thansettakij
thansettakij
ต่างชาติซื้อคอนโดไทยวูบแตะ 17% จีนหดแรง อินเดีย-รัสเซียโตสวน

ต่างชาติซื้อคอนโดไทยวูบแตะ 17% จีนหดแรง อินเดีย-รัสเซียโตสวน

15 มิ.ย. 69 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 69 | 05:46 น.

REIC เผยยอดโอนคอนโดชาวต่างชาติไตรมาส 1/69 ลดลง 17.3% เหลือ 3,241 หน่วย หลังเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและกำลังซื้อจีนอ่อนแรง ขณะที่อินเดีย รัสเซีย และออสเตรเลียเติบโตสวนกระแส

KEY

POINTS

  • ไตรมาส 1 ปี 2569 ยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดของชาวต่างชาติลดลงกว่า 17% ทั้งในแง่จำนวนหน่วยและมูลค่า จากผลกระทบของเศรษฐกิจชะลอตัว
  • กำลังซื้อจากจีนซึ่งเป็นตลาดหลักหดตัวรุนแรงเกือบ 40% เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและข้อจำกัดด้านการเงิน
  • สวนทางกับภาพรวม ตลาดจากรัสเซียและอินเดียกลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยอินเดียมีอัตราการเติบโตของจำนวนหน่วยสูงสุดถึง 40%
  • ผู้ซื้อชาวอินเดียมีความโดดเด่นในการซื้อห้องชุดขนาดใหญ่และมีมูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุดในกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เปิดเผยสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติทั่วประเทศในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่าภาพรวมตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้การโอนกรรมสิทธิ์ปรับตัวลดลงในทุกมิติ ทั้งจำนวนหน่วย มูลค่าการโอน และพื้นที่ใช้สอย

ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ชาวต่างชาติจำนวน 3,241 หน่วย ลดลง 17.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 13,464 ล้านบาท ลดลง 17.9% และมีพื้นที่รวม 141,644 ตารางเมตร ลดลง 13.8%

เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมทั้งหมด พบว่าสัดส่วนการซื้อของชาวต่างชาติลดลงเช่นกัน โดยคิดเป็น 13.6% ของจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด และคิดเป็น 23.9% ของมูลค่าการโอนทั้งหมด

เศรษฐกิจโลกชะลอ ฉุดกำลังซื้อจีนหดตัว

REIC วิเคราะห์ว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้บริโภคและนักลงทุนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ซื้อหลักอย่างชาวจีน ซึ่งครองสัดส่วนการซื้อคอนโดในไทยมากที่สุดต่อเนื่องหลายปี กำลังเผชิญความท้าทายจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงข้อจำกัดด้านสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้หลายรายชะลอการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศออกไป

ผลจากปัจจัยดังกล่าวทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ของชาวจีนในไตรมาสแรกอยู่ที่ 906 หน่วย ลดลงถึง 38.8% จากปีก่อน และมีมูลค่าโอนรวม 3,493 ล้านบาท ลดลง 42.9% ถือเป็นการปรับตัวลดลงที่รุนแรงกว่าภาพรวมตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ชาวจีนยังครองอันดับ 1 ของผู้ซื้อคอนโดต่างชาติในไทย แต่ช่องว่างระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอื่นเริ่มแคบลง สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดที่ไม่พึ่งพากลุ่มลูกค้าจีนเพียงประเทศเดียวเหมือนในอดีต

รัสเซีย-อินเดีย-ออสเตรเลีย โตสวนตลาด

ในอีกด้านหนึ่ง กลับพบว่าหลายสัญชาติยังคงมียอดโอนกรรมสิทธิ์เติบโตสวนทางกับภาพรวมที่ชะลอตัว รัสเซียยังคงเป็นตลาดดาวเด่น โดยมียอดโอน 383 หน่วย เพิ่มขึ้น 33% และมีมูลค่าโอนรวม 1,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 68.7%

ขณะที่อินเดียมีอัตราเติบโตสูงสุดในกลุ่ม Top 10 ด้วยจำนวนหน่วยโอน 63 หน่วย เพิ่มขึ้น 40.0% และมูลค่ารวม 353 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.9% ด้านออสเตรเลียมียอดโอน 83 หน่วย เพิ่มขึ้น 36.1% ส่วนเยอรมนีและสหราชอาณาจักรเติบโต 17.4% และ 13.0% ตามลำดับ

การขยายตัวของกลุ่มผู้ซื้อเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ตลาดโดยรวมจะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก แต่ยังมีกลุ่มกำลังซื้อจากบางประเทศที่มองเห็นโอกาสในการลงทุนและอยู่อาศัยในประเทศไทย

อินเดียเด่น ซื้อห้องใหญ่-ราคาสูงสุด

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจจากข้อมูล REIC คือพฤติกรรมของผู้ซื้อชาวอินเดียที่แตกต่างจากกลุ่มอื่นอย่างชัดเจน โดยชาวอินเดียเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการโอนเฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุดในตลาด อยู่ที่ประมาณ 5.6 ล้านบาทต่อหน่วย สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของต่างชาติที่อยู่ที่ 4.2 ล้านบาทต่อหน่วย

นอกจากนี้ ยังมีขนาดพื้นที่เฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุดที่ 67.8 ตารางเมตร เทียบกับค่าเฉลี่ยรวมของตลาดต่างชาติที่ 43.7 ตารางเมตรต่อหน่วย ตัวเลขดังกล่าวจึงสะท้อนว่าผู้ซื้อชาวอินเดียเน้นการเลือกซื้อห้องชุดขนาดใหญ่ มูลค่าสูง และตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงมากขึ้น

หากพิจารณาภาพรวมเชิงโครงสร้าง จะพบว่าตลาดคอนโดมิเนียมไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ในอดีตที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวของตลาดต่างชาติแทบผูกขึ้นอยู่กับกำลังซื้อจากจีน แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าความสำคัญของตลาดจีนเริ่มลดลง ขณะที่ดีมานด์จากรัสเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย และยุโรปบางประเทศเริ่มมีบทบาทมากขึ้น

แม้จำนวนผู้ซื้อจากประเทศเหล่านี้ยังไม่มากเท่าจีน แต่การเติบโตต่อเนื่องในช่วงที่ตลาดโดยรวมชะลอตัว ถือเป็นสัญญาณว่าฐานลูกค้าต่างชาติของไทยกำลังกระจายตัวมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปในระยะยาว

ทั้งนี้ REIC มองว่าทิศทางตลาดต่างชาติในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังต้องติดตามปัจจัยเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจจีน ความผันผวนของตลาดการเงินโลก และกำลังซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียมไทยในระยะต่อไป