
ASW เผย 9 เดือนกวาดยอดขาย 1.53 หมื่นล้าน เร่งโครงการภูเก็ตรับไฮซีซั่น
ASW เผยยอดขาย 9 เดือนปี 2569 แตะ 15,287 ล้านบาท คิดเป็น 83% ของเป้าทั้งปี เดินหน้าเปิด 3 โครงการใหม่ รับตลาดปลายปีไฮซีซั่น
KEY
POINTS
- ASW ทำยอดขายสะสม 9 เดือนแรกได้ 15,287 ล้านบาท คิดเป็น 83% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี
- เตรียมเปิด 2 โครงการใหม่ในภูเก็ต มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท เพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นและความต้องการบ้านหลังที่สองจากลูกค้าต่างชาติ
- ไตรมาส 4 มีแผนเปิดตัวรวม 3 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท โดยเน้นตลาดคอนโดใกล้สถานศึกษาและตลาด Leisure Residence ในภูเก็ต
บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เผยยอดขายสะสม 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 15,287 ล้านบาท คิดเป็น 83% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 18,500 ล้านบาท โดยยอดขายหลักยังมาจากโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม ขณะที่ช่วงไตรมาสสุดท้ายเตรียมเปิด 3 โครงการใหม่ โดยให้น้ำหนักตลาดคอนโดมิเนียมในทำเลใกล้สถานศึกษาและตลาด Leisure Residence ในจังหวัดภูเก็ต รับปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยวและความต้องการบ้านหลังที่สองจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติ
9 เดือนยอดขายสะสม 15,287 ล้าน
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัททำยอดขายสะสมจากโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมรวม 15,287 ล้านบาท หรือประมาณ 83% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี 18,500 ล้านบาท
สำหรับยอดขายในไตรมาส 3 ส่วนหนึ่งมาจากโครงการ วินน์ บางมด–ประชาอุทิศ (WYNN Bangmod - Prachauthit) มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ซึ่งมียอดจองมากกว่า 50% ตั้งแต่ช่วงเปิดตัว ขณะที่โครงการกลุ่ม Campus Condo ในย่านรังสิตยังได้รับความสนใจจากนักศึกษา ผู้ปกครอง นักลงทุน และกลุ่ม First Jobber สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลใกล้สถานศึกษา
นายกรมเชษฐ์กล่าวว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่ตลาดกลุ่ม Campus Condo และคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้ายังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่มีส่วนสนับสนุนตลาดในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ มาตรการภาครัฐและการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยลดภาระด้านการเงินของผู้ซื้อ
จับตาน้ำท่วมกระทบทำเลระยะสั้น
สำหรับแนวโน้มช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 ASW ประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับทำเลที่อยู่อาศัยในระยะสั้น ขณะที่บริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการช่วยเหลือลูกบ้าน รวมถึงชุมชนโดยรอบ
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าภาคการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตลาดท่องเที่ยวสำคัญและมีความต้องการที่อยู่อาศัยจากทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติ
ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าภูเก็ตมีรัสเซีย จีน อินเดีย และยุโรปเป็นกลุ่มหลัก ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่มีศักยภาพสำหรับตลาดบ้านหลังที่สอง (Second Home) และการพักอาศัยระยะยาว (Long-Stay)
นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ภูเก็ตยังมีเที่ยวบินตรงใหม่จากยุโรป ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออก รวม 4 เส้นทาง ซึ่งบริษัทมองว่าจะช่วยสนับสนุนบรรยากาศตลาดในช่วง High Season และเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการ Leisure Residence
ASW เร่ง 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 4,000 ล้าน
ด้านแผนเปิดโครงการใหม่ ASW เตรียมเปิด 3 โครงการในช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยมีทั้ง Campus Condo และ Leisure Residence ขณะที่บริษัทระบุว่าจะพิจารณาจังหวะการเปิดโครงการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด
โครงการแรกคือ “เคฟ บลูม เกษตร” (KAVE Bloom Kaset) Campus Condo ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท ส่วนอีก 2 โครงการอยู่ในจังหวัดภูเก็ต พัฒนาภายใต้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ASW
ประกอบด้วย “เดอะ ฟิซซ์ กะตะ” (The Fizz Kata) คอนโดมิเนียมแห่งที่ 2 ของบริษัทบนทำเลหาดกะตะ มูลค่า 1,100 ล้านบาท เป็นการต่อยอดจากโครงการเดอะ คาตาเบลโล (THE KATABELLO) และ “เดอะ ควอทซ์ กะรน” (The Kuartz Karon) คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี มูลค่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายการพัฒนาเข้าสู่ทำเลหาดกะรนเป็นครั้งแรก
ทั้ง 3 โครงการมีมูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท และจะเป็นโครงการหลักที่เข้ามาเสริมยอดขายในช่วงปลายปี โดยเฉพาะ 2 โครงการในภูเก็ตที่บริษัทวางตำแหน่งเพื่อรองรับตลาด Leisure Residence และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านหลังที่สอง
เล็งขยายลงทุนภูเก็ตเพิ่ม รับดีมานด์ต่างชาติ
นายกรมเชษฐ์กล่าวว่า ตลาดภูเก็ตยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่บริษัทให้ความสำคัญ เนื่องจากมีทั้งตลาดท่องเที่ยวและตลาดที่อยู่อาศัยจากลูกค้าต่างชาติ ขณะที่ช่วงต้นปีโครงการ Leisure Residence อย่าง “เบียงกาน่า สุรินทร์” (Biancana Surin) ได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้บริษัทมีโอกาสพิจารณาขยายการลงทุนและเปิดโครงการใหม่ในภูเก็ตเพิ่มเติม
สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายของปี ASW เตรียมทั้งโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมโอนและโครงการใหม่เพื่อรองรับความต้องการในช่วง High Season โดยบริษัทจะเน้นการบริหาร Inventory ให้สอดคล้องกับดีมานด์ของแต่ละทำเล ควบคู่กับการเปิดโครงการใหม่
ทั้งนี้ ASW ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 18,500 ล้านบาท จากยอดขายสะสม 9 เดือนที่ทำได้แล้ว 15,287 ล้านบาท หรือเหลือยอดขายที่ต้องทำเพิ่มประมาณ 3,213 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 4 โดยบริษัทมองว่าตลาดภูเก็ตในช่วง High Season รวมถึงการบริหารสต๊อกโครงการที่มีอยู่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันยอดขายช่วงที่เหลือของปี






