
ถอดยุทธศาสตร์ซีพีแลนด์ บุก 22 จังหวัด ดันแนวราบ เจาะกำลังซื้อภูธร
CP LAND เดินหน้ากลยุทธ์ขยายที่อยู่อาศัยสู่หัวเมืองเศรษฐกิจ ล่าสุด ปักธงบ้านเดี่ยวพรีเมียมในนครสวรรค์-พิษณุโลก มูลค่าว่า 2,500 ล้านบาท เจาะกำลังซื้อระดับบน รับเทรนด์คนทำงานกลับภูมิลำเนาและการเติบโตของเมืองภูมิภาค
KEY
POINTS
- ซีพีแลนด์เดินหน้ารุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัด โดยเน้นพัฒนาโครงการแนวราบในหัวเมืองเศรษฐกิจและเมืองรองที่มีศักยภาพ
- เปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมแบรนด์ “SŌLVANI” ในนครสวรรค์และพิษณุโลก มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง
- กลยุทธ์ดังกล่าวตอบรับเทรนด์คนทำงานย้ายกลับภูมิลำเนาหลังโควิด-19 และการเติบโตของเมืองในภูมิภาค ซึ่งทำให้ความต้องการบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้น
- วางเป้าหมายเป็น "ผู้ร่วมพัฒนาเมือง" ควบคู่กับการสร้างที่อยู่อาศัย โดยร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์
CP LAND เดินหน้ากลยุทธ์ขยายที่อยู่อาศัยสู่หัวเมืองเศรษฐกิจ ล่าสุด ปักธงบ้านเดี่ยวพรีเมียมในนครสวรรค์-พิษณุโลก มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท เจาะกำลังซื้อระดับบน รับเทรนด์คนทำงานกลับภูมิลำเนาและการเติบโตของเมืองภูมิภาค
บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เดินหน้ารุกตลาดที่อยู่อาศัยภูมิภาคเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมแบรนด์ “SŌLVANI” ในนครสวรรค์และพิษณุโลก สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของบริษัทที่มองเห็นโอกาสในหัวเมืองเศรษฐกิจนอกกรุงเทพฯ ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
นายดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย CP LAND เปิดเผยว่า ทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทในระยะต่อไปจะให้น้ำหนักกับการขยายโครงการในหัวเมืองภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ มีฐานกำลังซื้อชัดเจน และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเมืองรองที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
รุกเมืองรอง ปักหมุดนครสวรรค์-พิษณุโลก
ปัจจุบัน CP LAND พัฒนาโครงการในกว่า 22 จังหวัดทั่วประเทศ และมีประสบการณ์ในธุรกิจที่อยู่อาศัยมากกว่า 15 ปี ขณะที่บริษัทมีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดเป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตธุรกิจ สะท้อนแนวคิดการเติบโตที่ไม่ได้ยึดติดกับตลาดกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว
สำหรับการตัดสินใจลงทุนในนครสวรรค์และพิษณุโลก บริษัทใช้กระบวนการศึกษาตลาดอย่างละเอียด ทั้งด้านผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GDP) รายได้ประชากร ศักยภาพทางเศรษฐกิจ โครงสร้างกำลังซื้อ และพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากธุรกิจที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนสูงและปรับตัวได้ยาก หากเลือกทำเลผิดพลาด
“ไม่ใช่ทุกจังหวัดที่จะสามารถเข้าไปพัฒนาโครงการได้ เพราะตลาดที่อยู่อาศัยต้องอาศัยกำลังซื้อที่มีเสถียรภาพ หากรายได้ของผู้บริโภคไม่มั่นคง การพัฒนาโครงการก็มีความเสี่ยงสูง” นายดำรงศักดิ์กล่าว
ภายใต้แนวคิดดังกล่าว บริษัทจึงเลือกนครสวรรค์และพิษณุโลกเป็นฐานรุกตลาดแนวราบระดับบนของภาคเหนือตอนล่าง ผ่านโครงการ “SŌLVANI”Nakhon Sawan และ “SŌLVANI” Phitsanulok มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท โดยนครสวรรค์มีมูลค่าโครงการ 1,450 ล้านบาท จำนวน 201 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 48 ไร่ ส่วนพิษณุโลกมีมูลค่าโครงการ 1,039 ล้านบาท จำนวน 128 ยูนิต บนพื้นที่ 34 ไร่
โครงการดังกล่าวถือเป็นการต่อยอดยุทธศาสตร์ Premium Regional Living หรือการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในเมืองภูมิภาค โดยนำมาตรฐานการพัฒนาโครงการระดับพรีเมียมจากตลาดเมืองใหญ่เข้ามาปรับใช้กับเมืองรองที่มีกำลังซื้อคุณภาพ
จากสร้างบ้านสู่การร่วมพัฒนาเมือง
จุดที่น่าสนใจคือ CP LAND ไม่ได้มองการพัฒนาโครงการในฐานะการสร้างบ้านจัดสรรเพียงอย่างเดียว แต่พยายามวางบทบาทตนเองเป็นผู้ร่วมพัฒนาเมือง โดยเฉพาะโครงการนครสวรรค์ที่ตั้งอยู่บนถนนพรหมนิมิต ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่และเป็นพื้นที่ขยายเมืองในอนาคต
บริษัทจึงวางแผนพัฒนาองค์ประกอบเมืองควบคู่กับโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านความร่วมมือกับ OR เพื่อพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ด้านหน้าโครงการ ทั้งสถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และพื้นที่ค้าปลีก เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการอยู่อาศัยและสนับสนุนการขยายตัวของเมือง
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลัก 3 ประโยชน์ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ต่อประเทศ ประโยชน์ต่อชุมชน และประโยชน์ต่อองค์กรตามลำดับเสมอไม่ว่าจะเข้าไปดำเนินธุรกิจในพื้นที่ใดก็ตาม
“หากจะทำให้เมืองเติบโตได้ ไม่ใช่มีแค่บ้าน แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่นเข้ามาสนับสนุนการใช้ชีวิตด้วย” นายดำรงศักดิ์กล่าว
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ดันดีมานด์บ้านภูธร
อีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทเร่งพัฒนาแนวราบในภูมิภาค คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคหลังสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้คนจำนวนมากย้ายกลับภูมิลำเนาและใช้เวลาทำงานจากบ้านมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีต้นทุนที่ดินยังไม่สูงมาก การอยู่อาศัยแนวราบสามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่าคอนโดมิเนียม แตกต่างจากเมืองใหญ่หรือเมืองการศึกษาอย่างขอนแก่น ซึ่งยังมีความต้องการคอนโดในระดับสูง
ข้อมูลของบริษัทพบว่า ลูกค้าในนครสวรรค์ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และข้าราชการ ขณะที่พิษณุโลกมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานราชการ ส่งผลให้รูปแบบสินค้าและระดับราคาของแต่ละโครงการต้องปรับให้เหมาะสมกับลักษณะกำลังซื้อในพื้นที่
บริษัทเลือกเจาะตลาดระดับพรีเมียม ราคา 6.9-16 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าตลาดแมสระดับ 1-5 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้มั่นคง ผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูง และเจ้าของกิจการที่มีฐานะทางการเงินแข็งแรง
“กลุ่ม 1-5 ล้านบาทได้รับผลกระทบจากปัญหาสินเชื่อและเศรษฐกิจค่อนข้างมาก แต่กลุ่ม 7-15 ล้านบาทยังมีความสามารถในการซื้อและได้รับผลกระทบน้อยกว่า” นายดำรงศักดิ์กล่าว
แม้ภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่บริษัทพบสัญญาณที่น่าสนใจคือสัดส่วนการซื้อบ้านด้วยเงินสดในตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 40% ของยอดขาย
ปัจจัยสำคัญมาจากความผันผวนของสินทรัพย์ลงทุนประเภทอื่น ทั้งตลาดหุ้น ทองคำ และน้ำมัน ทำให้ผู้มีกำลังซื้อจำนวนหนึ่งหันกลับมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เนื่องจากมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและสามารถสร้างรายได้ระยะยาวจากการปล่อยเช่าได้
รับมือแรงกดดันต้นทุน-สินเชื่อเข้มงวด
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น การขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง และความเข้มงวดของธนาคารในการอนุมัติสินเชื่อ
โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงานหลังแรงงานกัมพูชาจำนวนหนึ่งเดินทางกลับประเทศ ส่งผลให้ผู้รับเหมาหลายพื้นที่ประสบปัญหากำลังคนไม่เพียงพอ กระทบต่อระยะเวลาการก่อสร้างและการส่งมอบบ้าน
อย่างไรก็ตาม บริษัทเลือกใช้กลยุทธ์บริหารต้นทุนผ่านการปรับแบบก่อสร้าง การกระจายผู้รับเหมา และการทยอยพัฒนาเป็นเฟส แทนการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้ซื้อทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระแทกต่อกำลังซื้อในตลาด
ในด้านการแข่งขัน แม้โครงการจะมีระดับราคาสูงกว่าคู่แข่งบางรายในตลาดนครสวรรค์ แต่บริษัทเลือกแข่งขันด้วยคุณภาพมากกว่าสงครามราคา ผ่านจุดขายด้านมาตรฐานการก่อสร้าง วัสดุ พื้นที่ส่วนกลาง การบริการหลังการขาย และการรับประกันโครงสร้างนาน 10 ปี ครอบคลุมทั้งโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และองค์ประกอบสำคัญของตัวบ้าน
มองยาวศักยภาพเมืองรอง สู่ฐานเศรษฐกิจใหม่
นายดำรงศักดิ์มองว่า ทิศทางการพัฒนาเมืองในอนาคตจะเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญต่อตลาดที่อยู่อาศัยภูมิภาค โดยเฉพาะนครสวรรค์ซึ่งมีศักยภาพทั้งด้านการค้า การขนส่ง และโลจิสติกส์ รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่ที่กำลังพัฒนา ประกอบกับการเป็นประตูเชื่อมภาคเหนือกับกรุงเทพมหานคร ทำให้เมืองมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว และจะกลายเป็นหนึ่งในฐานเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค
“เมืองรองมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งทรัพยากร โอกาสในการพัฒนา และต้นทุนที่ยังแข่งขันได้ หากมองเห็นศักยภาพและเข้ามาในจังหวะที่เหมาะสม เมืองเหล่านี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก” นายดำรงศักดิ์กล่าว
จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า CP LAND กำลังขยายสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมภูมิภาค โดยใช้จุดแข็งด้านการผสานเข้ากับตลาดท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ การพัฒนาเมืองควบคู่กับที่อยู่อาศัย และการเลือกเจาะกำลังซื้อคุณภาพ เป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอยู่ในช่วงปรับฐานและรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในรอบใหม่







