thansettakij
thansettakij
ทุนจีนยึด‘ระยอง’เบ็ดเสร็จ ดันปลวกแดง ‘ลิตเติ้ล กว่างโจว’

ทุนจีนยึด‘ระยอง’เบ็ดเสร็จ ดันปลวกแดง ‘ลิตเติ้ล กว่างโจว’

14 ส.ค. 69 | 01:24 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 01:34 น.

    ทุนจีนยึดระยอง ยกปลวกแดง ลิตเติ้ล “กว่างโจว” โตคู่ ลิตเติ้ลโอซาก้า ศรีราชา ดันที่ดินพุ่ง ผังเมืองเร่งคุมเข้ม หอการค้าจี้รัฐคุมเข้ม กว้านซื้อที่ดินนอกเขตนิคม ห่วงดาต้าเซ็นเตอร์แย่งน้ำ-ไฟประชาชน

KEY

POINTS

  • การลงทุนของกลุ่มทุนจีนใน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ทำให้พื้นที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนถูกขนานนามว่า ‘ลิตเติ้ล กว่างโจว’ ส่งผลให้ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น
  • การเข้ามาของทุนจีนสร้างผลกระทบหลายด้าน เช่น การตั้งโรงงานนอกนิคมอุตสาหกรรมที่ควบคุมยาก โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ที่แย่งชิงทรัพยากรน้ำและไฟฟ้า และการแข่งขันกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
  • หน่วยงานรัฐกำลังเร่งจัดทำผังเมืองเพื่อควบคุมการขยายตัว ขณะที่หอการค้าจังหวัดระยองเสนอให้ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อกลั่นกรองโครงการลงทุนและเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล

 

 

อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง หนึ่งในพื้นที่เขตพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี เติบโตอย่างก้าวกระโดด คู่กับลิตเติ้ล โอซาก้า อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เนื่องจากมีอาณาเขตเชื่อมต่อกันโดยเฉพาะเมืองอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย ภาคบริการ รองรับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาสร้างฐานการผลิตจำนวนมาก โดยเฉพาะนักลงทุนจีน สร้างการเปลี่ยนแปลงของเมือง จนถูกขนานว่าเป็น ลิตเติ้ล “กว่างโจว” ที่เป็นผลดีเป็นในแง่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ราคาที่ดินขยับสูง ทำเลติดถนนราคาไม่ต่ำกว่า 40ล้านบาทต่อไร่ หรือสูงกว่านั้น

ทุนจีนยึดระยอง

ในทางกลับกับการเข้ามาของกลุ่มทุนจีน สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแรงงาน ที่มักใช้หุ่นยนต์ ไม่ใช้แรงงานไทย รวมถึงการเข้ามาตั้งร้านค้า ร้านอาหาร ที่พักอาศัยรองรับกลุ่มชาติเดียวกัน ที่น่าจับตา ยังนิยมกว้านซื้อที่ดินตั้งโรงงานนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม ที่ควบคุมยาก สร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ที่เข้ามาแย่งน้ำและไฟฟ้าในพื้นที่

ภาพประกอบ ทุนจีนยึดระยอง

 

เร่งออกผังเมืองคุมเข้ม

ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมือง อยู่ระหว่าง เร่งรัดจัดทำผังเมืองรวมชุมชนปลวกแดง จังหวัดระยอง รับการขยายตัวอุตสาหกรรม เชื่อมต่อมาจากอำเภอศรีราชา ตามกรอบของผังเมืองอีอีซี ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนเริ่มต้นของการจัดร่างผังเมือง ฯ โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดพื้นที่รองรับทั้งที่อยู่อาศัยและภาคอุตสาหกรรม โดยพื้นที่ชุมชนหลักจะถูกกำหนดเป็นโซนการใช้ประโยชน์ที่ดินแยกจากพื้นที่อุตสาหกรรม เพื่อให้การขยายตัวของเมืองและภาคอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างมีทิศทาง

ทั้งนี้ แนวทางของร่างผังเมืองรวมชุมชนปลวกแดงจะพยายามให้สอดคล้องกับผัง EEC แต่มีแนวโน้มที่จะกำหนดรายละเอียดและเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และการขยายตัวของชุมชนในอนาคต

ในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่สีม่วง ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมยังคงยึดกรอบและขอบเขตเดิมตามผัง EEC ขณะที่พื้นที่นอกเขตสีม่วงอาจมีการกำหนดสีการใช้ประโยชน์ที่ดินในลักษณะอื่น เช่น สีแดง สีส้ม และสีส้มลายจุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่เมือง ชุมชน โรงงาน และพื้นที่ให้บริการชุมชน โดยรายละเอียดจะต้องรอความชัดเจนจากร่างผังเมืองและประกาศที่เกี่ยวข้อง

สำหรับอำเภอปลวกแดงถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากแรงขับเคลื่อนของภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC โดยมีการเติบโตเชื่อมโยงกับพื้นที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฐานอุตสาหกรรมสำคัญของภาคตะวันออกการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมส่งผลให้ความต้องการพื้นที่รองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย และบริการชุมชนเพิ่มขึ้น ทำให้การจัดทำร่างผังเมืองรวมชุมชนปลวกแดงมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองในอนาคต

หอการค้าจี้รัฐคุมเข้ม

นายบุญยืน เลาหวิทยะรัตน์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดระยอง เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันจังหวัดระยองกำลังเผชิญความท้าทายจากการเข้ามาลงทุนของทุนจีน โดยเฉพาะการลงทุนที่อยู่นอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและนอกเขตโรงงาน ซึ่งเป็นช่องว่างสำคัญด้านการกำกับดูแล และจำเป็นต้องทบทวนบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นายบุญยืนกล่าวว่า การลงทุนบางประเภทสามารถเข้ามาดำเนินกิจการนอกเขตนิคมอุตสาหกรรมได้ ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีม่วง ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดคำถามว่าการอนุญาตให้ดำเนินกิจการลักษณะดังกล่าวควรมีกลไกกำกับดูแลอย่างไร

 กรณีที่น่าเป็นห่วงคือการเข้ามาของ ดาต้าเซ็นเตอร์ ในพื้นที่ ระยอง กว่า 10 ราย ซึ่งปัจจุบันยังมีช่องว่างด้านกฎหมายและการกำกับดูแล เนื่องจากพระราชบัญญัติโรงงานและประกาศกฎกระทรวงของกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดประเภทกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมไว้ 107 ประเภท ดังนั้นควรพิจารณากำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์เป็น กิจการลำดับที่ 108 เพื่อให้มีกฎหมายและหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลอย่างชัดเจน รวมถึงควรมีประกาศของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ระบุหลักเกณฑ์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ

            “ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้น้ำและไฟฟ้าในปริมาณมาก หากระบบสาธารณูปโภคของพื้นที่ไม่พร้อมการเข้ามาลงทุนจำนวนมากอาจสร้างปัญหาให้กับจังหวัดในระยะยาว”นายบุญยืนกล่าว

นายบุญยืนกล่าวอีกว่า ปัญหาสำคัญของระยองไม่ได้อยู่เฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม แต่เกิดจากการที่กลุ่มทุนเข้าไปซื้อหรือสะสมที่ดินนอกเขตสีม่วง แล้วนำมาพัฒนาเป็นกิจการต่างๆ ซึ่งกฎหมายบางส่วนยังสามารถดำเนินการได้ ทำให้เกิดช่องว่างในการควบคุม พื้นที่ที่มีการจัดการค่อนข้างชัดเจน เช่น ปลวกแดง หากมีการควบคุมอย่างจริงจัง ปัญหาจะไม่รุนแรงมากนัก แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือพื้นที่นอกเขตนิคมและพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ต้องมีบทบาทในการกำกับดูแลพื้นที่นิคมให้มีประสิทธิภาพ ไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหาการใช้พื้นที่หรือกิจการที่หลุดออกจากระบบการควบคุม

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของทุนจีนไม่ได้จำกัดเฉพาะภาคอุตสาหกรรม แต่เริ่มขยายไปยังธุรกิจบริการและการค้าหลายประเภท ตั้งแต่ร้านอาหาร ที่พักอาศัย ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีกโดยบางกรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการนำสินค้าและแรงงานจากจีนเข้ามาใช้ ขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องแข่งขันกับธุรกิจที่มีทุนและเครือข่าย จากต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ในบางธุรกิจมีการนำสินค้าจากจีนเข้ามาจำหน่าย ขณะที่สินค้าไทยไม่ได้ถูกนำมาใช้มากนัก ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบว่าเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่

  “การลงทุนจากจีนไม่ใช่เรื่องที่ต้องห้าม แต่ต้องเป็นการลงทุนที่อยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน และต้องไม่กระทบผู้ประกอบการไทยในพื้นที่” นายบุญยืนกล่าว

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว หอการค้าจังหวัดระยองเสนอให้มี คณะกรรมการระดับจังหวัด เข้ามากลั่นกรองโครงการลงทุนที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เช่น อัยการ ฝ่ายโยธา หน่วยงานด้านอุตสาหกรรม ท้องถิ่น การจราจร และหน่วยงานด้านสาธารณูปโภค แนวคิดดังกล่าวจะช่วยให้การอนุมัติโครงการไม่ได้พิจารณาเฉพาะการก่อสร้างอาคารหรือการใช้ประโยชน์ที่ดิน แต่ต้องพิจารณาผลกระทบโดยรวม ทั้งน้ำ ไฟฟ้า การจราจร สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะการอนุมัติโรงงานหรือกิจการขนาดใหญ่ ควรนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการระดับจังหวัดก่อน เพื่อให้ทุกหน่วยงานเห็นข้อมูลชุดเดียวกันและสามารถประเมินผลกระทบได้รอบด้าน