
ธอส.ลุยสินเชื่อใหม่ 2.47 แสนล้าน กางแผนปี 69 สู่ ‘Beyond Housing Bank’
ธอส. กางแผนปี 69 สู่ ‘Beyond Housing Bank’ ลุยสินเชื่อใหม่ 2.47 แสนล้าน เจาะฟรีแลนซ์–คนรุ่นใหม่เข้าถึงบ้านง่ายขึ้น
KEY
POINTS
- ธอส. ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2569 มูลค่า 247,000 ล้านบาท พร้อมวางยุทธศาสตร์ปรับองค์กรสู่การเป็น “Beyond Housing Bank”
- มุ่งเน้นการให้สินเชื่อแก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอาชีพอิสระและคนรุ่นใหม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาและผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่
- ส่งเสริมสินเชื่อสีเขียวสำหรับบ้านประหยัดพลังงานและติดตั้ง Solar Rooftop ควบคู่กับการตั้งเป้าควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 5%
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าปรับบทบาทองค์กรครั้งสำคัญสู่การเป็น “Beyond Housing Bank” หรือธนาคารที่เป็นมากกว่าผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัย ภายใต้การนำของ ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธอส. โดยมุ่งพัฒนาระบบนิเวศด้านที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเงินมาเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น
แม้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกและกำลังซื้อภายในประเทศที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่ ธอส.ยังคงตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2569 ที่ 247,000 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย หลังจากครึ่งปีแรกปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วเกือบ 100,000 ล้านบาท
อสังหาฯ เริ่มฟื้น กลุ่มรายได้น้อยยังต้องการบ้าน
ดร.มหัทธนะ เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสแรกของปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยขยายตัวกว่า 10-11% หลังจากติดลบต่อเนื่องหลายไตรมาส อย่างไรก็ตาม มูลค่าการโอนเพิ่มขึ้นเพียง 3% สะท้อนว่าความต้องการซื้อยังอยู่ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาปานกลางถึงราคาต่ำ
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับพันธกิจของ ธอส. ที่มุ่งสนับสนุนผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้น้อย โดยตั้งเป้าให้สินเชื่อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 65% ของพอร์ตสินเชื่อใหม่ ขณะที่ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของระบบเติบโตเพียง 2.4% แต่ ธอส. สามารถขยายการปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ปรับบทบาทสู่ One-stop Service ด้านที่อยู่อาศัย
ยุทธศาสตร์สำคัญของ ธอส. ในระยะต่อไป คือการพัฒนาองค์กรสู่ศูนย์กลางบริการด้านที่อยู่อาศัยครบวงจร หรือ One-stop Service ที่เชื่อมโยงบริการตั้งแต่การเลือกซื้อบ้าน การเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ การตกแต่งที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการติดตั้งระบบ Solar Rooftop
พร้อมกันนี้ ธนาคารยังนำเทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้ามาใช้ยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ รวมถึงปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในตามแนวคิด Lean Process เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า
รุกตลาดฟรีแลนซ์–คนรุ่นใหม่
อีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 8-9% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด โดย ธอส. ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 10-15% ผ่านการใช้ระบบ Alternative Credit Scoring ที่พิจารณาพฤติกรรมทางการเงิน การออม และการใช้จ่าย แทนการอาศัยเอกสารรายได้เพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ธนาคารยังศึกษาพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z ที่นิยมเช่าที่อยู่อาศัยมากกว่าซื้อบ้าน และอยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Rent-to-Own หรือ “เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินงวด” เพื่อเปิดทางให้ผู้เช่าสามารถก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านในอนาคต
หนุนสินเชื่อสีเขียว คุม NPL ไม่เกิน 5%
ด้านความยั่งยืน ธอส. เดินหน้าส่งเสริมสินเชื่อสีเขียวผ่านสินเชื่อบ้านประหยัดพลังงานและสินเชื่อติดตั้ง Solar Rooftop ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 1% ต่อปี นาน 3 ปี เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด
ขณะเดียวกัน ธนาคารตั้งเป้าควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 5% โดยใช้มาตรการเชิงรุกในการดูแลลูกหนี้กลุ่มเฝ้าระวังและปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีลูกหนี้ภายใต้มาตรการช่วยเหลือรวมเกือบ 100,000 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรวมกว่า 1.9 ล้านล้านบาท
แม้ครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เปราะบาง แต่ ธอส. ยังคงเชื่อมั่นว่าจะสามารถผลักดันยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมาย 247,000 ล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นธนาคารที่อยู่ในใจลูกค้าและเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,210 วันที่ 18 - 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569







