thansettakij
thansettakij
ตลาดก่อสร้าง 1.41 ล้านล้านทรงตัว จระเข้บุกรีโนเวต-กรีน ดันตลาดต่างประเทศ

ตลาดก่อสร้าง 1.41 ล้านล้านทรงตัว จระเข้บุกรีโนเวต-กรีน ดันตลาดต่างประเทศ

04 ก.ย. 69 | 08:35 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.ย. 69 | 08:35 น.

เจาะตลาดก่อสร้างไทยปี 2569 มูลค่า 1.41 ล้านล้านบาทยังทรงตัว ท่ามกลางอสังหาริมทรัพย์ชะลอ จระเข้ คอร์ปอเรชั่น ปรับเกมรุกเจาะตลาดรีโนเวต วัสดุก่อสร้างสีเขียว และขยายฐานต่างประเทศ หวังสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่

KEY

POINTS

  • ภาพรวมตลาดก่อสร้างไทยปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่า 1.41 ล้านล้านบาท อยู่ในภาวะทรงตัวจากปีก่อนหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว
  • บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น ปรับกลยุทธ์รับมือตลาดที่ชะลอตัว โดยหันมาบุกตลาดรีโนเวต ซ่อมแซม และวัสดุก่อสร้างสีเขียว (Green Construction) ที่กำลังเติบโต
  • จระเข้เร่งขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตใหม่ โดยมุ่งเน้นกลุ่มประเทศ LMV (ลาว เมียนมา เวียดนาม) เป็นหลัก

แม้ตลาดก่อสร้างไทยในปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงล่าง ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้จำกัด ขณะที่ผู้ประกอบการเริ่มปรับกลยุทธ์หาตลาดใหม่ ทั้งธุรกิจรีโนเวต ซ่อมแซมและบำรุงรักษา รวมถึงวัสดุก่อสร้างสีเขียวที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่กำลังปรับทิศทางธุรกิจเพื่อรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนไป โดยวางแผนรักษาฐานตลาดในประเทศ ควบคู่กับการขยายตลาดต่างประเทศในกลุ่ม LMV และการสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อกระจายแหล่งรายได้และรองรับการเติบโตระยะยาว

ข้อมูลจาก SCB EIC ประเมินว่า ตลาดก่อสร้างไทยปี 2569 จะมีมูลค่าราว 1.41 ล้านล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน แบ่งเป็นการลงทุนภาครัฐประมาณ 860,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาเมือง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนอยู่ที่ประมาณ 551,000 ล้านบาท ลดลง 1%

ปัจจัยกดดันสำคัญยังมาจากสต็อกที่อยู่อาศัยคงค้างและการชะลอตัวของโครงการที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงล่าง ส่งผลให้ธุรกิจก่อสร้างใหม่ยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ตลาดก่อสร้างใหม่เติบโตจำกัด กลุ่มงานรีโนเวต ซ่อมแซม และบำรุงรักษากลับเป็นเซกเมนต์ที่ยังมีโอกาสเติบโต ทั้งงานปูกระเบื้อง งานกันซึม งานซ่อมแซมพื้นและถนน โดยมีแรงขับเคลื่อนจากโครงการภาครัฐ โรงแรม อาคารพาณิชย์ พื้นที่ค้าปลีก รวมถึงโรงงานและคลังสินค้า

รีโนเวต-ซ่อมแซม ขึ้นแท่นตลาดใหม่ท่ามกลางก่อสร้างชะลอ

ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จระเข้ คอร์ปอเรชั่น

ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดก่อสร้างไทยในปีนี้ยังอยู่ในภาวะทรงตัวและชะลอลงเล็กน้อย แต่ยังมีบางกลุ่มธุรกิจที่สามารถเติบโตได้

ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมถึงพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ของอุตสาหกรรม จะมีโอกาสรักษาการเติบโตได้ แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังมีความไม่แน่นอน

สำหรับจระเข้ บริษัทจึงมองการเติบโตในระยะต่อไปจากตลาดที่มีความต้องการต่อเนื่องมากกว่าการพึ่งพาการก่อสร้างโครงการใหม่เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะตลาดซ่อมแซมและปรับปรุงอาคาร ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากอาคารเดิมที่ต้องการยืดอายุการใช้งาน รวมถึงการลงทุนในภาคบริการและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์

ขณะเดียวกัน แนวโน้ม Green Building และ Healthy Living ยังกลายเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยผู้บริโภคและผู้พัฒนาโครงการให้ความสำคัญกับวัสดุที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้มากขึ้น

วาง 5 แกนธุรกิจ รับการแข่งขันตลาดก่อสร้าง

สำหรับแผนครึ่งหลังปี 2569 จระเข้วางแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 5 แกนหลัก หรือ Business Execution Priorities เพื่อรักษาฐานธุรกิจเดิมและสร้างโอกาสใหม่ในระยะยาว

แกนแรกคือการพัฒนานวัตกรรมจากปัญหาการใช้งานจริงของผู้บริโภคและช่าง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงจุดมากขึ้น

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง บริษัทต้องการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการดำเนินธุรกิจด้าน ESG ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดไทยผ่านการขยายฐานลูกค้าและการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ โดยเฉพาะตลาดกลุ่ม LMV รวมถึงการมองหาโอกาสธุรกิจใหม่เพื่อสร้าง Growth Engine เพิ่มเติมในอนาคต

กลุ่มงานรีโนเวต ซ่อมแซม และบำรุงรักษากลับเป็นเซกเมนต์ที่ยังมีโอกาสเติบโต ทั้งงานปูกระเบื้อง งานกันซึม งานซ่อมแซมพื้นและถนน

เวียดนามเด่น ดันแผนขยายตลาด LMV

ในด้านตลาดต่างประเทศ จระเข้ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศ LMV โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม จากแรงขับเคลื่อนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของเมือง และกิจกรรมการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น

บริษัทมีฐานธุรกิจในเวียดนามผ่าน JORAKAY Vietnam Co., Ltd. และมีแผนขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

ส่วนตลาด สปป.ลาว ยังมีแรงสนับสนุนจากการลงทุนในโครงการพาณิชย์ โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่เมียนมายังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง แม้บริษัทยังมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

การขยายตลาดต่างประเทศจึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของการกระจายความเสี่ยงจากตลาดในประเทศ ซึ่งยังต้องเผชิญกับความผันผวนของภาคอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อ

ยอดขายสินค้ากรีนแตะ 63% รับเทรนด์ก่อสร้างใหม่

อีกหนึ่งทิศทางที่จระเข้ให้ความสำคัญ คือ Green Construction ซึ่งบริษัทมองว่าจะกลายเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างในอนาคต

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กลุ่ม JORAKAY Green Products มีสัดส่วนยอดขายมากกว่า 63% ของยอดขายรวม สะท้อนความต้องการวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับความต้องการอาคารที่ลดการปล่อยคาร์บอน มีคุณภาพอากาศที่ดี และรองรับมาตรฐานด้านสุขภาวะมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างต้องปรับตัวตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์

บริษัทระบุว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตจะให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาคารสีเขียวและสุขภาวะ เช่น LEED WELL และ TREES รวมถึงการลดการปล่อยคาร์บอนและการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต

ปั้นเครือข่ายช่าง รับตลาดซ่อมแซมโต

นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จระเข้ยังพยายามสร้างความแข็งแกร่งผ่านเครือข่ายช่างและช่องทางจัดจำหน่าย โดยมีทีม JORAKAY EXPERT และเครือข่าย JORAKAY SHOP มากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ

การสร้างเครือข่ายดังกล่าวมีความสำคัญต่อการแข่งขันในตลาดรีโนเวตและซ่อมแซม เนื่องจากการตัดสินใจเลือกใช้วัสดุก่อสร้างในตลาดดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีช่างและผู้รับเหมารายย่อยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ

ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมผ่าน JORAKAY Academy ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการพัฒนาทักษะช่างและบุคลากรในอุตสาหกรรมมากกว่า 30,000 คน

Jorakay Academy

ตั้งเป้าลดคาร์บอน สู่ Net Zero ปี 2050

ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทระบุว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 31 ล้าน kgCO₂e ลดฝุ่นจากกระบวนการผลิตได้มากกว่า 5 ล้านกิโลกรัม และบริหารจัดการขยะรีไซเคิลกว่า 280,000 กิโลกรัม

ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการดำเนินงาน 3P ได้แก่ Green Process, Green People และ Green Planet โดยบริษัทตั้งเป้าสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2045 และ Net Zero GHG Emissions ภายในปี 2050

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของธุรกิจวัสดุก่อสร้างในระยะต่อไปไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มยอดขายในตลาดเดิม แต่เป็นการแข่งขันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมก่อสร้าง

ในภาวะที่ตลาดก่อสร้างใหม่ของไทยยังเติบโตได้จำกัด การหันไปเจาะตลาดรีโนเวตและซ่อมแซม การขยายฐานรายได้สู่ต่างประเทศ และการลงทุนในวัสดุก่อสร้างสีเขียว จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการ

สำหรับจระเข้ การวางเดิมพันในตลาด Green Construction และต่างประเทศจึงเป็นมากกว่าการรับมือกับตลาดก่อสร้างไทยที่ชะลอตัว แต่เป็นการสร้างฐานรายได้ใหม่เพื่อรองรับการแข่งขันของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในระยะยาว