thansettakij
thansettakij
สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยขานรับมาตรการผ่อนเกณฑ์คำนวณค่า Kต่อลมหายใจรับเหมา

สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยขานรับมาตรการผ่อนเกณฑ์คำนวณค่า Kต่อลมหายใจรับเหมา

19 พ.ค. 69 | 09:37 น.
อัปเดตล่าสุด :19 พ.ค. 69 | 10:11 น.

สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยขานรับมาตรการผ่อนเกณฑ์คำนวณค่า K ต่อลมหายใจรับเหมาเป็นการชั่วคราว ชี้หักอัตราบวก/ลบ 2% จากเดิมบวก/ลบ 4% เป็นเรื่องดีเงินต้องจ่ายเร็วด้วย

KEY

POINTS

  • ครม. มีมติอนุมัติมาตรการผ่อนผันเกณฑ์คำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K) ชั่วคราว โดยลดเกณฑ์การปรับราคาจากเดิม +/- 4% เหลือ +/- 2% เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาภาครัฐ
  • สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ ขานรับมาตรการดังกล่าว โดยมองว่าจะช่วยลดผลกระทบและภาวะขาดทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายกลางและรายเล็กได้อย่างทันท่วงที
  • สมาคมฯ ชี้ว่าปัญหาสำคัญคือความล่าช้าในการจ่ายเงินค่า K และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินโดยเร็ว เพื่อให้มาตรการเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

 

 มติคณะรัฐมนตรี(ครม. )อนุมัติมาตรการบรรเทาผลกระทบคู่สัญญาภาครัฐจากวิกฤตตะวันออกกลาง ผ่อนผันวิธีคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ หรือค่า K เป็นการชั่วคราว โดยให้หักในอัตราบวก/ลบ 2% จากเดิมบวก/ลบ 4% เฉพาะสัญญาที่ส่งมอบงวดงานระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ –30 กันยายนก.ย. 2569 เพื่อให้การชดเชยต้นทุนสะท้อนภาวะราคาที่เปลี่ยนแปลงได้เหมาะสมขึ้น 

นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCA)เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า นับเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญกับผู้ประกอบการก่อสร้าง โดยออกมาตรการได้อย่างรวดเร็วทันเวลา

ส่งผลให้ ภาคเอกชน โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กลดผลกระทบและขาดทุนลดน้อยลง มองว่า มาตรการดังกล่าวเป็นวิธีที่ง่ายและดีที่สุดในขณะนี้แต่ในทางกลับกันเมื่อหักอัตราบวก/ลบ 2% จากเดิมบวก/ลบ 4%  รัฐต้องรีบจ่ายโดยเร็ว อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่คือความล่าช้าในการจ่ายค่าเค  

“ค่าเคต้องจ่ายเร็วไม่ใช่บวกลบจาก 4% เป็น2% ไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมฯได้ร้องขอรัฐบาลจัดหางบประมาณเพื่อที่จะจ่ายค่าเค”

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่19 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและรักษาสภาพคล่องของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และต้นทุนวัสดุที่ปรับตัวสูงขึ้น

มาตรการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือคู่สัญญาภาครัฐในช่วงต้นทุนผันผวนรุนแรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการรับงานก่อสร้างและงานจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็น SMEs และมีข้อจำกัดด้านเงินทุนหมุนเวียน หากปล่อยให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกดดันต่อเนื่อง อาจกระทบการส่งมอบงาน การจ้างงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่

สาระสำคัญของมาตรการคือ การผ่อนผันวิธีคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ หรือค่า K เป็นการชั่วคราว โดยให้หักในอัตราร้อยละบวก/ลบ 2 จากเดิมร้อยละบวก/ลบ 4 เฉพาะสัญญาที่ส่งมอบงวดงานระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-30 ก.ย. 2569 เพื่อให้การชดเชยต้นทุนสะท้อนภาวะราคาที่เปลี่ยนแปลงได้เหมาะสมขึ้น 
 

พร้อมกับให้ใช้ดัชนีราคา ณ เดือนที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบราคากลาง แทนดัชนีราคา ณ เดือนเปิดซองประกวดราคา เพื่อให้การคำนวณสอดคล้องกับต้นทุนจริงในช่วงที่ราคาพลังงานและวัสดุปรับตัวเร็วและผันผวน

อย่างไรด็ตาม ค่า K หรือสูตรปรับราคางานก่อสร้างนี้ ถือเป็นกลไกที่ใช้คำนวณชดเชยความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนระหว่างการดำเนินโครงการ เช่น ราคาน้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และต้นทุนด้านพลังงาน หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเกินกรอบที่กำหนด รัฐจะจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติมให้ผู้รับจ้างตามสัดส่วนที่เกิดขึ้นจริง แต่หากต้นทุนลดลง ก็จะมีการปรับลดในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

นางสาวรัชดา กล่าวว่า มาตรการลักษณะนี้เคยใช้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจซับไพรม์ เพื่อประคองผู้ประกอบการและลดแรงกระแทกจากต้นทุนที่ผันผวนสูง การนำกลับมาใช้ครั้งนี้จึงเป็นการเลือกใช้เครื่องมือที่เคยผ่านสถานการณ์วิกฤตมาแล้ว และปรับให้สอดคล้องกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

“ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับสูงและผันผวน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการมีนโยบายที่บรรเทาผลกระทบทุกกลุ่ม ทั้งการประคองกำลังซื้อภาคประชาชน การดูแลผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs เพราะเมื่อธุรกิจยังมีสภาพคล่อง งานภาครัฐเดินต่อได้ การจ้างงานยังอยู่ ประชาชนมีกำลังซื้อเศรษฐกิจก็จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้” นางสาวรัชดา กล่าว