thansettakij
thansettakij
ดีลล่ม ที่ดินห้างบิ๊กคิงส์ บางใหญ่  หลัง ‘เจ้าสัวเจริญ’ ทาบซื้อ 17ไร่ 1,900ล้าน

ดีลล่ม ที่ดินห้างบิ๊กคิงส์ บางใหญ่ หลัง ‘เจ้าสัวเจริญ’ ทาบซื้อ 17ไร่ 1,900ล้าน

26 ส.ค. 69 | 10:33 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ส.ค. 69 | 11:18 น.

ดีลล่ม ‘เจ้าสัวเจริญ’ -เจ้าของที่ดิน ห้างบิ๊กคิงส์ บางใหญ่ นนทบุรี  17ไร่  ตกลงกันไม่ลงตัว หลัง ทาบซื้อ 1,900ล้านผุดมิกซ์ยูส

KEY

POINTS

  • ดีลการซื้อขายที่ดินห้างบิ๊กคิงส์ บางใหญ่ ขนาด 17 ไร่ ระหว่างกลุ่มของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี และเจ้าของที่ดินประสบความล้มเหลว
  • สาเหตุหลักเกิดจากการเจรจาต่อรองราคาและค่าธรรมเนียมการโอนที่ไม่ลงตัว โดยฝั่งเจ้าสัวเจริญเสนอซื้อในราคา 1,900 ล้านบาท จากที่ผู้ขายตั้งไว้ 2,100 ล้านบาท
  • ประเด็นสำคัญที่ตกลงกันไม่ได้คือค่าโอนกรรมสิทธิ์มูลค่า 120 ล้านบาท ซึ่งผู้ขายต้องการให้ผู้ซื้อรับผิดชอบทั้งหมดหากซื้อในราคาที่ต่ำกว่าที่เสนอ แต่ผู้ซื้อต้องการแบ่งจ่ายคนละครึ่ง
  • ส่งผลให้ที่ดินแปลงดังกล่าวต้องกลับมาติดป้ายประกาศขายใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางความสนใจจากผู้ประกอบการรายอื่น

ที่ดินห้างบิ๊กคิงส์ ของบริษัทบิ๊กคิงส์จำกัด ย่านบางใหญ่ ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างอีกครั้ง เมื่อ มีกระแสข่าวแว่วออกมาว่า ดีลการเจรจา ซื้อขายที่ดิน ของ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของอาณาจักร ทีซีซีกรุ๊ป  -กลุ่มไทยเบฟ  อาจจะ มีอันต้องล่มลง เนื่องจาก ติดปัญหาที่ตกลงกันไม่ได้ บางประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา ตลอดจนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์  จึงนำมาซึ่งการติดประกาศขายที่ดินห้างบิ๊กคิงส์ครั้งใหม่  หลังจาก อาคารได้ถูกรื้อทิ้งออกไปแล้ว

เบื้องลึกดีลล่มเจ้าสัวเจริญ-เจ้าของที่ดินบิ๊กคิงส์

เบื้องลึกของการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ มีรายงานข่าวจากคนในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระบุว่า เจ้าของที่ดินห้างบิ๊กคิงส์ ได้ตั้งราคาขายแบบยกแปลง จำนวน 17- 1-56 ไร่ ในราคา 2,100ล้านบาท ส่วนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินออกคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ในเวลาต่อมาทางเจ้าสัวเจริญได้สนใจและต่อรองราคาที่ดินแปลงดังกล่าว ที่1,900ล้านบาท  

 

ในขณะที่ค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ขอออกคนละครึ่งกับเจ้าของที่ดินแต่ทางฝั่งผู้ขายมองว่าหาก ซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่เสนอขาย มองว่าผู้ซื้อควรรับภาระค่าโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งหมด ที่120 ล้านบาท แต่ ในทางปฎิบัติไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะผู้ซื้อขอให้เจ้าของที่ดินออกคนละครึ่งคือคนละ 60ล้านบาท แต่ในที่สุดต้องเดินคนละทางเนื่องจากต่างฝ่ายต่างไม่รับข้อเสนอซึ่งกันและกัน

มองว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ขณะราคาที่ดินมองว่าขยับร้อนแรง ที่ เกือบ 3แสนบาทต่อตารางวา จากการเข้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะที่ดินในแนวรถไฟฟ้า อย่างที่ดินแปลงห้างบิ๊กคิงส์ อย่างไรก็ตาม

10รายสน

ยังมีรายงานอีกว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวมีศักยภาพสูง พบว่ามีผู้ประกอบการให้คนสนใจมากกว่า10 ราย ทั้งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์  คนในตระกูลล่ำซำ เป็นต้น  นอกจากนี้แปลงที่ดินติดกันยังมีที่ดินแปลงว่างเปล่าอีกจำนวน10ไร่ ราคาตารางวาละ 1.7 แสนบาท พร้อมขายและสามารถนำมารวมแปลงได้ เป็น 27ไร่หากใครสนใจซื้อ   

บางใหญ่ย่านพาณิชยกรรมใหม่ เชื่อมกทม.

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงทำเลบางใหญ่ จ.นนทบุรี  ในมุม อสังหาริมทรัพย์ และการอยู่อาศัย ประเมินว่า เป็นทำเลที่มีศักยภาพ  เด่นเรื่องการเดินทาง เชื่อม กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง และรายล้อมไปด้วย ศูนย์กลางการค้าชั้นนำ  คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร คอมมูนิตี้มอลล์ ขณะที่ราคาที่ดิน ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับ กรุงเทพมหานคร และเหมาะกับคนที่ต้องการบ้านมากกว่าคอนโดใจกลางเมือง

จุดแข็งที่สุดของบางใหญ่คือเป็น จุดตัดของโครงข่ายคมนาคมหลายระบบ ได้แก่ ถนนกาญจนาภิเษก, รัตนาธิเบศร์, ทางพิเศษศรีรัช–วงแหวนรอบนอก และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ขณะที่ M81 บางใหญ่–กาญจนบุรีช่วยเพิ่มศักยภาพการเดินทางไปฝั่งนครปฐม –กาญจนบุรี

อีกตัวดึงคนสำคัญคือศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งอยู่ตรงจุดตัดกาญจนาฯ–รัตนาธิเบศร์ และมีทางเชื่อมกับสถานีตลาดบางใหญ่ ทำให้บริเวณนี้ไม่ได้เป็นเพียง ชานเมืองที่อยู่อาศัย แต่มีลักษณะเป็นศูนย์กลางการค้าและบริการของนนทบุรีฝั่งตะวันตกด้วย

บิ๊กโปรเจ็กต์ใหญ่ขึ้นพรึ่บ

ที่น่าจับตา ในย่านบางใหญ่ จะมีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้น ทั้งสปอร์ตคอมเพล็กซ์ของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ คือโปรเจ็กต์พัฒนาที่ดินส่วนตัวแปลงใหญ่ขนาดประมาณ 27 ไร่ ย่านบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี  ซึ่งอยู่บริเวณที่ตั้งเดิมของโฮมโปรและบิ๊กซีเก่า ข้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ที่ขณะนี้ได้หมดอายุลง  และอยู่ตรงข้าม กับที่ดิน แปลงห้างบิ๊กคิงส์ ดังกล่าวอีกด้วย 

เปิดผู้ถือหุ้น "บิ๊กคิงส์" 

สำหรับ บริษัท บิ๊กคิงส์ จำกัด ผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย

1.ฉัตรบดินทร์ บดินทร์ภักดีกุล  42.00 %  
2.สุณัฎฐา บดินทร์ภักดีกุล  40.00 %  
3.ทิพอาภา จงจุตรภัทร  7.03 %  
4.วนิดา บดินทร์ภักดีกุล  7.02 %  
และ5.ประพา นุสติ  3.95 %

ประวัติศาสตร์ห้างบิ๊กคิงส์ 
ห้างบิ๊กคิงส์ บางใหญ่ เป็นอดีตห้างสรรพสินค้าและจุดนัดพบชื่อดังในจังหวัดนนทบุรี ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ก่อนจะปิดตัวลงอย่างถาวรในปี พ.ศ. 2554 และถูกรื้อถอนเพื่อพัฒนาใหม่ในปัจจุบัน 
ประวัติและความรุ่งเรือง
•    เปิดให้บริการ (พ.ศ. 2539) บิ๊กคิงส์ บางใหญ่ เปิดตัวขึ้นโดยบริษัท บิ๊กคิงส์ จำกัด (ในเครือเมอร์รี่คิงส์) เป็นอาคารขนาดใหญ่สูง 5 ชั้น และมีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น ถือเป็นห้างที่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งในย่านบางใหญ่ก่อนจะมีห้างยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน 
•    การเพิ่มส่วนเมอร์รี่คิงส์ (พ.ศ. 2542) มีการเปิดให้บริการในส่วนของห้างเมอร์รี่คิงส์ บางใหญ่ เพิ่มเติมในพื้นที่เดียวกัน 
•    ศูนย์รวมวัยรุ่นและจุดนัดพบ ในยุคนั้นเป็นแหล่งฮิตของคนในพื้นที่และวัยรุ่น มีทั้งลานสเก็ต คอนเสิร์ต การจัดงานอีเวนต์ และตลาดเปิดท้ายขายของบริเวณชั้นบน 
ช่วงขาลงและการปิดตัว
•    วิกฤตและแข่งขันสูง หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และการเข้ามาของโมเดิร์นเทรดรายใหญ่ ทำให้ประสบปัญหาทางธุรกิจ
•    ปิดตัวลง (พ.ศ. 2554) ความนิยมเสื่อมลงตามกาลเวลาและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ทำให้ห้างต้องปิดให้บริการถาวร ทิ้งอาคารและพื้นที่ให้รกร้างว่างเปล่าอยู่นานหลายปี