thansettakij
thansettakij
ผังกทม.ใหม่ บูมทำเลทองริมเจ้าพระยา รับทุนยักษ์ ปักหมุดสนั่นเจริญกรุง-เจริญนคร

ผังกทม.ใหม่ บูมทำเลทองริมเจ้าพระยา รับทุนยักษ์ ปักหมุดสนั่นเจริญกรุง-เจริญนคร

05 ส.ค. 69 | 01:31 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ส.ค. 69 | 01:51 น.

ผังกทม.ใหม่ รถไฟฟ้า บูมทำเลทองริมเจ้าพระยา เปิดพื้นที่ใช้ประโยชน์ที่ดิน สีน้ำตาล ปั้นมิกซ์ยูสได้ หลังทุนยักษ์ ทายาทเจ้าสัวเจริญ - เจ้าสัวซีพี -สยามพิวรรธน์ ปักหมุดบิ๊กโปรเจ็กต์แสนล้านสนั่นเจริญนคร-เจริญกรุง ดันราคาที่ดินพุ่งทะลุล้านบาทต่อตารางวา     

KEY

POINTS

  • ผังเมือง กทม. ฉบับใหม่ได้ปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสีน้ำตาลและสีแดง เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสและอาคารขนาดใหญ่
  • กลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งฝั่งเจริญกรุง (เอเชียทีค) และฝั่งเจริญนคร (ไอคอนสยาม) ทำให้กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก
  • การลงทุนและผังเมืองใหม่ส่งผลให้ราคาที่ดินย่านเจริญกรุง-เจริญนครพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ช่วยสนับสนุนการเติบโต

 

ทำเลริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยากลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดของกรุงเทพมหานครหลังบิ๊กทุนรายใหญ่ทยอยเข้ามาปักหมุดลงทุนทั้งฝั่งเจริญนครและเจริญกรุง ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ความเจริญขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นที่นิยมของต่างชาติ ส่งผลให้พื้นที่แห่งนี้ก้าวขึ้นเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก และจุดหมายปลายทางสำคัญของทั้งนักท่องเที่ยว นักลงทุน และผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียม โรงแรม ศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหาร กิจกรรมทางน้ำ เกิดขึ้นตลอดสายน้ำ

ภาพประกอบพื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อีกหนึ่งทำเลทองของกรุงเทพมหานคร

 

 ผังเมืองกทม.ใหม่ บูมทำเลทองหนุน ปั้นมิกซ์ยูสหรูริมน้ำ

ความเจริญที่แผ่ขยาย โดยรอบพื้นที่ ประกอบกับมีรถไฟฟ้าพาดผ่านทั้ง สายสีน้ำเงิน บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ อีกทั้งสายสีทอง รถไฟฟ้าสายสีเขียว เกิดการขยายตัวทั้งในพื้นที่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง และรวมถึง พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า ส่งผลให้ ทำเลย่านดังกล่าว โดยเฉพาะเจริญกรุง ฝั่งพระนครและ เจริญนครฝั่งธนบุรี คลาคล่ำไปด้วยตึกสูงอาคารขนาดใหญ่ รายรอบ

ส่งผลให้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(ฉบับปรับปรุงครั้งที่4) ปรับการใช้ประโยชน์ที่ดิน รัศมีริมแม่น้ำเจ้าพระ รวมถึง แนวรถไฟฟ้า เป็นพื้นที่สีน้ำตาล (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง)  พัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่  มิกซ์ยูส ทั้งสองฝั่งโดยเฉพาะ ย่านเจริญกรุง ฝั่งพระนคร และ เจริญนคร ย่านฝั่งธนบุรี  ที่น่าจับตาบริเวณ ไอคอนสยาม  และ เอเชียทีค  ผังเมืองรวมกรุงเทพฉบับใหม่กำหนดให้เป็น พื้นที่สีแดง(พ.5) พัฒนาเชิงพาณิชย์  แม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าพื้นที่ ขณะราคาที่ดิน ขยับสูง ฝั่งเจริญกรุง บริเวณเอเชียทีค อยู่ที่ 1.5 ล้านบาทต่อตารางวา เนื่องจากอยู่ฝั่งพระนครและเชื่อมเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างสุรวงศ์ สาทร สีลมได้อย่างสะดวกรวดเร็ว  ในขณะที่ฝั่งเจริญนคร บริเวณไอคอนสยาม อยู่ที่ กว่า7แสนบาทต่อตารางวา และในระยะเวลาอันใกล้จะทะลุไปที่1ล้านบาทต่อตารางวา เนื่องจาก พื้นที่โดยรอบมีการพัฒนาเป็นตึกสูงคอนโดมิเนียมอยู่อย่างไม่ขาดสายโดยเฉพาะค่ายใหญ่แบรนด์ดัง

  

พลิกที่ดินโรงไม้เก่าสู่ศูนย์การค้าหรูริมน้ำ

 สำหรับย่านเจริญนคร ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับทำเลย่านนี้อย่างมาก เมื่อ ทุนใหญ่อย่าง คงหนีไม่พ้น ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าสุดหรูริมแม่น้ำแห่งแรกของไทย จากโรงสีสิบเก้า และ ตลาดศิรินทร์ เนื้อที่50ไร่  ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน พลิกโฉมเป็นแลนด์มาร์กย่านช้อปปิ้งระดับโลก มูลค่ากว่า5หมื่นล้านบาท สร้างปรากฎการณ์ท่ามกลางสายน้ำ ที่เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี2561เป็นต้นมา

รวมถึงโครงการแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ คอนโดมิเนียมหรู70ชั้นสูงที่สุดในกรุงเทพมหานครในพื้นที่ไอคอนสยาม  และเดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ อาคารที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักเซอรีสูง 52 ชั้น  จากการร่วมลงทุนระหว่าง  สยามพิวรรธน์, แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญนคร

ส่งผลให้ย่านนี้จากเมืองที่เงียบสงบเป็นย่านคึกคักมีกิจกรรมหลากหลายผสมผสานกับการท่องเที่ยวทางน้ำ ร้านอาหาร โรงแรมหรู ขณะราคาที่ดินก่อนหน้านี้ที่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) และพันธมิตรในขณะนั้นซื้อต่อมาจากบริษัท สยามอรุณ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (ในเครือศรีกรุงวัฒนา) ราคาหลักหมื่นบาทต่อตารางวา ขณะปัจจุบันทยานไปอย่างต่อเนื่อง หรือที่ กว่า7แสนบาทต่อตารางวาดังกล่าว

สะท้อนว่า ทำเลที่ตั้งแม้จะอยู่ฝั่งธนบุรี การเดินทาง ใช้เรือข้ามฝาก และเชื่อมต่อโดยรถไฟฟ้ารางเบาสายสีทอง จากสายสีเขียว วิ่งเข้าสู่ศูนย์การค้า แต่หากการตอกย้ำความเป็นแบรนด์หรูและใช้เสน่ห์แห่งสายน้ำ สายเดียวสร้างแรงดึงดูด ที่ ผังเมืองกรุงเทพมหานครฉบับใหม่  ประเมินว่า เป็นแม่น้ำที่ งดงาม และสร้างกิจกรรมทางน้ำทั้งสองฝั่งได้ ไม่ต่างจากแม่น้ำเทมส์ แม่น้ำสายใหญ่ ของอังกฤษทางตอนใต้ ที่มีขนาดใกล้เคียงกับแม่น้ำเจ้าพระยา 

อีกทั้งทำให้ทำเลนี้น่าจับตาอย่างมากที่เป็นทั้งย่านช้อปปิ้งและที่อยู่อาศัยที่ราคาถูกกว่าและวิ่งเข้าแหล่งงานในย่านสีลม สาทร โดยรถไฟฟ้า  เมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยฝั่งพระนครทำเลในเมืองที่ราคาจับต้องยาก ราคาที่ดินระดับ2-3ล้านบาทอัพต่อตารางวา     

เอเชียทีคอาณาจักรเจ้าสัวเจริญ พลิกโฉมริมน้ำเจ้าพระยาครั้งใหญ่

ขณะอีกฝั่งไม่น้อยหน้า ย่านถนนเจริญกรุงฝั่งพระนคร อาณาจักรใหญ่ของเจ้าสัวเจริญ  เอเชียทีค  สร้างประวัติศาสตร์แห่งสายน้ำ ภายใต้ แอสเสท เวิรด์ คอร์ป  (AWC) นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานกรรมการบริหารทุ่มงบกว่า 2,000 ล้านบาท ผุดโปรเจ็กต์เคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกของไทยเชื่อมเอเชียทีค และร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลก MONA จากออสเตรเลีย เปิดตัว MONA Bangkok บนพื้นที่ริมน้ำ 20 ไร่ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและความยั่งยืนระดับโลก

แลนด์มาร์กใหม่  ผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และการเดินทางที่ยั่งยืนเข้ากับโครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ วิวโค้งน้ำแบบพาโนรามาผ่าน “เอเชียทีค สกาย" ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ระดับความสูง 60 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 20 ชั้น เรียกว่าเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่พร้อมรับการท่องเที่ยวระดับโลก ตอบโจทย์วิถีชีวิตหลากหลายมิติ ภายใต้แนวคิด “Heritage Alive” ขณะการเดินทาง สะดวกสบาย ครอบคลุมการเดินทาง ทั้งทางเรือ รถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สายสีลม)

 เอเชียทีค ที่ดินสมัยรัชกาลที่5  

 สำหรับโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างซอยเจริญกรุง 72-76 ถนนเจริญกรุงบนที่ดินกว่า72ไร่  ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับวิวโค้งน้ำแบบพาโนรามาที่สวยที่สุดในกรุงเทพมหานคร หนึ่งในแลนด์มาร์กของประเทศไทย โดยการนำท่าเรือสินค้าระหว่างประเทศแห่งแรกของไทยในสมัยรัชการที่ 5 มาปรับปรุงและตกแต่งเพิ่มเติมในสไตล์โคโลเนียล ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตกและของท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นการพลิกโฉมวงการรีเทลของเมืองไทย โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นย่านเจริญกรุง ย่านกลางเมือง ย่านโรงงาน และย่านริมน้ำ เพื่อรองรับและตอบทุกโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายใต้แนวคิด “Heritage Alive”

ทุ่ม5,000ล้าน พลิกโฉมล้ง 1991 ตระกูลหวั่งหลี

ทำเลไม่ห่างจากไอคอนสยาม ย่านคลางสาน เจริญนคร สร้างอาณาจักร ด้านสุขภาพระดับโลก ซึ่งจะมาสนับสนุน ซึ่งกันและกัน ทำให้ย่านนี้ มีพลังมากขึ้นนอกจากศูนย์การค้าหรูริมน้ำ  โดยนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AWC ทุ่มงบกว่า 3,436 ถึง 5,000 ล้านบาท เช่าพื้นที่ประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “ล้ง 1919” จากตระกูลหวั่งหลีเป็นเวลา 64 ปี เพื่อพลิกโฉมเป็นโครงการลักชัวรีและแลนด์มาร์กด้านสุขภาพระดับสากล ภายใต้ชื่อ “The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside” ที่เปิดตัวไปไม่นานมานี้ ที่มีแนวคิดหลัก พัฒนาเป็น The Integrated Wellness Destination และเป็นส่วนหนึ่งของแผน The River Journey เชื่อมต่อการท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยา

การพัฒนา ในครั้งนี้ นอกจากทำให้ย่านนี้เจริญแล้ว ยังสร้างชุมชนคลองสานให้แข็งแรงและมีรายได้ จากอาคารริมน้ำที่เป็นที่อยู่อาศัยธรรมดาๆ กลับกลายเป็น แหล่งที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินเข้าถึงพื้นที่ ทั้งเพื่อชมความงามแห่งสายน้ำแล้วยังจับจ่ายซื้อของจากชุมชนที่ตั้งขาย และร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ทิ้งไว้สู่สายตาชาวโลก

สำหรับ ล้ง 1919   เป็นศูนย์การค้าแนวราบริม แม่น้ำเจ้าพระยา ด้านฝั่งธนบุรี  ตั้งอยู่ที่ปลายสุดของ ถนน  เชียงใหม่ แขวงคลองสาน เขตคลองสานกรุงเทพมหานคร ดำเนินกิจการโดยตระกูลหวั่งหลี ตั้งอยู่ติดกับบ้านหวั่งหลี มีเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ และพื้นที่อาคาร 6,800 ตารางเมตร โดยอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ย่าน ตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ในฝั่งพระนครคร โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน  2560 ปัจจุบันตระกูลหวั่งหลีปล่อยเช่าพื้นที่ให้AWC  บริหารงานจนถึงปี  2628

ล้ง 1919 เกิดขึ้นจากการบูรณะอาคารเก่าทั้งหมด มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีน ก่ออิฐถือปูนและการใช้โครงสร้างไม้ที่ยังคงเก็บรูปแบบอย่างเดิมไว้ ลักษณะของโครงการนี้คล้ายคลึงกับ  เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์ เดสติเนชั่น   ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ภายในล้ง 1919 ประกอบด้วย โกดังเก่าของตระกูลหวั่งหลี ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ในเขตคลองสาน ท่าเรือหวั่งหลี ลานกิจกรรมกลางแจ้ง และ Co-Working Space

 บูมริมเจ้าพระยาย่านฝั่งธนฯ “อีสต์เอเชียติก” อาคารเก่า 130 ปี -ที่ดินท่าเรือเป๊ปซี่

นอกจากนี้ที่ดินริมน้ำย่านฝั่งธนบุรี ตรงข้ามเอเชียทีค โครงการ “อีสต์เอเชียติก” อาคารเก่าที่มีอายุถึง 130 ปี และศูนย์การค้า “โอ.พี.เพลส” ทั้ง 2 โครงการอยู่ติดกับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลรวมทั้งที่ดินตรงท่าเรือเป๊ปซี่ประมาณ 10 ไร่ใกล้โครงการไอคอน สยาม เลยเรื่อยไปจนถึงที่ดินริมน้ำในอำเภอบางไทร จังหวัดอยุธยาซึ่งแต่ละโครงการจะมีกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าที่ชัดเจน และในอนาคตทุกโครงการจะสามารถเชื่อมต่อเป็น The River Journey ที่จะสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวริมแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ในเมืองไทยให้กับกลุ่มคนไทยและต่างประเทศ ได้อย่างน่าประทับใจ

นี่คือสองอาณาจักรยักษ์ใหญ่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สร้างแรงกระเพื่อมไม่รู้จบ และพร้อมเกื้อหนุนซึ่งกัน ช่วยให้พื้นที่และชุมชนรายรอบเติบโตไปด้วยกัน !