thansettakij
thansettakij
รถไฟฟ้าสายสีส้มพลิกโฉมประตูน้ำศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่เชื่อมราชประสงค์

รถไฟฟ้าสายสีส้มพลิกโฉมประตูน้ำศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่เชื่อมราชประสงค์

27 เม.ย. 69 | 03:04 น.
อัปเดตล่าสุด :27 เม.ย. 69 | 03:20 น.

รถไฟฟ้าสายสีส้มพลิกโฉมเมือง ดันประตูน้ำศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ เชื่อมราชประสงค์ แลนด์มาร์กช้อปปิ้งระดับโลก

KEY

POINTS

  • การมาของรถไฟฟ้าสายสีส้มจะเชื่อมย่านประตูน้ำเข้ากับย่านราชประสงค์-เพลินจิต ผลักดันให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและแหล่งช้อปปิ้งระดับโลกแห่งใหม่
  • ภาคเอกชนรายใหญ่ลงทุนในโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง เช่น The Neighbourhood of Platinum, Phenix (พันธุ์ทิพย์เดิม) และการปรับโฉมโรงแรมอินทรา
  • การพัฒนาดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ราคาที่ดินในย่านประตูน้ำปรับตัวสูงขึ้นจาก 1.5 ล้านบาท เป็น 2 ล้านบาทต่อตารางวาในอนาคต

 

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ปิดสะพานข้ามแยกประตูน้ำ เพื่อก่อสร้างโครงสร้างใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 – 11 กุมภาพันธ์ 2570 ตลอด 24 ชม.ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี2573 และหากไม่จำเป็นโปรดหลีกเลี่ยงพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวเสียงประชาสัมพันธ์ดังก้องออกไป

 

แม้วันนี้จะมีความยากลำบากในการสัญจร  ทว่าในวันข้างหน้า ที่นี่จะถูกพลิกโฉม การเดินทางครั้งสำคัญกลายเป็นย่านความเจริญ ที่น่าจับตา ที่ประเมินว่าประตูน้ำจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ แลนด์มาร์กช้อปปิ้งระดับโลก เชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกับย่านศูนย์กลางธุรกิจสำคัญ แนวรถไฟฟ้าอย่างแยกราชประสงค์-เพลินจิต และเซ็นทรัลเวิลด์ อย่างไม่ยากเย็นนัก

อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วย่านประตูน้ำมีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักอยู่อย่างตลาดเวลา จากการเป็นศูนย์รวมของห้างค้าปลีกค้าส่งของไทยเสน่ห์ที่ต่างชาติให้ความสนใจและช้อปปิ้งกันอย่างหนาตา

 

ความน่าสนใจอยู่ที่ โครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชนต่างปักหมุดพัฒนากันอย่างคึกคักรับการมาของรถไฟฟ้าสายสีส้ม  

นอกจาก แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ แม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวและขาช้อปจากทั่วทุกมุมโลก   การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส "The Neighbourhood of Platinum": กลุ่มแพลทินัมลงทุนครั้งใหญ่ ประมาณ 7,800 ล้านบาท  (เดิมคือ แพลทินัม สแควร์) ให้เป็นอาณาจักร Fashion Ecosystem ระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของตลาดเฉลิมลาภ ให้เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ผสมผสานศูนย์การค้า โรงแรม และพื้นที่จอดรถ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเชื่อมโยงย่านราชประสงค์  ดังกล่าว

ยังไม่รวมพื้นที่โดยรอบปรับโฉมพื้นที่และอาคารใหม่ไปก่อนหน้านี้ อย่าง ห้างค้าอาหารทะเลและศูนย์กลางอาหารย่านประตูน้ำที่บริหารโดยทายาทของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี คือโครงการ "Phenix" (ฟีนิกซ์) หรือชื่อเดิมคือ พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ภายใต้การนำของ นางวัลลภา ไตรโสรัส

รวมถึง ห้างกรุงทองปิดกิจการและเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนา ในขณะโรงแรมอินทรา มีการปรับโฉมใหม่ที่น่าจับตา รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่จะเคลื่อนย้ายมาที่ประตูน้ำของกลุ่มบริษัท DTGO ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ MQDC ได้เข้ามาลงทุนเช่าสิทธิบริหาร "โรงแรมอินทรา รีเจนท์" (Indra Regent Hotel) และศูนย์การค้าอินทรา สแควร์ ย่านประตูน้ำ เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยเริ่มบริหารอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อพลิกโฉมแลนด์มาร์กแห่งนี้ใหม่ ที่จะเป็นแม่เหล็กนักท่องเที่ยวมารวมตัวกันที่นี่

ขณะราคาที่ดินขยับสูงมาอย่างต่อเนื่อง มีการประเมินจากที่ปรึกษาด้านราคาประเมินที่ดินของรัฐว่า หากรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดให้บริการ ย่านประตูน้ำราคาที่ดิน จะขยับไปที่2ล้านบาทต่อตารางวา จากปัจจุบันอยู่ในราว1.5ล้านบาทต่อตารางวา

เรียกว่าการพัฒนาเหล่านี้ทำให้อนาคตของประตูน้ำไม่ได้เป็นเพียงแหล่งค้าส่ง แต่จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯที่น่าจับตายิ่ง