thansettakij
thansettakij
แฉเล่ห์แก๊งทุนจีนเทาใช้นอมินีฮุบบ้านหรูไทยทำเลกรุงเทพกรีฑามากสุด

แฉเล่ห์ทุนจีนเทาใช้นอมินีฮุบบ้านหรูไทยทำเลราชพฤกษ์-กรุงเทพกรีฑามากสุด

31 ก.ค. 69 | 07:09 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ก.ค. 69 | 08:10 น.

แฉเล่ห์แก๊งทุนจีนเทาใช้นอมินีฮุบบ้านหรูไทยทำเลราชพฤกษ์-กรุงเทพกรีฑามากสุด หลังมีคดีใช้นอมินี ไทยซื้อบ้านหรู 33 หลัง มูลค่า 1,275 ล้านบาท ในย่านพัฒนาการและกรุงเทพกรีฑา

KEY

POINTS

  • กลุ่มทุนจีนสีเทาใช้ช่องโหว่กฎหมายโดยจัดตั้งบริษัทที่มีนอมินีคนไทยถือหุ้น 51% เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลไทยและสามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินได้
  • ทำเลที่เป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มทุนจีนในการซื้อบ้านหรูคือย่านราชพฤกษ์และกรุงเทพกรีฑา เนื่องจากเป็นแหล่งรวมโครงการบ้านราคาสูงและมีสาธารณูปโภคครบครัน
  • นอกจากการซื้อเพื่ออยู่อาศัย ยังพบว่ามีกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการบ้านหรูเอง โดยใช้บริษัทนอมินีเพื่อสร้างและขายให้กับกลุ่มคนจีนด้วยกัน

จากกรณีคดี นอมินีซื้อบ้านหรู 33 หลัง มูลค่า 1,275 ล้านบาท ในย่านพัฒนาการและกรุงเทพกรีฑา เป็นของเครือข่ายทุนจีนสีเทาซึ่งมี นายห่าว เติ้ง (Mr. Hao Deng) เป็นตัวการใหญ่ โดยใช้บริษัทอำพราง 33 บริษัท และมีคนไทยคือ น.ส.ปิยนุช กับ นางสาคร เป็นนอมินีถือหุ้นบังหน้า กระจายอยู่ในโครงการบ้านหรู 5 แห่ง

ปม แก๊งจีนเทาซื้อบ้านหรูในไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ ในทางกลับกันเคยเคยขึ้นเป็นระยะแต่ปัจจุบันมีเกิดขึ้นกระจายในหลายพื้นที่ เนื่องจาก ใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย ตั้งบริษัทสัดส่วนคนไทยถือหุ้น 51% และต่างชาติถือหุ้น 49% อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนในต่างด้าว (พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยถือเป็นบริษัทสัญชาติไทยที่ไม่ต้องขอใบอนุญาตพิเศษ

ซึ่งตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ออกมาเพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ในขณะนั้นตกอยู่ในภาวะที่ยากลำบากของวิกฤตต้มยำกุ้งแต่กลับมีกลุ่มที่ชอบแสวงหาประโยชน์ ร่วมกันจัดตั้งบริษัทขึ้นมา ในลักษณะดังกล่าว

ใช้นิติบุคคลโอนกรรมสิทธิ์มากผิดปกติต้องตรวจสอบ

โดยพบมากในหัวเมืองท่องเที่ยว อย่างพัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ที่ใช้ในนามบริษัท ซื้อที่ดิน บ้านหรู รวมถึงคอนโดมิเนียมในสัดส่วนที่เกินจากโควต้า49% แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อาคารชุดกำหนด  หรือแบบเหมายกตึก โดยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในนามบริษัทแทบทั้งสิ้น

ทั้งนี้ จริงอยู่ที่การซื้อที่อยู่อาศัยในนามบริษัทสามารถกระทำได้ แต่ในทางปฏิบติหากเจ้าหน้าที่หรือเจ้าของโครงการเห็นว่ามีการใช้บริษัทซี่งเป็นนิติบุคคลมาจดทะเบียนโอนที่อยู่อาศัยในจำนวนมากย่อมต้องเห็นความผิดปกติ

แฉเล่ห์แก๊งทุนจีนเทาใช้นอมินีฮุบบ้านหรูไทยทำเลกรุงเทพกรีฑามากสุด

จีนเทาท่วมเมืองซื้อบ้านหรู โฟกัสราชพฤกษ์-กรุงเทพกรีฑา

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เรื่องต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีมีมาเนิ่นนานแล้ว และมีการดำเนินคดีมาเป็นระยะโดยแบ่งเป็นกลุ่มที่อยู่เป็นกลุ่มใหญ่อย่างรัสเซีย ชื่นชอบทะเลแถบภูเก็ต ขณะจีนจะอยู่พัทยา เชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบซื้อบ้านหรู มักซื้อในกรุงเทพมหานคร ทำเลที่ชอบจะอยู่ ทำเลถนนราชพฤกษ์ และกรุงเทพกรีฑา โดยถนนราชพฤกษ์ จะมีบ้านหรู ราคา 200 ล้านบาทขึ้นไป เป็นบางโซนไม่มากเท่ากับถนนกรุงเทพกรีฑาที่มีทั้งเส้นทาง และบริเวณด้านในที่เรียกว่าเป็นทำเลเศรษฐี มีบ้านอัลตร้าลักชัวรี ราคา 300-400 ล้านบาทจำนวนมาก และมีมากกว่า 10 แบรนด์   

แม้ว่าราชพฤกษ์จะใกล้กับย่านที่คนจีนทำโรงงาน แต่หากมีเงินจริง เขาสามารถซื้อในทำเลที่ไกลออกไปได้เพราะการสั่งการอยู่เพียงปลายนิ้ว ดังนั้น กลุ่มชาวจีนหรือจีนเทาเป็นส่วนใหญ่มักเลือกทำเลกรุงเทพกรีฑาทำเลศักยภาพ

อีกประการสำคัญทำเลนี้ มีสาธารณูปโภค บริการสาธารณะค่อนข้างดี มีทั้งโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลชั้นนำ คอมมูนินี้มอลล์ รวมถึงใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ อีกกลุ่มจีนที่ทำธุรกิจในไทยมักซื้อบ้านหรูราคา 200 ล้านบาทไปจนถึง 500 ล้านบาททำเลดังกล่าว และทำเลรอบสนามบินสุวรรณภูมิ โดยใช้ซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ในนามนิติบุคคล โดยจีนเป็นเจ้าของบริษัทเองและทำงานต่างประเทศอย่างสิงคโปร์ เวียดนาม เป็นต้น          

จีนลงทุนบ้านหรูเองขายจีนด้วยกัน16หลังเจาะทำเลกรุงเทพกรีฑา

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาลงทุนโครงการบ้านหรูเอง โดยจดทะเบีบนตั้งบริษัทใช้คนไทยเป็นนอมินี โดยเงินจดทะเบียนเท่าใดก็ได้ ที่ผ่านมาได้มีการเข้ามาปรึกษาคนในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยกัน ซึ่งได้ซื้อที่ดินในทำเลกรุงเทพกรีฑา ภายใต้บรษัทไทย และก่อสร้างบ้านหรู ราคา 400 ล้านบาท จำนวน 15-16 หลัง ขายให้กับคนจีนด้วยกัน และประเมินว่ายังมีรูปแบบนี้อีกมากในทำเลดังกล่าว

สำหรับ ทุนจีน หรือต่างชาติใช้ไทยเป็นนอนอมินี พื้นฐานทั่วไปมาจากซื้อบ้านและที่ดินในนามบริษัท มีทั้งบริษัทตัวเอง สัดส่วน 49:51 หรือบริษัทรับทำบัญชี บริษัททนายความ ที่ตั้งขึ้นมา เพื่อใช้เป็นนอมินี สร้างความน่าเชื่อถือ สมรู้ร่วมคิดกับเจ้าของโครงการ

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มความถี่ในการตรวจจับกวาดล้างให้ตรงจุด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะกระทบตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม โดยเฉพาะตลาดต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย