thansettakij
thansettakij
ASW โชว์ผลงาน เปิดแผนลุยครึ่งปีหลัง รับแรงหนุนมาตรการ LTV-ค่าโอนถึงปี 70

ASW โชว์ผลงาน เปิดแผนครึ่งปีหลัง รับแรงหนุนมาตรการ LTV-ค่าโอนถึงปี 70

06 ก.ค. 69 | 06:50 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ค. 69 | 07:15 น.

ASW กวาดยอดขายครึ่งปีแรก 11,847 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของเป้าทั้งปี มองครึ่งปีหลังได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ การผ่อนคลาย LTV เงินบาทอ่อนค่า และดีมานด์ต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดภูเก็ต

KEY

POINTS

  • ASW เผยผลงานครึ่งปีแรกทำยอดพรีเซลล์ ได้ 11,847 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของเป้าหมายทั้งปี
  • คาดการณ์ตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีขึ้น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการรัฐที่ขยายการลดค่าโอน-จดจำนอง และผ่อนปรน LTV ไปจนถึงปี 2570
  • วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์ทั้งในกรุงเทพฯ และภูเก็ตในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้า
  • บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 1/69 รวม 38,010 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่องถึงปี 2571

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 สามารถทำยอดขาย (Presale) จากโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมรวม 11,847 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 18,500 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการเปิดตัวโครงการใหม่ตามแผน รวมถึงพอร์ตโครงการ Leisure Residence ในจังหวัดภูเก็ตของบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ที่ยังได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกสะท้อนความสามารถในการดำเนินธุรกิจตามแผน แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ

ทั้งนี้โดยเฉพาะโครงการ เบียงกาน่า สุรินทร์ (Biancana Surin) มูลค่า 3,200 ล้านบาท ใกล้หาดสุรินทร์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกและมียอดจองแล้วกว่า 70% สะท้อนความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ยังมีต่อศักยภาพของตลาดภูเก็ต

สำหรับช่วงครึ่งปีแรก บริษัทเปิดตัวโครงการใหม่รวม 5 โครงการ มูลค่ารวม 8,255 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ Kave Carnival Rangsit มูลค่า 1,400 ล้านบาท, Wise House Rangsit มูลค่า 255 ล้านบาท และกลุ่มโครงการ Leisure Residence ได้แก่ Biancana Surin มูลค่า 3,200 ล้านบาท, THE TITLE Vivana Kamala มูลค่า 2,000 ล้านบาท และ The Olive มูลค่า 1,400 ล้านบาท

โครงการ เดอะไทเทิล วิวาน่า กมลา (THE TITLE Vivana Kamala)

มองครึ่งปีหลังได้แรงหนุนรัฐ-ต่างชาติ

นายกรมเชษฐ์ กล่าวว่า บริษัทประเมินว่าทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจากหลายปัจจัยสนับสนุน ทั้งการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น รวมถึงแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่าที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของนักลงทุนต่างชาติ

อีกทั้งในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว คาดว่าจะเห็นดีมานด์จากต่างชาติกลับเข้าสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งยังคงเป็น World Destination ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูง (High-Net-Worth Individuals : HNWIs) และผู้ที่มองหาบ้านหลังที่สองจากหลายประเทศ

ขณะเดียวกัน ตลาดในประเทศยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ทั้งการผ่อนปรนเกณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ที่เปิดโอกาสให้กู้ได้เต็ม 100% ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงการขยายเวลามาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองเหลือ 0.01% ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้มากขึ้น

แผนเปิดโครงการใหม่-เร่งบริหารสต๊อกพร้อมอยู่

สำหรับแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่บนทำเลยุทธศาสตร์ (Strategic Location) ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดภูเก็ต โดยจะทยอยเปิดเผยรายละเอียดในระยะต่อไป พร้อมติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะตลาด

นอกจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารกระแสเงินสดและสภาพคล่อง รวมถึงการบริหารพอร์ตโครงการพร้อมอยู่ (Ready to Move) เพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย 18,500 ล้านบาทภายในปีนี้

ในด้านการรับรู้รายได้ ASW เตรียมทยอยส่งมอบโครงการสร้างเสร็จใหม่ต่อเนื่อง โดยมีโครงการสำคัญในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ THE TITLE Serenity Naiyang มูลค่า 4,000 ล้านบาท และ THE TITLE Heritage Bang-Tao มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปี

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม 38,010 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2571 ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับรายได้ของบริษัทในระยะยาว