
เจาะสมรภูมิ Branded Residences กรุงเทพฯ ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งเอเชีย
Branded Residences ไทยก้าวสู่ยุคยืนหนึ่งในเอเชีย หครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งของภูมิภาค กรุงเทพฯ และภูเก็ตติดท็อป 10 ของโลก ผู้พัฒนาเร่งจับมือแบรนด์ระดับโลกชิงกำลังซื้อเศรษฐีและนักลงทุนต่างชาติ
KEY
POINTS
- ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นตลาด Branded Residences อันดับ 1 ของเอเชีย โดยมีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางหลัก คิดเป็นสัดส่วน 26% ของยูนิตเปิดใหม่ในภูมิภาค และมีมูลค่าโครงการรวมกว่า 205,000 ล้านบาท
- แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการย้ายถิ่นฐานของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (Global Wealth Migration) และการยกระดับโครงการสู่การเป็น "สินทรัพย์สะสม" (Collectible Asset) ที่ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว
- การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้น โดยผู้พัฒนาหันไปร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลก และเกิดแนวโน้มโครงการที่ไม่
ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ของไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันในระดับโลก โดยเฉพาะเซ็กเมนต์ Branded Residences ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องทำเลหรือความหรูหราอีกต่อไป แต่กำลังยกระดับสู่การเป็น "สินทรัพย์สะสม" (Collectible Asset) ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การลงทุน และการรักษามูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างเร่งจับมือพันธมิตรแบรนด์ระดับโลก เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้โครงการ
Branded Residences ไทยยืนหนึ่งเอเชีย ชิงกำลังซื้อเศรษฐีโลก
ข้อมูลจากรายงาน Asia Branded Residences Market Review 2026 ของ C9 Hotelworks ระบุว่า ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ตลาด Branded Residences อันดับ 1 ของเอเชีย โดยมีสัดส่วนยูนิตเปิดตัวคิดเป็น 26% ของทั้งภูมิภาค คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 205,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% จากปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดไทยที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ
ขณะที่กรุงเทพมหานครยังคงเป็นศูนย์กลางหลักของตลาดประเภทนี้ โดยมียูนิตสะสมมากกว่า 5,031 ยูนิต นับเป็นตลาด Branded Residences ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และยังได้รับการจัดอันดับจาก CBRE Global ให้กรุงเทพฯ และภูเก็ตติด Top 10 ของโลก ในด้านจำนวนโครงการ Branded Residences
แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดมาจากกระแส Global Wealth Migration หรือการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งของกลุ่มผู้มีสินทรัพย์มูลค่าสูง (High-Net-Worth Individuals: HNWI) ที่มองประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการใช้ชีวิตระยะยาว ทั้งจากศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การแพทย์ คุณภาพชีวิต และต้นทุนการอยู่อาศัยที่ยังแข่งขันได้เมื่อเทียบกับเมืองสำคัญของโลก
การแข่งขันดังกล่าวเห็นได้ชัดจากการเปิดตัวโครงการระดับไอคอนิกหลายแห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งต่างเลือกใช้จุดแข็งของแบรนด์ระดับโลกเป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่าง
หนึ่งในโครงการที่น่าจับตามองคือ InterContinental Residences Bangkok Asoke เป็นอีกหนึ่ง Hotel Branded Residences ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปีนี้ ภายใต้แบรนด์ InterContinental ของเครือ IHG บนทำเลสุขุมวิท-อโศก ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ
โดยสามารถทำยอดพรีเซลส์ได้แล้วกว่า 60% พร้อมจุดเด่นด้านสิทธิประโยชน์จากเครือโรงแรมระดับโลก พื้นที่จอดรถคิดเป็น 200% ของจำนวนยูนิต และวางตำแหน่งเป็นสินทรัพย์ลักชัวรี่ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนระยะยาว โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ราว 300,000-400,000 บาท/ตร.ม.
ขณะเดียวกัน Upper House Residences Bangkok บนถนนวิทยุ ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง Swire Properties จากฮ่องกง และ City Realty บริษัทในเครือตระกูลโสภณพนิช ภายใต้การออกแบบของ Foster + Partners โครงการพัฒนาในรูปแบบ Hotel Branded Residences ระดับ Ultra Luxury ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 2 อาคาร รวมเกือบ 400 ยูนิต
ชูจุดขายด้านวิวสวนลุมพินีแบบไร้สิ่งบดบัง (Uninterrupted Views) การบริการระดับ Five-star Hospitality และการถือครองกรรมสิทธิ์แบบ Freehold โดยตลาดคาดว่าจะเป็นหนึ่งในโครงการที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด Branded Residences ของกรุงเทพฯ และมีราคาขายเฉลี่ยคาดว่าอยู่ราว 350,000-450,000 บาท/ตร.ม.
จับตา Stand-alone Branded Residences
อีกหนึ่งแนวโน้มที่โดดเด่นคือการเติบโตของโครงการ Stand-alone Branded Residences หรือโครงการที่ไม่ได้พัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม โดยประเทศไทยมีสัดส่วนสูงถึง 22% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่อยู่ราว 17% พร้อมทั้งเริ่มเห็นการนำแบรนด์จากอุตสาหกรรมอื่นเข้ามาสร้างมูลค่า ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์รถยนต์หรือแฟชั่น สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก Hotel Branded ไปสู่ Lifestyle Branded มากขึ้น
Porsche Design Tower Bangkok ถือเป็นตัวแทนของการขยายตัวของตลาด Non-Hotel Branded Residences โดยร่วมพัฒนากับ Ananda Development บนทำเลสุขุมวิท 38 เจาะกลุ่ม Ultra High-Net-Worth Individuals (UHNWIs) ด้วยจำนวนยูนิตเพียง 22 หลัง ในรูปแบบ Sky Villas พร้อมพื้นที่ Passion Spaces และที่จอดรถส่วนตัวภายในยูนิต
ราคาเริ่มต้นกว่า 525 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราว 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อยูนิต และคิดเป็นราคาประมาณ 1.0-1.3 ล้านบาท/ตร.ม. ขณะที่ยูนิตระดับสูงสุดมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องการวางตำแหน่งโครงการในฐานะ Trophy Asset สำหรับนักลงทุนและนักสะสมสินทรัพย์ระดับโลก
ข้อมูลจาก CBRE Thailand ยังระบุว่าตลาด Branded Residences มีศักยภาพด้านการลงทุนสูง โดยโครงการซูเปอร์ลักชัวรี่ประเภทนี้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้เฉลี่ย 7.9% ต่อปี ขณะที่อัตราการขายเฉลี่ยของตลาดอยู่ในระดับประมาณ 90% สะท้อนว่ากรุงเทพฯ กำลังก้าวขึ้นเป็นเมืองสมรภูมิสำคัญของแบรนด์ที่อยู่อาศัยระดับโลกในการช่วงชิงกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงจากทั่วโลก






