thansettakij
thansettakij
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าปราบปรามธุรกิจนอมินี ย่านห้วยขวาง

พาณิชย์บุกห้วยขวาง พบร้านจีนเอี่ยวพนันออนไลน์ ส่อฟอกเงิน

24 มิ.ย. 69 | 08:15 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 69 | 08:39 น.

กรมพัฒน์ฯ ผนึกหลายหน่วยงานบุกตรวจ 5 ธุรกิจเสี่ยงนอมินีย่านห้วยขวาง พบร้านจีนรับชำระเงินเข้าบัญชีส่วนตัวต่างชาติ พฤติการณ์เชื่อมโยงเว็บไซต์พนันออนไลน์ เร่งสอบเส้นทางการเงิน เสี่ยงฟอกเงิน

KEY

POINTS

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานความมั่นคงลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงย่านห้วยขวาง ที่ต้องสงสัยว่ามีคนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี)
  • ผลการตรวจสอบพบบางกิจการ เช่น ร้านอาหารหม่าล่าและบ่อตกกุ้ง มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์พนันออนไลน์
  • พบธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย เช่น การโอนเงินค่าอาหารเข้าบัญชีส่วนตัวของกรรมการชาวต่างชาติ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างเข้มข้น ล่าสุดส่งทีมเฉพาะกิจร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงต่าง ๆ ลงพื้นที่กลุ่มเสี่ยงย่านห้วยขวาง หลังพบข้อมูลเชื่อมโยงการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ รวมถึงพฤติกรรมการรับชำระเงินและธุรกรรมทางการเงินที่อาจเข้าข่ายการฟอกเงิน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมทีมปราบนอมินีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ร่วมกับประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมลงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและระบบรับชำระเงินที่อาจเข้าข่ายการฟอกเงิน

สำหรับการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ พุ่งเป้าไปที่นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารที่มีที่ตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ และถนนรัชดาภิเษก จำนวน 5 ราย

โดยเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงธุรกิจนอมินี และมีการใช้ธุรกรรมทางการเงินหรือระบบการชำระเงินที่อาจเอื้อต่อการฟอกเงิน ผลการตรวจสอบมีดังนี้

1. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮง เฮง เจริญค้า ประกอบกิจการบ่อตกกุ้ง มีหุ้นส่วนเป็นคนไทย 2 ราย พบข้อสงสัยเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์พนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจยึดเอกสารทางบัญชี และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพนันไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

2. ร้านอาหารหม่าล่า ‘ชุยเยียนสือไต้’ มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล 2 ราย ได้แก่ บริษัท ถัน ฟู้ดแอนด์เบฟเวอเรจ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นไทย 75% และต่างชาติ 25% 

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าปราบปรามธุรกิจนอมินี ย่านห้วงขวาง

 

บริษัท ชุยเยียนสือไต้ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นไทย 51% และต่างชาติ 49% โดยพบว่า กรรมการและผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติเป็นบุคคลเดียวกันทั้งสองบริษัท และยังพบว่ามีการรับชำระเงินค่าอาหารโดยโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคลของกรรมการชาวต่างชาติ และพบพฤติการณ์ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์พนันออนไลน์ในลักษณะเดียวกับรายแรก นอกจากนี้ ยังพบว่ามีชื่อนิติบุคคลอีก 2 รายใช้สถานที่ตั้งเดียวกันด้วย

3. บริษัท สกาย วอเตอร์ สปา จำกัด ประกอบธุรกิจสปาและดูแลสุขภาพ มีกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นคนไทย โดยกรรมการเป็นผู้พาตรวจสถานที่ ทั้งนี้ พบว่ามีบริษัท ตงลู่ หิมาลายา จำกัด ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ในอาคารแห่งเดียวกัน ประกอบกิจการจำหน่ายวัตถุมงคลและเครื่องราง โดยมีผู้ถือหุ้นคนไทยและคนจีนถือหุ้นร่วมกัน ซึ่งในวันตรวจสอบสถานประกอบการปิดและไม่สามารถติดต่อผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ข้อมูลได้

4. บริษัท เกาเหลาจิ่ว กรุ๊ป จำกัด ประกอบกิจการร้านอาหาร ‘หมาล่า ฉงชิ่งเกาเก้า’ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2565 ทุนจดทะเบียน 18 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นไทย 51% และผู้ถือหุ้นชาวจีน 49% จากการตรวจสอบระบบการรับชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด พบว่าเงินค่าบริการถูกโอนเข้าบัญชีของบริษัทโดยตรง เบื้องต้นจึงยังไม่พบข้อสังเกตในการกระทำผิด 

5. บริษัท บ่อกุ้ง รัชดา 18 จำกัด ประกอบกิจการบ่อตกกุ้ง โดยกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นคนไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบข้อสังเกตหรือพฤติการณ์ผิดปกติ

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าปราบปรามธุรกิจนอมินี ย่านห้วยขวาง

 

ทั้งนี้ข้อมูลและพยานหลักฐานที่ได้จากการลงพื้นที่จะถูกนำไปวิเคราะห์เชิงลึกและตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกรณีที่พบว่ามีการใช้บัญชีบุคคลหรือธุรกรรมทางการเงินเพื่อปกปิด อำพราง หรือซ่อนเร้นแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย โอกาสนี้จึงขอเตือนคนไทยที่จะให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติในการใช้ชื่อเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นถือเป็นการกระทำผิดในฐานนอมินีและมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 

โดยคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจผ่านนอมินี หรือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือยินยอมให้ใช้ชื่อตนเองถือหุ้นแทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืนไม่เลิกการกระทำผิดจะมีโทษปรับรายวันวันละ 10,000 - 50,000 บาท”

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าปราบปรามธุรกิจนอมินี ย่านห้วยขวาง