
ถอดรหัสลงทุน AI ยุคใหม่ LIV-24 หนุนโรงงานคลังสินค้าลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ
LIV-24 จับมือภาครัฐและพันธมิตรอุตสาหกรรม เปิดเวที "LIV-UP" ชี้การลงทุน AI ต้องเริ่มจากโจทย์ธุรกิจจริง ใช้ข้อมูลคุณภาพ ลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ และต่อยอดโรงงานเดิมสู่ Smart Factory อย่างคุ้มค่า
KEY
POINTS
- ภาคอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) สู่การใช้ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ (Intelligent Operation) เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- การลงทุน AI ในโรงงานไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยงบประมาณสูง แต่ควรเน้นการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาหรือ Pain Point ของธุรกิจเป็นหลัก
- LIV-24 นำเสนอโซลูชัน "Intelligence Layer" แบบ Plug & Play ที่สามารถติดตั้งเสริมบนโครงสร้างพื้นฐานเดิม เพื่อยกระดับสู่ Smart Factory และช่วยลดต้นทุนการลงทุนระบบใหม่ได้ถึง 50%
ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการแข่งขันในตลาดโลกที่ทวีความรุนแรง ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนการลงทุนให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
บริษัท ลิฟ-24 จำกัด (LIV-24) จึงร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม จัดสัมมนา "LIV-UP: Rethinking Factory Investment ลงทุน AI อย่างไรให้คุ้มค่าในยุคเศรษฐกิจผันผวน" เปิดเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการลงทุนเทคโนโลยีสำหรับภาคการผลิต
โดยมีผู้แทนจากสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สมาคมการจัดการระบบคลังสินค้าไทย (TIA) ชมรมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจาก AIS, Ajax และ Honeywell ร่วมถ่ายทอดแนวทางการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานไทย
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอิศริยา แสงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และ นางนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟ-24 จำกัด ร่วมเป็นประธานเปิดงาน
จาก Automation สู่ Intelligent Operation
นายศักดา สารพัดวิทยา นายกสมาคมการจัดการระบบคลังสินค้าไทย กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อทดแทนแรงงาน ไปสู่การใช้ข้อมูลและ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและบริหารจัดการกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ หรือ Intelligent Operation ซึ่งช่วยให้โรงงานสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง
พร้อมกันนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยี ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีและโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ อาทิ IDA, ITAP-ERP และ Matching Fund เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล และเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Factory ได้ง่ายขึ้น
ลงทุน AI ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากงบก้อนใหญ่
เวทีสัมมนายังสะท้อนมุมมองร่วมกันว่า การลงทุน AI ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง หากเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาหรือ Pain Point ที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพธุรกิจ แล้วเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ไข
นายจิรัฏฐ์ สายทอง ประธานชมรมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของผู้ประกอบการยังคงเป็นการบริหารต้นทุนและสร้างผลกำไร ดังนั้น การลงทุนด้านเทคโนโลยีควรมุ่งตอบโจทย์การลดต้นทุนแรงงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในจุดที่สร้างผลตอบแทนต่อธุรกิจได้มากที่สุด
ขณะที่ นางสาวบุษยมาส พุ่มหอม Smart Solutions Manager บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ระบุว่า การนำ AI มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ (Trusted Data) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยที่พร้อมรองรับ เพราะคุณภาพของข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดคุณภาพของผลลัพธ์จาก AI
ด้าน นายชุติเดช ปริญฐิติภา Business Development Director บริษัท เอแจ๊ก ซัพพลายส์ จำกัด และ นายอธิภัทร ธัญชวานนท์Business Development Manager บริษัท ฮันนี่เวลล์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เห็นตรงกันว่า องค์กรไม่จำเป็นต้องรื้อหรือเปลี่ยนระบบทั้งหมดในคราวเดียว แต่สามารถเลือกใช้โซลูชันที่เชื่อมต่อกับระบบเดิมได้ เพื่อควบคุมงบประมาณและลดความเสี่ยงของการลงทุน
เลือกลงทุนตรง Pain Point เพิ่มผลตอบแทนธุรกิจ
ด้าน นางนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟ-24 จำกัด กล่าวว่า การยกระดับโรงงานด้วยเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนขนาดใหญ่ แต่สามารถต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานเดิม โดยพิจารณาความคุ้มค่าจากผลตอบแทนทั้งด้านรายได้ การลดต้นทุน และการยกระดับความปลอดภัย มากกว่าการมองเฉพาะมูลค่าการลงทุน
"การแข่งขันในปัจจุบันไม่ใช่เพียงปลาเร็วกินปลาช้า แต่ปลาเร็วต้องฉลาดด้วย คือเลือกลงทุนให้ตรงกับปัญหาขององค์กร และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง" นางนิรมลกล่าว
ภายในงาน นายวรรณศักดิ์ ไกรวุฒิธนากุล Head of Integrated Solutions and Business บริษัท ลิฟ-24 จำกัด ยังนำเสนอแนวคิดการเปลี่ยนผ่านโรงงานสู่ Smart Factory ผ่านการเสริม "ชั้นอัจฉริยะ" (Intelligence Layer) แบบ Plug & Play ที่สามารถติดตั้งบนโครงสร้างเดิมได้ทันที ช่วยลดต้นทุนการลงทุนระบบใหม่ได้ถึง 50%
โซลูชันที่นำเสนอประกอบด้วย AI Edge Box ที่ยกระดับกล้อง CCTV เดิมให้สามารถวิเคราะห์ภาพด้วย AI แบบเรียลไทม์ ระบบ Hybrid Fire Protection ที่ใช้ AI ลดปัญหาการแจ้งเตือนผิดพลาด (False Alarm) รวมถึง Smart Visitor Management ที่รองรับการลงทะเบียนผู้มาติดต่อและระบบอ่านป้ายทะเบียนรถ (LPR) โดยข้อมูลทั้งหมดสามารถเชื่อมต่อผ่านแพลตฟอร์ม LIV-CORE เพื่อบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและการดำเนินงานจากศูนย์กลางเดียว
ผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมเวทีสัมมนาเห็นตรงกันว่า AI และ Smart Technology ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมาก แต่คือการเลือกใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับโจทย์ขององค์กร และสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม







