
สะพานข้ามเจ้าพระยา'เกียกกาย'ใช้ปี70 บูมฝั่งธนฯ – สามเสน จากชุมชนเก่าสู่ เมืองหลากหลาย
กทม. อัปเตต แผนก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย เปิดใช้ปี70 ทั้งโครงการถนนเชื่อมต่อต้นปี71 จับตาบูมทำเลทองย่านฝั่งธนฯ –พระนคร สามเสนสู่เมืองพัฒนาอย่างหลากหลาย
KEY
POINTS
- โครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณแยกเกียกกายมีความคืบหน้าโดยรวมกว่า 50% คาดว่าจะเปิดให้บริการส่วนสะพานได้ภายในปลายปี 2570 เพื่อเชื่อมการเดินทางฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี
- การก่อสร้างส่งผลให้ราคาที่ดินในทำเลโดยรอบพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะย่านฝั่งธนบุรี (จรัญสนิทวงศ์) และฝั่งพระนคร (สามเสน, เกียกกาย) กลายเป็นทำเลทองที่น่าจับตา
- สะพานเกียกกายจะช่วยพลิกโฉมพื้นที่จากย่านชุมชนเก่าแก่ให้กลายเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น รองรับการพัฒนาเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ๆ
- โครงการนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรและสร้างโครงข่ายเชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญ เช่น อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีน้ำเงินในอนาคต
กรุงเทพมหานครเร่งรัดก่อสร้างโครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกเกียกกายและถนนเชื่อมต่อ ขนาด4-6ช่องจราจรระยะทางกว่า3กิโลเมตร ปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก โดยภาพรวมกว่า 50% โดยเฉพาะสัญญาที่ 2 สะพานข้ามแม่น้ำ คืบหน้าแล้ว 73.46% และคาดว่าจะเปิดให้บริการสะพานข้ามแม่น้ำได้ภายในปลายปี 2570 ขณะโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อ คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ตลอดทั้งโครงการประมาณต้นปี2571 เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจรและเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีเข้าด้วยกัน รวมถึงอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
อัปเดต3สัญญา สะพานเกียกกายและถนนเชื่อมต่อ
โดยสัญญาที่ 1 (ฝั่งธนบุรี) เริ่มต้นจากถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ (ถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน-สุทธาวาส) ผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์บริเวณบางอ้อ ข้างโรงพยาบาลยันฮี จนถึงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีงานก่อสร้างทางยกระดับเชื่อมต่อฝั่งธนบุรี คืบหน้ากว่า 47.61%
สัญญาที่ 2 (สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ช่วงที่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแม่น้ำ ขึ้นฝั่งหลังวัดแก้วฟ้าจุฬามณี จุดสิ้นสุดถนนทหาร โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มีความคืบหน้าอยู่ที่ที่ 73.46% ตัวสะพานมีขนาด 6 ช่องจราจร ความยาว 357 เมตร
สัญญาที่ 3 (ฝั่งพระนคร) จากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งพระนคร (วัดแก้วฟ้าจุฬามณี) ไปจนถึงแยกสะพานแดง ถนนเตชะวณิช (สุดถนนทหาร เริ่มต้นถนนประดิพัทธ์)งานก่อสร้างทางยกระดับและถนนฝั่งพระนครถึงแยกสะพานแดง มีความคืบหน้ามากกว่า 10% คาดว่าในส่วนพื้นราบจะเปิดให้บริการได้ ประมาณ ต้นปี2571
จากข้อมูลของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า เดิมทีกรุงเทพมหานครได้กำหนดเป็น 5 ช่วง ระยะทาง 6 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 12,717.4 ล้านบาท แต่เนื่องจาก ช่วงฝั่งพระนคร กระทบชุมชนเป็นวงกว้าง ประกอบกับงบประมาณมีจำกัด อาจเกิดความล่าช้า จึงพิจารราตัดออก 2 ช่วงหลัง หรือ ช่วงที่ 4 จากแยกสะพานแดง (ถนนเตชะวณิช) ตรงไปถึงแยกประดิพัทธ์ ข้ามทางรถไฟเลี้ยวซ้ายขนานไปกับทางรถไฟ จากนั้นเลี้ยวขวาไปจนถึงทางแยกที่ถนนพระราม 6 ตัดกับถนนกำแพงเพชร ใกล้ทางเข้าสถานีกลางบางซื่อ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์)
และช่วงที่ 5 จากปลายช่วงที่ 4 ตรงไปตามถนนกำแพงเพชร เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพหลโยธิน สิ้นสุดที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต โดยมีทางลงแยกไปลงที่ถนนกำแพงเพชร 2 มุ่งหน้าขนส่งหมอชิต 2 หลังปลายปี 2564 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน 5 เขตในท้องที่แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท และแขวงจตุจักร แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พ.ศ...
บูมทำเลทองฝั่งพระนคร-ธนบุรี ดันราคาที่ดินพุ่ง
อย่างไรก็ตาม สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกเกียกกาย และถนนเชื่อมต่อ พลิกโฉมทำเลทอง ราคาที่ดินขยับไปไกลมาก 3 แสนบาทต่อตารางวา โดยเฉพาะถนน จริญสนิทวงศ์ บริเวณ บางอ้อ และ จุดขึ้นลง บริเวณด้านข้างของโรงพยาบาลยันฮี ขณะบริเวณที่ข้ามถนนจริญสนิทวงศ์และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ไปยังถนนเชื่อมต่อ ถึงเลียบทางรถไฟสายใต้ เดิมบอกขายที่ 5 หมื่นบาทต่อตารางวา ขณะนี้กว่า1แสนบาทต่อตารางวาไปแล้วซึ่งล้วน เป็นทำเลที่น่าจับตา ที่สำคัญยังมีพื้นที่ว่างอยู่มาก
นอกจากนี้ ถนนเส้นดังกล่าวยังตัดผ่านและเชื่อมต่ออีกหลายเส้นทาง บริเวณย่านบางขุนนนท์ (ใกล้แยกไฟฉายและสถานีบางขุนนนท์) ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 (พรานนกตัดใหม่) เชื่อมต่อผ่านโครงข่ายถนนสุทธาวาสและบริเวณแยกไฟฉาย ถนนอิสรภาพ แนวถนนต่อเนื่องมาจากช่วงบริเวณสถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) ถนนบรมราชชนนีซึ่ง มีจุดตัดและทางเชื่อมโยงในพื้นที่ตลิ่งชัน อีกทั้งถนนกาญจนาภิเษกออกไปทางโซนตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา
อย่างไรก็ตาม มองว่าไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มโครงข่ายการเดินทางและบรรเทาความแออัดคับคั่ง ของปริมาณรถที่มาจากฝั่งพระนครไปยังฝั่งธนบุรีและฝั่งธนบุรีข้ามฝั่งไปยังพระนคร จากสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย แต่กำลังสร้าง โครงข่ายใหม่ระหว่างฝั่งธนบุรี เกียกกาย ถนนสามเสน ดุสิต สะพานแดง ซึ่งมีผลต่อศักยภาพที่ดินที่จะเปลี่ยนจากที่อยู่อาศัยเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของทั้งสองฝั่ง
เปิด5 โซนทำเลทองได้อานิงสงส์
ย่านเกียกกาย–ถนนทหาร
ทำเลที่น่าจับตาที่สุดในระยะกลางสะพานเกียกกาย (สะพานขึงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพื้นที่ เพราะถนนทหารเป็นหนึ่งในแนวทางขึ้น-ลงและถนนต่อเชื่อมของโครงการปัจจุบันกรุงเทพมหานคร ก่อสร้างบนถนนทหารโดยตรง ทั้งงานฐานราก ทางยกระดับ และการเชื่อมต่อกับสะพานเกียกกาย
สะท้อนว่าพื้นที่นี้กำลังเปลี่ยนจาก ถนนภายในย่านเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายการเดินทางระดับ บริเวณสะพาน ได้อานิสงส์โดยตรงจากสะพาน มีโอกาสเกิดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ตามแนวถนนมากขึ้น เดินทางเชื่อมดุสิต–บางซื่อ–เตาปูนได้สะดวกขึ้น เหมาะกับอสังหาฯ ที่ต้องการจับลูกค้าคนทำงานและผู้เช่าแต่ต้องระวัง ช่วงก่อสร้างอาจมีผลกระทบด้านการจราจรและการเข้า-ออกแปลงที่ดิน ขณะที่ราคาที่ดินบางจุดอาจสะท้อนความคาดหวังเรื่องโครงการไปแล้ว
ย่านสามเสน -แยกเกียกกาย–รัฐสภา
มองว่าเป็นทำเลศักยภาพ มีโอกาสเปลี่ยนจากย่านพักอาศัยเดิมไปสู่ย่านเมืองที่มีความหลากหลายมากขึ้น พราะเป็นแนวถนนที่โครงการเชื่อมเข้ามา และบริเวณนี้มีทั้งรัฐสภา โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และหน่วยงานราชการอยู่ในรัศมีเดียวกัน ในภาพรวมของระบบรางในอนาคต แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ที่อยู่ระห่างก่อสร้าง และมีเส้นทางจากเตาปูนผ่านถนนทหาร–แยกเกียกกาย–ถนนสามเสน ก่อนเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ด้วย รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
ความน่าสนใจคือ ดีมานด์ไม่ได้มาจากกลุ่มเดียวมีทั้งคนทำงาน ข้าราชการ บุคลากรทางการแพทย์ นักเรียน/นักศึกษา ผู้พักอาศัยเดิม ผู้มาใช้บริการพื้นที่ราชการ จึงมีโอกาสพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม โฮมออฟฟิศ ร้านอาหาร ค้าปลีกขนาดย่อม จากเดิมเป็นย่านเก่าแก่และเป็นชุมชนใหญ่
ย่านสะพานแดง–ประชาราษฎร์สาย 1–บางซื่อ
โซนนี้น่าสนใจ ในฐานะ ทำเลต่อเนื่อง มากกว่าทำเลหน้าสะพาน ข้อดีคือได้รับประโยชน์จากการที่การเดินทางไม่ได้หยุดอยู่แค่แยกเกียกกาย แต่มีการต่อโครงข่ายไปยังสะพานแดงและพื้นที่บางซื่อ อีกด้านหนึ่ง การเชื่อมกับระบบรถไฟฟ้าและสถานีเตาปูนทำให้พื้นที่บางส่วนมีโอกาสรับดีมานด์จากผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าเมืองโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าโดยตรง
กลยุทธ์ที่น่าสนใจจึงไม่ใช่การซื้อแปลงที่แพงที่สุดริมถนนใหญ่ แต่เป็นการมองหา ที่ดินหลังแนวถนนหลัก ที่ยังมีส่วนต่างราคาโดยเฉพาะแปลงที่เข้าออกถนนหลักได้ง่าย ใกล้ทางเชื่อม ราคายังไม่สะท้อนศักยภาพเต็มที่
ย่านฝั่งธนบุรี–บางพลัด–จรัญสนิทวงศ์
มาที่ย่านพระเอก ของฝั่งธนบุรี โซนนี้มีความน่าสนใจอีกแบบ เพราะเป็นฝั่งต้นทางของสะพานโครงการช่วงที่ 1 เป็นทางยกระดับและถนนฝั่งธนบุรี ระยะประมาณ 650 เมตร ก่อนเข้าสู่ช่วงสะพานข้ามเจ้าพระยาประมาณ 480 เมตร ดังนั้น พื้นที่ฝั่งธนบุรีที่เชื่อมเข้าหาสะพานได้สะดวกมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเดินทางข้ามฝั่งที่รวดเร็วขึ้นแต่จะไม่มอง ฝั่งธนบุรีทั้งหมดเป็นกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้ทำเลที่น่าสนใจจริงจะเป็นแปลงที่อยู่ใกล้จุดขึ้น-ลงและถนนเชื่อมหลัก มากกว่าที่ดินซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในซอยเพราะอสังหาริมทรัพย์จะได้ประโยชน์จาก “การเข้าถึง” มากกว่าการอยู่ใกล้สะพานในเชิงระยะทางเพียงอย่างเดียว
ย่านดุสิต–ราชวิถี–พระนคร
โซนนี้อาจไม่ได้เป็นผู้ชนะในแง่ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นจากสะพานโดยตรง แต่มีจุดแข็งเรื่อง ความเป็นเมือง อยู่แล้วน่าสนใจสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จับตลาดเฉพาะ เช่นอาคารพักอาศัยขนาดเล็ก บูติก เรสซิเดนซ์ หรือ ที่พักอาศัยสไตล์บูติก เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ร้านอาหาร คาเฟ่ อาคารเชิงพาณิชย์ที่เจาะกลุ่มคนทำงานและนักท่องเที่ยว
ข้อสังเกตสำคัญคือพื้นที่เก่าในดุสิตและพระนครมีข้อจำกัดด้านผังเมือง อาคาร และบริบทชุมชนมากกว่าพื้นที่รอบเกียกกาย ดังนั้น ศักยภาพเชิงทำเลสูง แต่ไม่ได้แปลว่าพัฒนาได้เต็มที่ทุกแปลง
ที่แน่ๆ ที่นี่ สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำบริเวณแยกเกียกกาย กำลังกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ เชื่อมระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีอย่างไร้รอยต่อ และสร้างมูลค่าจากชุมชนเก่าแก่ เป็นเมืองขยายอันหลากหลายได้อย่างมหาศาล ซึ่งเชื่อว่ามีนายทุน ดีเวลลอปเปอร์จำนวนไม่น้อยเข้าไปปักหมุดขึ้นโครงการกันบ้างแล้ว







