thansettakij
thansettakij
รัฐบาลอุ้มผู้รับเหมาผ่อนเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้าง -จ่ายค่าK กรณีได้รับอนุมัติแล้ว

รัฐบาลอุ้มผู้รับเหมาผ่อนเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้าง -จ่ายค่าK กรณีได้รับอนุมัติแล้ว

14 เม.ย. 69 | 11:52 น.
อัปเดตล่าสุด :14 เม.ย. 69 | 12:07 น.

รัฐบาลอุ้มผู้รับเหมาผ่อนเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้าง -จ่ายค่าK กรณีได้รับอนุมัติแล้ว พร้อมเดินหน้าปรับค่าK -ราคากลางสะท้อนราคาต้นทุนปัจจุบัน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือผู้รับเหมาโดยผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น กรณีไม่สามารถลงนามในสัญญาได้จะไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ หรือสามารถเจรจาหยุดงานชั่วคราวได้
  • สำนักงบประมาณเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ในส่วนที่ได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ
  • มีการทบทวนและปรับปรุงเงื่อนไขการคำนวณค่า K ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมขยายราคากลางงานก่อสร้างให้สะท้อนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

 

ท่ามกลางความตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและยังไร้ทิศทางยุติ ผลกระทบได้ลุกลามเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ “ราคาพลังงาน” ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของภาคการผลิตและการขนส่ง ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ผลักดันราคาสินค้าและบริการให้พุ่งตามเป็นเงาตัว

ในบริบทของประเทศไทย ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผ่านแรงกระแทกมายังหลายภาคส่วน โดยเฉพาะ “ธุรกิจก่อสร้าง” ซึ่งต้องเผชิญกับภาระต้นทุนรอบด้าน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง และราคาวัสดุก่อสร้างที่ทยอยปรับขึ้น จนกระทบต่อสภาพคล่องและความสามารถในการดำเนินงานของผู้ประกอบการ

ล่าสุด รัฐบาล “อนุทิน 2” ได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน เพื่อช่วยเหลือทั้งภาคเอกชนและประชาชน โดยหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ “ผู้รับเหมา” ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมา สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

มาตรการดังกล่าวจึงถูกจับตาว่าจะเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ในการประคองภาคก่อสร้างให้ผ่านพ้นช่วงต้นทุนพุ่งสูง และรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจในภาพรวมได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงปกคลุมเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า

สำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่11 เมษายน ที่ผ่านมา ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือคู่สัญญาภาครัฐเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและลูกจ้างของคู่สัญญาภาครัฐ

กรมบัญชีกลางจึงได้ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น กรณีที่ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ให้ถือว่ามีเหตุผลสมควรและไม่เป็นผู้ทิ้งงานพร้อมคืนหลักประกัน สำหรับสัญญาที่ลงนามแล้วหากได้รับผลกระทบอาจเจรจาหยุดงานชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม

กรณีที่ลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลยพินิจเลิกสัญญาและคืนหลักประกันได้ เป็นต้น พร้อมทั้งขยายราคากลางงานก่อสร้างของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลให้อยู่ที่อัตรา 51.00-69.99 บาทต่อลิตร

เพื่อให้การคำนวณราคากลางสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและสำนักงบประมาณได้ดำเนินการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ที่ได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว รวมทั้งปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดยนางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมฯ ได้มีหนังสือถึงรัฐบาล เรียกร้องให้ช่วยเหลือมาโดยตลอดเนื่องจากสมาชิกได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 สำหรับข้อเสนอของสมาคมฯที่เสนอต่อรัฐบาลได้แก่ 1. ออกกฎหมาย หรือ พระราชกำหนด หรือระเบียบใดๆด่วนที่สุดที่ครอบคลุมสัญญางานเอกชนทุกประเภท (ไม่เฉพาะงานก่อสร้าง)ให้ถือสถานการณ์นี้เป็นเหตุสุดวิสัย (force majeure) เพื่อขยายอายุสัญญา งดค่าปรับ หยุดค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมให้สิทธิ์ในการชะลอ หรือหยุดงานเพื่อเจรจาราคาและ/หรือค่าก่อสร้างใหม่ หรือจนกว่าสถาณการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ เพื่อลดความขัดแย้งและลดภาระทางการเงิน ซึ่งกฎหมายลักษณะนี้ประเทศสิงค์โปร์เคยออกมาใช้แล้วในช่วงโควิด

2. สำหรับงานภาครัฐ ขอให้มีการขยายอายุสัญญาโดยไม่ต้องใช้ดุลยพินิจ รวมทั้งขอให้มีการยกเลิกสัญญาที่ยังไม่ได้เริ่มทำงานได้โดยไม่ติด Black list เปลี่ยนหรือเพิ่มคู่สัญญาได้ หากมีงานเพิ่มขอให้มีการเจรจาราคาใหม่ที่เป็นราคาปัจจุบันและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หรือหากทำไม่ไหวก็ขอให้ผู้ประกอบการมีสิทธิ์ที่จะไม่ทำงานเพิ่มนั้น

3. ขอให้ภาครัฐพิจารณาช่วย subsidize ค่าขนส่งและค่าวัสดุก่อสร้างที่ปรับเพิ่ม เช่น subsidize ตรง ปรับสูตรค่าK ยกเลิก 4% แรกที่ผู้ประกอบการต้องรับ จ่ายค่าK ทันทีที่มีการเบิกจ่ายเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง สัญญาใดๆที่ทำกับหน่วยงานรัฐที่ยังไม่มีค่าK ให้เพิ่มค่าK เข้าไปในสัญญา ปรับค่าK ให้เป็นวันที่คิดราคากลางไม่ใช่วันที่เคาะราคา ราคาน้ำมันที่เอามาคิดดัชนีควรเป็นราคาหน้าโรงกลั่นจนกว่าสถาณการจะกลับสู่ภาวะปกติ ให้นำคุรุภัณฑ์ประกอบอาคารมาใช้คิดค่าK ได้ เป็นต้น