thansettakij
thansettakij
เจ้าสัวคีรี ไขปม ทำไมยอดจองสิทธิ'บ้านชาวไทย'สวนทางเศรษฐกิจถล่มทลาย

เจ้าสัวคีรี ไขปม ทำไมยอดจองสิทธิ'บ้านชาวไทย'สวนทางเศรษฐกิจถล่มทลาย

20 เม.ย. 69 | 23:14 น.
อัปเดตล่าสุด :20 เม.ย. 69 | 23:38 น.

เจ้าสัวคีรี ไขปม ทำไมยอดจองสิทธิบ้านชาวไทยสวนทางเศรษฐกิจ สร้างปรากฏการณ์ยอดจองถล่มทลายกว่า 10,000 หน่วย สูงกว่าจำนวนยูนิตที่เปิดรับถึงกว่า 3 เท่า โดยเฉพาะทำเลศรีนครินทร์ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

KEY

POINTS

  • โครงการประสบความสำเร็จสวนกระแสเศรษฐกิจ เนื่องจากมีราคาที่เข้าถึงได้และตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดภาระค่าเดินทางและตอบโจทย์ความคุ้มค่า
  • เข้าใจความต้องการของผู้ซื้อ โดยลดภาระทางการเงินที่ไม่ต้องผ่อนดาวน์พร้อมกับจ่ายค่าเช่า และมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน ทำให้สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีเมื่อโครงการเสร็จ
  • กลุ่มบีทีเอสมีความได้เปรียบในการควบคุมต้นทุนจากการเป็นเจ้าของที่ดินและลงทุนในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ทำให้สามารถขายในราคาต่ำกว่าตลาด แต่ยังคงคุณภาพเทียบเท่าคอนโดระดับไฮเอนด์

ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงราคาพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์ทั่วโลก เศรษฐกิจไทยเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงกดดันดังกล่าวได้ ภาคธุรกิจและครัวเรือนต่างเผชิญ “ต้นทุนชีวิต” ที่สูงขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศการจับจ่ายและการลงทุนให้ชะลอตัวลง

ในภาพใหญ่ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จำนวนไม่น้อยสะท้อนตรงกันว่า “กำลังซื้อหายไปจากตลาด” โดยเฉพาะในกลุ่มระดับกลาง-ล่างที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและภาระหนี้ครัวเรือน ทว่าท่ามกลางภาพรวมที่ดูซบเซา กลับมี ข้อยกเว้น ที่น่าสนใจ เมื่อโครงการบ้านสำหรับคนไทยภายใต้ กลุ่มบีทีเอส และพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์ยอดจองถล่มทลายกว่า 10,000 หน่วย สูงกว่าจำนวนยูนิตที่เปิดรับถึงกว่า 3 เท่า โดยเฉพาะทำเลศรีนครินทร์ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นทันที เหตุใดโครงการนี้จึง สวนกระแส ได้อย่างโดดเด่นคำตอบหนึ่งที่ เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบีทีเอส สะท้อนให้เห็น คือการ อ่านเกมขาด และเข้าใจดีมานด์ที่แท้จริงของตลาด ในช่วงที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย โครงการที่สามารถ ตอบโจทย์ความคุ้มค่า ได้อย่างชัดเจน ทั้งด้านราคา ทำเล และศักยภาพการเดินทางจะกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ทันที

หัวใจสำคัญอยู่ที่การผสานจุดแข็งของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน เข้ากับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นระบบ ทำเลที่เชื่อมต่อสะดวก ลดภาระค่าเดินทางในระยะยาว จึงกลายเป็น มูลค่าแฝงที่ผู้ซื้อพร้อมตัดสินใจ แม้ในภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย

เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์

นอกจากนี้ การตั้งราคาที่เข้าถึงได้จริง ไม่เกินกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย และการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อ ขณะที่แบรนด์และความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาโครงการ ก็มีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจท่ามกลางความผันผวน

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ กำลังซื้อ โดยรวมจะชะลอตัว แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด หากแต่ ย้ายทิศไปสู่สินค้าที่ตอบโจทย์ได้จริงในเชิงคุณค่า ผู้ประกอบการที่สามารถจับจังหวะนี้ได้ ย่อมมีโอกาสเติบโตสวนกระแส

ในมุมนี้ ความสำเร็จของโครงการจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นผลจากการวางกลยุทธ์อย่างแม่นยำตั้งแต่การเลือกทำเล การกำหนดราคา ไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศด้านการเดินทางที่ครบวงจร ซึ่งกลายเป็น สูตรสำเร็จ ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ของเศรษฐกิจโลก

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส ฐานะประธานในพิธีการคัดเลือกและจัดสรรโครงการบ้านชาวไทยภายใต้แนวคิด”สนับสนุนคุณภาพชีวิตเพื่อการอยู่อาศัย” ว่าได้มีแนวคิดเพื่มโอกาสให้คนมีที่อยู่อาศัย ในราคาไม่สูงจับต้องได้มาสักระยะแล้วสำหรับคนรุ่นใหม่ วันเริ่มต้นทำงาน โดยมุ่งเน้นการพิจารณาเรื่องของที่ตั้งทำเล และคุณภาพเป็นหลัก  

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าทำเลศรีนครินทร์ และบางนา เป็นทำเลที่มีศักยภาพและได้รับความนิยมสูง มีคนจำนวนมากที่จองสิทธิเข้ามาก ทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด(สัดส่วน5-10%)โดยกลุ่มต่างจังหวัดเขามองกาลไกลสำหรับบุตรหลานเข้ามาอยู่อาศัยเรียนหนังสือ

"ข้อดีของโครงการบ้านชาวไทยที่มีคนให้ความสนใจค่อนข้างมากเกิดจากกรณีที่เราช่วยเขาให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ โดยไม่ต้องแบกภาระหลายทาง  หรือต้องเตรียมเงินไว้สองก้อน ทั้งเงินผ่อนดาวน์ และค่าเช่า ในเวลาเดียวกัน แต่สำหรับโครงการบ้านชาวไทย เพียงแต่เขาสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ ไปพร้อมๆกับการเช่าอยู่ที่ดิมเพียงแต่รอเวลา ให้โครงการสร้างเสร็จซึ่งไม่นานเกินรอ และสามารถเข้าอยู่ได้ทันที เพียงหิ้วกระเป๋าเข้าไปอยู่ได้เลย เพราะโครงการได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอ์อย่างดี โดยไม่ต้องลงทุนเงินอีกก้อนไปกับเฟอร์นิเจอร์ "

นอกจากนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)เขาสนับสนุนต้องการให้คนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ติดปัญหาเครดิตบูโรเท่านั้นก็สามารถกู้ได้อย่างไม่อยากเย็นนัก หากสามารถรักษาวินัยตรงนี้ได้ และดีไม่ดีตอนขายอาจได้กำไรเหมือนอยู่ฟรีก็เป็นได้  

ที่สำคัญ สิ่งที่เป็นแต้มต่อและช่วยลดต้นทุนในการก่อสร้าง นอกจากที่มีที่ดินอยู่แล้วในแนวรถไฟฟ้า นั่นคือการเข้าไปร่วมลงทุนในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ และสามารถทราบต้นทุนควรอยู่ที่เท่าใดและได้ราคาที่ประหยัดกว่าในท้องตลาดทั่วไปนี่คือจุดที่ได้เปรียบ  

“เรามีการก่อสร้างต้นทุนที่ไม่สูง เฟอร์นิเจอร์ ได้หามาให้พร้อม ด่วยจำนวนและการร่วมทุนรวมแล้วกล้าพูดได้ว่ามีทั้งคุณภาพและความคุ้มค่าที่จองโครงการ”

ทั้งนี้ท่ามกลางสถานการการสู้สบในตะวันออกกลาง ในขณะนี้ เจ้าสัวคีรียืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ปรับราคาโดยจะยังคงยืนในราคาเดิม แต่หากลากยาวอาจจะปรับในส่วนของโครงการใหม่ๆในอนาคต ส่วนโครงการที่ศรีนครินทร์และคลองหลวง ปทุมธานีคงยืนราคาเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

  “ หากต้องการมีกำไร1,000พันบาททั้งขนส่งและอาจเจอวิกฤติต้นทุนอาจลดเหลือกำไรแค่500บาท  สิ่งที่ไม่แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันกับที่อื่นคือ เราทำในสิ่งที่ดีมีคุณภาพ และมีคนสนใจ และระยะยาวบีทีเอสกรุ๊ปมีธุรกิจหลากหลายที่จะขยายต่อไปได้อีก โดยเฉพาะพื้นที่อื่นๆ ผมมีวิธีคิด ราคาคุณภาพ กู้ไม่ผ่านมีอย่างเดียวคือเคดิตบูโร ธนาคารอาคารสงเคราะห์เขาส่งเสริมอยู่แล้ว"

เจ้าสัวคีรีอธิบายต่อว่า จำนวนผู้จองสิทธิมากถึง 11,000รายแต่ความจริงมีมากกว่านั้นเพียงแต่เราปิดรับจองสิทธิไปก่อน ซึ่งที่ศรีนครินทร์เดิมต้องการให้มี 4,000หน่วย บนเนื้อที่42ไร่  แต่เราไม่ต้องการให้เกิดความแออัดมาก และต้องการให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยมีสวนโล่งกว้าง มีสระว่ายน้ำ ที่สำคัญการก่อสร้างย้ำเสมอว่าให้เหมือนคอนโดไฮเอนด์

ดังนั้น สิ่งที่ออกมาได้รับการยอมรับ ทำให้มีคุณภาพ เรื่องออกแบบคอนโดมิเนียมมีความตั้งใจจริง ไม่ใช่บล็อกธรรมดา  และโครงการใหม่ๆ ในอนาคตก็เช่นกัน  ซึ่งเงินลงทุนใน2โครงการทั้งที่ ศรีนครินทร์และคลองหลวงปทุมธานีวงเงิน2.5หมื่นล้านบาทแต่เราขายต่ำกว่าโครงการทั่วไป20 %นี่คือบทพิสูจน์ให้เห็นว่าความต้องการยังมีสำหรับที่อยู่อาศัยในเวลานี้

เจ้าสัวคีรีเล่าย้อนไปก่อนหน้านี้ ว่า “บริษัททำโครงการธนายง ธนาซิตี้ มากก่อนบนพื้นที่1,600ไร่  โดยคุณพ่อ ทำเมืองทองธานี หลังจากนั้นผมอยากทำอินฟราสตรัคเจอร์ เลยมาลงทุนระบบรางรถไฟฟ้าบีทีเอส แต่หลายอย่างคิดอยู่ เพราะลงทุนค่อนข้างสูงเราซื้อระบบรถเปิดให้บริการคนเมือง และ คิดขึ้นมาว่าทุกคนอยากมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เดินทางสะดวก  แต่ไม่มีเงืนซื้อต้องเช่า และคิดต่อว่าในที่สุดเราจะให้โอกาสให้พวกเขามีที่อยู่อาศัยอย่างไร นั่นคือ ทำโครงการราคาถูก  สามารถขายของได้ และคุณภาพเป็นหลักด้วย โดยมองในภาพรวมว่าแม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวกำลังซื้อหายไปจากตลาดมองว่า หากเรามุ่งเน้นไปที่ตลาดระดับกลาง จะสามารถไปได้เพราะคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้ออยู่ในตัว เพียงแต่หากเขาเห็นโครงการดีมีคุณภาพก็จะนำเงินออกมาซื้อเอง"