
รถไฟฟ้าสายสีส้มดันทำเลทองฝั่งตะวันตก-ตะวันออกกรุงเทพฯบูม ราคาที่ดินพุ่ง
รถไฟฟ้าสายสีส้มดันทำเลทองฝั่งตะวันตก-ตะวันออกกรุงเทพฯบูม ราคาที่ดินพุ่ง ฝั่งธนบุรี บางขุนนนท์ ศิริราช ศูนย์วัฒนธรรม พระราม9 ประตูนำ บิ๊กทุนขยับลงทุน ราคาที่ดินพุ่ง
KEY
POINTS
- โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่เชื่อมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและตะวันตก ผลักดันให้ทำเลตามแนวเส้นทางกลายเป็นทำเลทอง
- ส่งผลให้ราคาที่ดินและคอนโดมิเนียมปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะย่านรามคำแหง, ศูนย์วัฒนธรรมฯ และราชเทวี
- สถานีสำคัญที่เป็นจุดตัดกับรถไฟฟ้าสายอื่น เช่น สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ และสถานีพระราม 9 ดึงดูดการลงทุนโครงการพัฒนาขนาดใหญ่จากภาคเอกชน
- การพัฒนาสอดรับกับผังเมืองใหม่ที่ส่งเสริมโครงการมิกซ์ยูสและการอยู่อาศัยใกล้ระบบขนส่งมวลชนเพื่อเพิ่มศักยภาพทำเล
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)เร่งรัดก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก(ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี2573ซี่งจะเชื่อมต่อกับเส้นทางสายสีส้มตะวันออก(ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี(สุวินทวงศ์) ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ100% ล่าสุดคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณเดือนมกราคม 2571 จากเดิมจะเปิดให้บริการปลายปี2570
ท่ามกลางการปักหมุดพัฒนาโครงการของภาคเอกชนรายรอบสถานี ส่งผลดีต่อการเดินทางขณะเดียวกันยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่อยู่อาศัยและเพิ่มศักยภาพทำเลที่ดินรวมถึงราคาที่ดินขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ที่ประเมินกันว่ารถไฟฟ่าสายสีส้มจะมีผู้โดยสารใช้บริการมากถึง3แสนคนต่อเที่ยววัน รับส่งผู้โดยสารจากฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯไปยังฝั่งตะวันออกได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ที่จะเปิดทำเลทองใหม่รอบสถานีสำคัญ
โดยเฉพาะจุดตัดรถไฟฟ้าหรือจุดเปลี่ยนการการเดินทางกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ทั้งที่เปิดให้บริการแล้วและอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยเฉพาะสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตัดกับMRTใต้ดินสายสีน้ำเงิน จุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางใต้ดินแห่งแรกของไทย ที่น่าจับตายิ่ง รวมถึง สถานีพระราม9 บริเวณดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทั้งที่ดินอสมท.การประกาศเดินหน้าแผนลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาบนที่ดินหัวมุมพระราม9เป็นต้น
โดยสอดรับกับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปรับปรุงครั้งที่4 ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ประมาณกลางปี2570 ที่ กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับรถบบขนส่งมวลชนทางราง สนับสนุนการใช้ชีวิตให้อยู่อาศัย การพัฒนาโครงการรูปแบบมิกซ์ยูส ใช้พื้นที่ ให้เกิดความคุ้มค่าเต็มศักยภาพมีความหลากหลายจบในที่เดียว และเดินทางโดยรถไฟฟ้าเป็นหลัก แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อลดผลกระทบจากปัญหารถติดที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
จากการประเมินของศูนย์วิจัยคุชแมนฯ ระบุว่า การมาของสายสีส้มส่งผลให้ราคาที่ดินและคอนโดมิเนียมตามแนวสายสีส้มขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะแนวตะวันออกอย่างถนนรามคำแหง พื้นที่รอบสถานีหัวหมาก ลำสาลี มีการเปิดตัวคอนโดใหม่จำนวนมาก ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 85,000 บาท/ตร.ม. ขณะที่บางทำเลแตะเกิน 100,000 บาท/ตร.ม. ส่วนที่ดินแนวนี้ปรับเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วงไม่กี่ปี เช่น บางแปลงใกล้สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ มีราคาสูงเกิน 1 ล้านบาท/ตร.ว.
ฝั่งตะวันตกของเส้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่รอบสถานีราชเทวี มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนกว่าเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น มีคอนโดฯ ราคาสูงถึง 250,000 บาท/ตร.ม. และโครงการมิกซ์ยูสเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น JRK Tower และโครงการ The Platinum Square ซึ่งสะท้อนศักยภาพของพื้นที่ แม้ว่าพื้นที่โดยรอบจะมีข้อจำกัดด้านกรรมสิทธิ์ที่ดินและข้อจำกัดในการพัฒนา
นอกจากที่อยู่อาศัย ยังมีโครงการพาณิชยกรรมทยอยเกิดขึ้น อาทิ ฟีนิกซ์ ศูนย์ค้าส่ง-ค้าปลีกอาหาร และโรงแรม-สำนักงานใหม่หลายแห่ง ย่านเพชรบุรี-ประตูน้ำ ซึ่งแม้ตลาดคอนโดจะชะลอตัวในช่วงนี้ แต่การลงทุนพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ตอกย้ำอิทธิพลของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มต่อการเปลี่ยนแปลงเมืองในอนาคตอันใกล้
สำหรับ รถไฟฟ้าสายสีส้ม บางขุนนนท์-มีนบุรี มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 35.9 กิโลเมตร จำนวน 28 สถานี เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ประกอบด้วยส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ - มีนบุรี): ระยะทางประมาณ 22.5 กิโลเมตร (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) สายสีส้มส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ): ระยะทางประมาณ 13.4 กิโลเมตร มีจำนวน11สถานนี (เป็นโครงสร้างใต้ดินทั้งหมด) ที่มองว่าเป็นโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสำคัญที่ดีเวลอปเปอร์ให้ความสนใจปักหมุดพัฒนาโครงการมากอีกเส้นทางหนึ่ง







