thansettakij
thansettakij
รีเจกต์ครึ่งปีพุ่ง 44.9% กระทบบ้านทุกราคา สมาคมบ้านจัดสรรชงรัฐเร่งแก้

รีเจกต์ครึ่งปีพุ่ง 44.9% กระทบบ้านทุกราคา สมาคมบ้านจัดสรรชงรัฐเร่งแก้

10 ก.ค. 69 | 10:15 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 10:17 น.

สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรเผยผลสำรวจครึ่งปีแรก 2569 พบอัตราปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยพุ่งแตะ 44.9% จาก 39.8% ปีก่อน กระทบผู้ซื้อบ้านทุกระดับราคา พร้อมเสนอรัฐเร่งออก 3 มาตรการเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

KEY

POINTS

  • อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีแรกพุ่งสูงถึง 44.9% ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อบ้านในทุกระดับราคา ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มตลาดล่าง
  • ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อที่เข้มงวดส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อบ้าน แต่ยังกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกว่า 40 ประเภท
  • สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรเสนอ 3 แนวทางให้ภาครัฐเร่งแก้ไข ได้แก่ การค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย, การรวบหนี้เพื่อลดภาระ และการใช้อัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของผู้กู้

สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) เปิดเผยผลสำรวจอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Reject Rate) ของผู้ประกอบการสมาชิกในช่วงครึ่งปีแรก 2569 พบว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 44.9% จาก 39.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าปัญหาหลักของตลาดที่อยู่อาศัยในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่กำลังซื้อเพียงอย่างเดียวแต่รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ที่ต้องการซื้อบ้านด้วย

ผลสำรวจระบุว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นในเกือบทุกระดับราคา โดยเฉพาะกลุ่มบ้านราคา 3-7 ล้านบาท และ มากกว่า 7 ล้านบาท ขณะที่บ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ยังคงมีอัตราปฏิเสธสินเชื่ออยู่ในระดับสูงเช่นกัน สะท้อนว่าปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อได้ขยายวงกว้างไปยังผู้ซื้อบ้านหลายกลุ่ม ไม่ได้จำกัดเฉพาะตลาดระดับล่างเหมือนที่ผ่านมา

สมาคมฯ ระบุว่า แม้สถาบันการเงินจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่ยังมีผู้ที่มีรายได้ประจำและมีศักยภาพในการผ่อนชำระจำนวนไม่น้อยที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ ส่งผลให้ต้องเลื่อนการซื้อบ้าน หรือสูญเสียโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

อีกทั้งสมาคมฯ ยังมองว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อผู้บริโภค แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เนื่องจากการชะลอตัวของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกว่า 40 ธุรกิจ ทั้งวัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมา เฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจตกแต่งบ้าน การจ้างงาน และบริการทางการเงิน ซึ่งล้วนเป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ HBA เสนอให้ภาครัฐพิจารณา 3 แนวทางหลัก ได้แก่

  • ผลักดัน Mortgage Guarantee Scheme โดยขยายบทบาทของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือจัดตั้งกลไกค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อแบ่งเบาความเสี่ยงของสถาบันการเงินและเพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรก
  • ส่งเสริม Consolidated Debt หรือการรวบรวมหนี้ดอกเบี้ยสูงมารีไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและค่างวดรายเดือน รวมถึงลดความเสี่ยงการเกิดหนี้เสีย
  • เปิดทางให้ใช้ Risk-based Interest Rate โดยให้สถาบันการเงินกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้ แทนการปฏิเสธสินเชื่อทั้งหมด เพื่อให้ผู้ที่ยังมีศักยภาพสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

HBA เห็นว่า หากภาครัฐและสถาบันการเงินร่วมกันผลักดันมาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น ควบคู่กับการรักษาระดับการจ้างงาน กระตุ้นการลงทุน และเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว