบา เฟส 1 กรอบวงเงินประมาณ 35,350 ล้านบาท
รวมถึงการขยาย ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เฟส 2 มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร
ด้านระบบคมนาคมยังมีโครงการทางพิเศษป่าคลอก-บางคู ขณะที่แนวคิดการพัฒนา Andaman Ring Ports สนามบินน้ำ Monorail และระบบรถไฟฟ้าภูเก็ต สะท้อนทิศทางการเพิ่มทางเลือกด้านการเดินทางและการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในจังหวัด
สุขภาพ-ค้าปลีกเติมฐานเศรษฐกิจ ลดพึ่งท่องเที่ยวอย่างเดียว
นอกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางแล้ว ภาคการแพทย์และสุขภาพเป็นอีกกลุ่มที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ โดยสถาบันขั้นสูงเพื่อระบบสุขภาพที่ยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์ ที่มีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และ Bumrungrad International Hospital Phuket มูลค่าประมาณ 4,300 ล้านบาท
ขณะที่ภาคค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ยังมีโครงการ ICONPHUKET มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และ Siam Premium Outlets Phuket มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งเข้ามาเพิ่มองค์ประกอบด้านการค้าและบริการสำหรับนักท่องเที่ยวและกลุ่มกำลังซื้อสูง
การลงทุนในหลายภาคส่วนจึงมีผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของภูเก็ตในวงกว้าง ทั้งการเพิ่ม Connectivity และ Accessibility ตลอดจนการขยายขีดความสามารถด้านสนามบิน ระบบขนส่ง การแพทย์ และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะรองรับทั้งนักท่องเที่ยว ประชากร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
อสังหาฯ ครึ่งปีแรกเปิด 4,166 ยูนิต มูลค่า 5.29 หมื่นล้าน
ด้านตลาดที่อยู่อาศัย Savills (ประเทศไทย) รายงานว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ในภูเก็ต 67 โครงการ รวม 4,166 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการพัฒนาประมาณ 52,955 ล้านบาท โดยมีทั้งคอนโดมิเนียมและวิลล่า ขณะที่แรงหนุนสำคัญยังมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว กลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ และความต้องการบ้านพักตากอากาศ การลงทุน และการอยู่อาศัยระยะยาว
คอนโดมิเนียมเป็นตลาดที่มีจำนวนยูนิตเปิดตัวมากที่สุด โดยมี 16 โครงการ รวม 3,466 ยูนิต หรือประมาณ 83% ของยูนิตเปิดใหม่ทั้งหมด มูลค่าการพัฒนาประมาณ 20,450 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการยังเน้นทำเลท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเกาะ
สุรินทร์เป็นทำเลที่มีคอนโดมิเนียมเปิดตัวมากที่สุดในช่วงดังกล่าว จำนวน 672 ยูนิต จาก 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,050 ล้านบาท ตามด้วยเชิงทะเล 397 ยูนิต มูลค่าประมาณ 2,850 ล้านบาท และกมลา 363 ยูนิต มูลค่าประมาณ 2,300 ล้านบาท ขณะที่ Aceller Hotel & Residence ในพื้นที่ฉลองเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตสูงสุดโครงการหนึ่ง ด้วย 688 ยูนิต มูลค่าประมาณ 2,650 ล้านบาท
วิลล่าครองมูลค่าเปิดใหม่ 61% ต่างชาติหนุนตลาดลักชัวรี
แม้คอนโดมิเนียมจะครองสัดส่วนด้านจำนวนยูนิต แต่ตลาดวิลล่ามีมูลค่าการพัฒนาโดดเด่นกว่า โดยครึ่งแรกปี 2569 มีวิลล่าเปิดใหม่ 51 โครงการ รวม 700 ยูนิต มูลค่าประมาณ 32,505 ล้านบาท หรือมากกว่า 61% ของมูลค่าโครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ทั้งหมด
ตลาดวิลล่ายังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการบ้านพักตากอากาศและสินทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยมีกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรป รัสเซีย และเอเชีย เป็นฐานสำคัญ
ศรีสุนทรเป็นทำเลที่มีวิลล่าเปิดใหม่มากที่สุด จำนวนประมาณ 120 ยูนิต มูลค่าประมาณ 3,675 ล้านบาท ตามด้วยเชิงทะเล 84 ยูนิต มูลค่าประมาณ 3,425 ล้านบาท และกมลา 67 ยูนิต มูลค่าประมาณ 3,900 ล้านบาท ขณะที่ SLS Residences Phuket Kamala เป็นหนึ่งในโครงการที่มีมูลค่าสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท
ภาพรวมทำเลยังคงกระจุกตัวในฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ทั้งเชิงทะเล บางเทา สุรินทร์ กมลา และลายัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ ทั้งตลาดคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุนและวิลล่าระดับลักชัวรี
รายใหญ่จากกรุงเทพฯ ขยายพอร์ต รับตลาดต่างชาติ
ความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการรายใหญ่จากกรุงเทพฯ เป็นอีกปัจจัยที่สะท้อนการแข่งขันในตลาด โดย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ RHEA by Sansiri บริเวณหาดสุรินทร์ มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกปี 2569 และมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มเติม 4 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี
ขณะที่ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ยังคงขยายการพัฒนาในพื้นที่บางเทา เชิงทะเล และกมลา ส่วน บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนในจังหวัดภูเก็ต
การเข้ามาของผู้ประกอบการระดับประเทศ ประกอบกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมีทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานที่ขยายตัว โดยเฉพาะตลาดลักชัวรีคอนโดมิเนียมและวิลล่าที่พึ่งพากำลังซื้อจากต่างชาติเป็นหลัก
โครงสร้างพื้นฐานสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาที่ดิน-อสังหาฯ
ในมุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า 214,000 ล้านบาทมีนัยสำคัญมากกว่ามูลค่าการลงทุนโดยตรง เพราะโครงการสนามบิน ระบบขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่สามารถสร้างผลต่อเนื่องไปยังพื้นที่โดยรอบ ทั้งการเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง การขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนศักยภาพของทำเล
พื้นที่ตามแนวโครงสร้างพื้นฐานใหม่และพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อกับสนามบินได้สะดวกจึงมีโอกาสได้รับความสนใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น ทั้งโครงการโรงแรม ที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบน Luxury Residential, Serviced Apartments, Retail และ Mixed-use Development
อย่างไรก็ตาม การลงทุนจำนวนมากยังต้องพิจารณาควบคู่กับจังหวะการก่อสร้างและการเปิดให้บริการจริงของแต่ละโครงการ เนื่องจากผลต่อการพัฒนาเมืองและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์จะเกิดขึ้นแตกต่างกันตามระยะเวลาและตำแหน่งของโครงสร้างพื้นฐาน
ภาพรวมจึงสะท้อนว่าภูเก็ตกำลังเปลี่ยนจากเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยวเป็นหลัก ไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีทั้งการท่องเที่ยว การแพทย์ การค้าปลีก การบริการ และระบบคมนาคมเข้ามารองรับมากขึ้น โดยเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.1 แสนล้านบาทจะเป็นแรงส่งสำคัญต่อการพัฒนาเมืองในระยะยาว ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังต้องจับตาว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะส่งผ่านไปยังทำเลใหม่และมูลค่าที่ดินได้มากน้อยเพียงใด






