thansettakij
thansettakij
เทรนด์ Wellness ดันอสังหาฯ หรู PROUD เปิด 'รมย์ คอนแวนต์' มูลค่า 4,150 ล้าน

เทรนด์ Wellness ดันอสังหาฯ หรู PROUD เปิด 'รมย์ คอนแวนต์' มูลค่า 4,150 ล้าน

17 มิ.ย. 69 | 09:26 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มิ.ย. 69 | 09:26 น.

กระแส Wellness Living พลิกโฉมตลาดอสังหาฯลักชัวรี จากแข่งทำเล ความหรูหรา สู่ตอบโจทย์สุขภาพคุณภาพชีวิตระยะยาว PROUD ดึงโรงพยาบาล BNH เปิดตัว “รมย์ คอนแวนต์” คอนโดใจกลางสาทร-สีลมค่า4,150 ล้าน

KEY

POINTS

  • พราว เรียล เอสเตท เปิดตัวคอนโดมิเนียมหรู "รมย์ คอนแวนต์" มูลค่า 4,150 ล้านบาท บนทำเลสาทร-สีลม รับเทรนด์ Wellness Living ที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาพ
  • ชูแนวคิด "Redefined Luxury Wellness Living" โดยร่วมมือกับโรงพยาบาล BNH และ BeDee by BDMS สร้างระบบนิเวศดูแลสุขภาพครบวงจร มีบริการ "Health Butler" และเชื่อมต่อบริการทางการแพทย์ถึงที่พักอาศัย
  • โครงการได้รับการตอบรับดีเยี่ยมด้วยยอดขายกว่า 90% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของตลาดลักชัวรีและความต้องการที่อยู่อาศัยที่เน้นสุขภาวะอย่างแท้จริง

กระแส “Wellness Living” กำลังก้าวขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ลักชัวรีทั่วโลก จากเดิมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับทำเล ความหรูหรา และมูลค่าการลงทุน สู่การมองหาที่อยู่อาศัยที่สามารถส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม

Wellness Living เมกะเทรนด์ใหม่อสังหาฯ โลก

ข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่า Wellness Real Estate เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมเวลเนสโลก โดยมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราว 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2561 และคาดว่าจะขยายตัวแตะ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 สะท้อนว่าการอยู่อาศัยที่เชื่อมโยงกับสุขภาพกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนทั่วโลก

ในประเทศไทย แนวโน้มดังกล่าวเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้น โดยผลสำรวจของ Terra Research พบว่า ผู้บริโภคกว่า 90% สนใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น หากโครงการให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิต

ขณะที่ 29% ระบุว่าสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย และอีก 23% ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการดูแลสุขภาวะโดยรวม

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคดดังกล่าว บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เดินหน้ายกระดับมาตรฐานตลาดอสังหาริมทรัพย์ลักชัวรีไทยตามเทรนด์โลก 

ผ่านการเปิดตัวโครงการ “รมย์ คอนแวนต์” (ROMM Convent) คอนโดมิเนียม Freehold พร้อมเข้าอยู่ ใจกลางย่านสาทร-สีลม มูลค่าโครงการ 4,150 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Redefined Luxury Wellness Living” หรือการนิยามใหม่ของการอยู่อาศัยลักชัวรีที่ผสานสุขภาวะเข้ากับทุกมิติของชีวิต

พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวคิด “ALL IS WELL เพื่อชีวิตดีที่ยั่งยืน” เป็นปรัชญาหลักที่บริษัทใช้ในการพัฒนาโครงการมาโดยตลอด โดยเชื่อว่าบ้านควรทำหน้าที่มากกว่าการเป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพของผู้อยู่อาศัยด้วย

“ที่ผ่านมาโครงการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากอาจมีบริการด้านสุขภาพเป็นส่วนเสริม แต่สำหรับ รมย์ คอนแวนต์ เราเริ่มต้นจากการร่วมออกแบบร่วมกับพันธมิตรด้านการแพทย์ตั้งแต่วันแรก เพื่อสร้างระบบการอยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเวลเนสเข้ามาในภายหลัง” นางสาวพราวพุธกล่าว

ทำเลคอนแวนต์ ซัพพลายน้อย ดีมานด์สูง

นางสาวพราวพุธยังระบุว่า การพัฒนาโครงการครั้งนี้เกิดขึ้นบนทำเลซอยคอนแวนต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่หายากของย่านสาทร-สีลม หรือ Super Core CBD ของกรุงเทพมหานคร โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น One Bangkok, Dusit Central Park อาคารสำนักงานเกรดเอ รวมถึงการเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ ส่งผลให้ย่านสาทร-สีลมกลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนเมือง

ขณะเดียวกัน ซัพพลายที่อยู่อาศัยใหม่ในย่านดังกล่าวกลับมีจำนวนจำกัด โดยข้อมูลจาก CBRE ระบุว่า ซัพพลายคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านสาทร-สีลมลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือต่ำกว่า 1,500 ยูนิตต่อปี ขณะที่อัตราการดูดซับอยู่ในระดับเกือบ 80% ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 24.7% และกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ราคาที่อยู่อาศัยเติบโตสูงที่สุดในกรุงเทพฯ

โดย รมย์ คอนแวนต์ ถูกพัฒนาบนพื้นที่ประมาณ 1.5 ไร่ เป็นอาคารสูง 32 ชั้น จำนวน 175 ยูนิต พร้อมที่จอดรถคิดเป็น 113% ของจำนวนยูนิต และปัจจุบันสร้างเสร็จพร้อมให้เข้าอยู่อาศัยแล้ว

โครงการ รมยั คอนแวนต์

ชู Wellness Living ครบวงจร

จุดเด่นสำคัญของโครงการอยู่ที่การนำแนวคิด Wellness Living มาพัฒนาอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Physical Well-being, Mental Well-being และ Social Well-being ผ่านการออกแบบพื้นที่และบริการที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ

ในมิติของ Physical Well-being โครงการได้รับการออกแบบภายใต้มาตรฐาน Fitwel จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการออกแบบอาคารเพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้อยู่อาศัย โดยคำนึงถึงแสงธรรมชาติ การระบายอากาศ พื้นที่สีเขียว และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี

นอกจากนี้ ยังจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางด้านเวลเนสกว่า 2,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 6 ชั้นและพื้นที่ Rooftop พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกกว่า 23 รายการ อาทิ Wellness Lounge, Sensory Garden, Family Onsen, Technogym Fitness, Technogym Checkup, Aquasymphony Luxury Experience Shower รวมถึงพื้นที่สำหรับการดูแลสุขภาพและการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

เทรนด์ Wellness ดันอสังหาฯ หรู PROUD เปิด 'รมย์ คอนแวนต์' มูลค่า 4,150 ล้าน

เชื่อมบริการ BNH-BeDee ดูแลสุขภาพถึงบ้าน

หัวใจสำคัญของโครงการ คือการสร้าง Holistic Care Ecosystem ผ่านความร่วมมือกับโรงพยาบาล BNH, BeDee by BDMS และ Prompt Solution Management เพื่อเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้ากับการอยู่อาศัยแบบไร้รอยต่อ

โดยลูกบ้านจะได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้โปรแกรม BNH Loyal Heritage Privileges ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสุขภาพเบื้องต้น โปรแกรมคัดกรองโรค การดูแลโดย Family Doctor ทีมแพทย์เฉพาะทาง และบริการ Telehealth ผ่านแพลตฟอร์ม BeDee by BDMS

บริการจาก BNH ภายในโครงการ รมย์ คอนแวนต์

อีกหนึ่งจุดเด่นคือการมี “Health Butler” หรือผู้ช่วยดูแลสุขภาพประจำโครงการ ซึ่งผ่านการฝึกอบรมจากทีมแพทย์ของโรงพยาบาล BNH ทำหน้าที่เป็น Wellness Companion ประสานงานด้านสุขภาพ ออกแบบโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล และติดตามสุขภาพของลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง

นางสาวพราวพุธ กล่าวว่า Health Butler ไม่ใช่เพียงพนักงานอำนวยความสะดวกทั่วไป แต่ได้รับการฝึกอบรมด้านการปฐมพยาบาล การใช้งานเครื่อง AED และการประสานงานด้านการแพทย์โดยตรงกับโรงพยาบาล BNH

“เราวางระบบให้ลูกบ้านสามารถเข้าถึงแพทย์ได้ภายใน 5 นาทีในกรณีฉุกเฉิน โดยมีการซักซ้อมร่วมกับทีมแพทย์และรถพยาบาลจริง เพื่อให้มั่นใจว่าการช่วยเหลือจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

พญ.ยิ่งลักษณ์ ปัญจวรานุวัตร์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า แนวคิดหลักของการร่วมพัฒนาโครงการครั้งนี้ คือการเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care)

“สิ่งที่เราอยากเห็นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คือ ลูกบ้านมีสุขภาพดีจนไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล เพราะได้รับการดูแลด้าน Wellness, Screening และ Prevention อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการต่อยอดสู่การดูแลสุขภาพเชิง Longevity และ Healthspan เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว”

ด้านนางสาวอภิรัศมิ์ เงินเกื้อกูล Head of Commercial บริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม BeDee by BDMS กล่าวว่า การดูแลสุขภาพในปัจจุบันต้องเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เฉพาะเมื่อเจ็บป่วย โดย BeDee เข้ามาทำหน้าที่เป็น Health Partner ของลูกบ้าน ผ่านบริการ Telehealth ที่เชื่อมต่อแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ นักจิตวิทยา เภสัชกร และนักกำหนดอาหารเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกเหนือจากสุขภาพกายและใจ โครงการยังให้ความสำคัญกับมิติ Social Well-being ผ่านกิจกรรมสร้างชุมชนตามมาตรฐาน Fitwel การนำผลงานศิลปะจากศิลปิน 5 คนมาติดตั้งภายในโครงการในแนวคิด Art Therapy รวมถึงความร่วมมือกับมูลนิธิ Art Story เพื่อสนับสนุนเยาวชนออทิสติกให้มีพื้นที่แสดงศักยภาพผ่านผลงานศิลปะ

ฟิตเนสส่วนกลางในโครงการ รมย์ คอนแวนต์

ยอดขายทะลุ 90% สะท้อนกำลังซื้อตลาดบน

ความสำเร็จของโครงการยังสะท้อนผ่านยอดขายที่ปัจจุบันแตะระดับ 90% แล้ว โดยลูกค้าชาวไทยคิดเป็นสัดส่วน 70% และต่างชาติ 30% ขณะที่ประมาณ 40% ของผู้ซื้อเป็นการซื้อด้วยเงินสด สะท้อนกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของตลาดลักชัวรีและการให้ความสำคัญด้านสุขภาวะของที่อยู่อาศัย แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังอยู่ในภาวะท้าทาย

นางสาวพราวพุธกล่าวว่า ลูกค้าหลักของโครงการเป็นกลุ่มซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (End-user) มากกว่านักลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้ สำหรับยูนิตที่ถูกซื้อเพื่อลงทุน หลายยูนิตสามารถหาผู้เช่าได้ภายในเวลาไม่นานหลังโอนกรรมสิทธิ์โดยมี yield อยู่ที่ประมาณ 5-6% สะท้อนศักยภาพกำลังซื้อและดีมานด์ของทำเลคอนแวนต์ที่ยังมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมองว่า Wellness Real Estate จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีในอนาคต และเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการลงทุนระยะยาว