thansettakij
thansettakij
อสังหาฯเห็นสัญญาณบวกเศรษฐีตะวันออกกลางช้อปบ้าน-คอนโดหรูในไทย จี้รัฐบาลทำแพ็กเกจดึงกำลังซื้อ

อสังหาฯเห็นสัญญาณบวกเศรษฐีตะวันออกกลางช้อปบ้าน-คอนโดหรูในไทย จี้รัฐบาลทำแพ็กเกจดึงกำลังซื้อ

16 มี.ค. 2569 | 09:32 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 2569 | 10:14 น.

วิกฤตสงครามอิหร่าน อสังหาฯ เห็นสัญญาณบวกเศรษฐีตะวันออกกลางซื้อบ้าน-คอนโดหรูในไทย สมาคมอาคารชุดไทย จี้รัฐบาลทำแพ็กเกจดึงกำลังซื้อ ขอ1-2% หรือ 1-2หมื่นล้านบาทจากมูลค่ารวม1ล้านล้านบาทของตะวันออกกลางช่วยดันเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว

KEY

POINTS

  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้กลุ่มเศรษฐีหันมาสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักชัวรีในไทยมากขึ้น เพื่อเป็นที่พักอาศัยที่ปลอดภัย

 สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างประเมินว่าจะกินระยะเวลานานกว่าจะยุติ ขณะเดียวกันในวิกฤตย่อมมีโอกาสภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากกำลังซื้อของกลุ่มเศรษฐีตะวันออกกลางที่ให้ความสนใจซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักชัวรีในประเทศไทยมากขึ้น

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยผู้ประกอบการมองว่าไทยมีศักยภาพเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักอาศัยระยะยาวของชาวต่างชาติที่ต้องการความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดี แบบครบวงจร

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นกลุ่มผู้มีกำลังซื้อจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มอัลตร้าลักชัวรี ติดต่อเข้ามาสอบถามและมองหาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยผ่านโบรกเกอร์ และบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง โดยเฉพาะ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

โดยส่วนใหญ่ให้ความสนใจที่อยู่อาศัยหลายระดับราคา  ที่น่าจับตามีกลุ่มเศรษฐีตะวันออกกลางให้ความสนใจคอนโดมิเนียมและวิลล่าในไทย ในระดับราคาตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ชลบุรี หัวหิน ภูเก็ตเป็นต้น

ขณะเดียวกันมองว่า กลุ่มลูกค้ามักเริ่มต้นจากการเดินทางเข้ามาพำนักระยะสั้นในรูปแบบโรงแรมหรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ก่อนทดลองใช้ชีวิตในประเทศไทย หากมีความมั่นใจในระบบสาธารณสุข คุณภาพชีวิต และสภาพแวดล้อม ก็มีแนวโน้มตัดสินใจซื้อบ้านหลังที่สองเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว พร้อมย้ายครอบครัวเข้ามาพำนัก

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจ คือ ระบบโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสากล การมีโรงเรียนนานาชาติรองรับบุตรหลาน ตลอดจนค่าครองชีพที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งทำให้ไทยสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยของชาวต่างชาติในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมองว่ารัฐบาลควรเร่งใช้โอกาสดังกล่าวในการออกมาตรการสนับสนุน เช่น การพัฒนาแพ็กเกจวีซ่าระยะยาว หรือโครงการ Long stay visa  

เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามาพำนักและลงทุนในประเทศไทย โดยอาจกำหนดเงื่อนไขการซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถขอวีซ่าระยะยาวตามมาตรการรัฐบาลยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยทำมาแล้วได้

มาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน ไม่เพียงแต่ที่อยู่อาศัยแต่ยังรวมถึงธุรกิจโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงพยาบาล และโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งล้วนเป็นระบบนิเวศสำคัญในการรองรับชาวต่างชาติที่ต้องการอยู่อาศัยในประเทศไทย

นายประเสริฐยังมองว่า ตลาดตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในตลาดกำลังซื้อขนาดใหญ่ของโลก หากประเทศไทยสามารถดึงดูดกำลังซื้อเพียง 1–2% ของตลาดดังกล่าวได้ ก็อาจสร้างเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ประเทศมูลค่าประมาณ 10,000–20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป