
วัสดุก่อสร้างพาเหรดขึ้นราคา 10-30% เซ่นพิษตะวันออกกลาง ทุบสภาพคล่องรับเหมา
วัสดุก่อสร้างพาเหรดขึ้นราคา 10-30% เซ่นพิษตะวันออกกลาง ทุบสภาพคล่องรับเหมาทั่วประเทศ นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยเปิดต้นทุนวัสดุก่อสร้างพุ่ง ย้ำ เสียงสะท้อนรัฐบาลได้ยิน กรมบัญชีกลางช่วยเหลือทันเวลา
KEY
POINTS
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างเกือบทุกประเภทปรับตัวสูงขึ้น 10-30%
- วัสดุหลักหลายรายการปรับขึ้นราคาอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เหล็กเส้น คอนกรีตผสมเสร็จ ปูนซีเมนต์ และสีทาอาคาร (30-40%) รวมถึงวัสดุอื่นๆ อีกหลายรายการ
- ผู้รับเหมาก่อสร้างเผชิญวิกฤตสภาพคล่องอย่างรุนแรงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ เรียกร้องให้ภาครัฐนำสูตรปรับราคา (K-Factor) มาใช้เพื่อช่วยเหลือ
"พายุต้นทุน" กระหน่ำอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยช่วงต้นปี 2569 หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ฉุดราคาน้ำมัน-ค่าขนส่ง-วัตถุดิบพุ่งพร้อมกัน ผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งคอนกรีต ปูนซีเมนต์ สี เคมีภัณฑ์ เหล็ก ยิปซั่ม ถึงกระเบื้อง
ประกาศขึ้นราคาถ้วนหน้า ด้านสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ ส่งสัญญาณเตือนวิกฤตสภาพคล่องรับเหมาเอกชน เร่งผลักดัน K-Factor พยุงธุรกิจรอดพ้นมรสุม
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก ปี 2569 กำลังเผชิญบททดสอบหนัก เมื่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ภาคก่อสร้างทั้งระบบสั่นคลอน จากผลพวงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ
กลายเป็นโดมิโนลูกสำคัญส่งแรงกระแทกตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งต่อเนื่อง ค่าขนส่งที่ขยับตาม และการขาดแคลนวัตถุดิบต้นน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีและเหล็ก
นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่าผลพวงสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งสภาพคล่องที่มีจำกัด สถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ และต้นทุนวัสดุก่อสร้างขยับราคาต่อเนื่องตามต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ทำให้ผู้รับเหมาหลายรายขอคำปรึกษาว่าจะรับงานต่อไปดีหรือไม่
ล่าสุดอยากชื่นชมกรมบัญชีกลาง ภายใต้ การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้รับเหมาได้อย่างรวดเร็วและทันเวลา (วันที่8 เม.ย.69) ช่วยจำกัดวงความเสียหายได้มาก กล่าวคือผู้รับเหมาที่ชนะการประมูลแล้วหากไม่พร้อมจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขยายเวลาลงนามในสัญญาได้ เป็นต้นซึ่งผู้รับเหมาไม่ต้องรีบซื้อวัสดุก่อสร้างที่อยู่ในภาวะที่ต้นทุนขยับสูง ซึ่งการช่วยเหลือในครั้งนี้ ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และเชื่อว่าเสียงสะท้อนที่ผ่านมารัฐบาลได้ยิน
ต้นทุนก่อสร้างพุ่งแรงท่ามกลางวิกฤติสงคราม
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่หนักหน่วงมีผลต่อต้นทุนก่อสร้างในปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายหมวดหลัก จากผลกระทบของราคาพลังงานและภาวะสงคราม ส่งผลให้ผู้ประกอบการก่อสร้างเผชิญแรงกดดันรุนแรง โดยเฉพาะด้านต้นทุนและกระแสเงินสด
วัสดุก่อสร้างปรับขึ้นถ้วนหน้า
- ยางมะตอยและ Asphalt Concrete ปรับขึ้นมากกว่า 1.5 เท่า
- เหล็กเส้น ปรับเพิ่มประมาณ 4–4.5 บาท/กก.
- จากช่วงเดือนก.พ. ราคา 19–20 บาท/กก.
- ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 25 บาท/กก. (ยังไม่รวมค่าขนส่ง)
- ราคาเปลี่ยนแปลงแทบรายวัน บางช่วงโรงงานงดเสนอราคา
- ปูนซีเมนต์ผสมเสร็จ (Ready-mix) ปรับขึ้น 300–450 บาท/ลบ.ม.
- จากเฉลี่ย 2,300 บาท เป็นประมาณ 2,700 บาท/ลบ.ม.
- สีทาอาคาร (สีน้ำ) ปรับขึ้นราว 30%
- สีน้ำมัน ปรับขึ้นราว 40%
- วัสดุก่อสร้างอื่นๆ ปรับขึ้นไม่น้อยกว่า 15%
ต้นทุนขนส่งพุ่ง กระทบซัพพลายเชน
- ค่าขนส่งรถเทรลเลอร์ 30 ตัน ในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 78,000 บาท/เที่ยว
- เส้นทางเกาะสมุยแตะ 90,000 บาท/เที่ยว
- ปรับเพิ่มเฉลี่ยประมาณ 30,000 บาท/เที่ยว
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ประสบปัญหาขาดแคลนทั้งวัตถุดิบและรถขนส่ง ส่งผลให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด
จากการสำรวจประกาศของผู้ผลิตรายใหญ่และสมาคมวิชาชีพในอุตสาหกรรมก่อสร้าง พบว่าบริษัทน้อยใหญ่ต่างพากันออกหนังสือแจ้งปรับขึ้นราคาสินค้าและค่าบริการ โดยอ้างเหตุผลที่ตรงกันคือต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คอนกรีต-ปูนซีเมนต์อ่วม พลังงานค้ำคอ ขยับราคาถ้วนหน้า
กลุ่มวัสดุฐานรากอย่างคอนกรีตผสมเสร็จและปูนซีเมนต์เป็นด่านแรกที่รับแรงกระแทกโดยตรง จากกระบวนการผลิตที่พึ่งพาพลังงานสูงและต้นทุนขนส่งที่บวมเพิ่ม
ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง บริษัท เอ็ม คอนกรีต จำกัด, บริษัท โอ อาร์ ซี พรีเมียร์ จำกัด และ บริษัท เอเชียผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ จำกัด ประสานเสียงออกประกาศปรับขึ้นราคาคอนกรีตผสมเสร็จในอัตราเดียวกันคือ 300 บาทต่อลูกบาศก์เมตร (คิว) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ขณะที่เอเชียผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ยื้อไม่ไหว ประกาศบังคับใช้ก่อนหน้าตั้งแต่ 27 มีนาคม 2569
ด้าน บริษัท คอนสมิกซ์ จำกัด ผู้ผลิตปูนซีเมนต์และปูนสำเร็จรูป แจ้งขึ้นราคา 2 บาทต่อถุง มีผลตั้งแต่ 26 มีนาคม 2569 ส่วน SCG Distribution ยักษ์ใหญ่ในวงการ นอกจากส่งสัญญาณพิจารณาปรับส่วนลดและค่าขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จแล้ว ยังเตือนถึงความเสี่ยงขาดแคลนสินค้าในบางช่วงเวลาอีกด้วย
ตลาดสี-เคมีภัณฑ์วิกฤตหนักสุด ราคาพุ่งสูงสุด 30-50%
กลุ่มสินค้าที่มีส่วนประกอบปิโตรเคมีและสารระเหยได้รับผลกระทบหนักที่สุดในรอบนี้ เพราะราคาวัตถุดิบต้นน้ำผันผวนตามราคาน้ำมันดิบโลกแบบเรียลไทม์
กลุ่มบริษัท เบเยอร์ (Beger) เป็นรายแรกที่ออกประกาศรายละเอียดชัดเจน โดยกลุ่มทินเนอร์ปรับขึ้นสูงสุดถึง 30% ตามมาด้วยน้ำยาเคลือบเงาใสกันซึม 16%, สีน้ำมันเคลือบเงาและสีรองพื้นสูตรน้ำมัน 12% ส่วนกลุ่มสีอุตสาหกรรม สีสเปรย์ สีงานไม้ และเคมีภัณฑ์ก่อสร้างปรับขึ้น 8% พร้อมเตือนปัญหาการส่งมอบกลุ่มทินเนอร์จากภาวะวัตถุดิบขาดตลาด
บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคคอเรทีฟ เคลือบ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุต้นทุนวัตถุดิบกลุ่มสีน้ำและเคมีภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นถึง 25-30% ขณะที่ TOA เพ้นท์ แม้ยังไม่ระบุตัวเลขชัดเจน แต่ส่งสัญญาณเตือนลูกค้าเตรียมรับมือสินค้าขาดตลาดชั่วคราวและการจัดส่งล่าช้า ถึงขั้นต้องอัปเดตสถานการณ์ให้ลูกค้าทราบเป็นรายวัน
นอกจากนี้ แซง-โกแบ็ง เวเบอร์ (Weber) ประกาศขึ้นราคาสินค้าทุกรายการ 10% ด้าน สเท็ป อินฟินิตี้ และ ทีแม็กซ์ คอร์ปอเรชั่น ต่างร่วมขบวนปรับขึ้นราคากลุ่มทินเนอร์และสีมีผล ตั้งแต่ 20 มีนาคม และ 1 เมษายน 2569 ตามลำดับ
วัสดุแผ่น-โลหะ ตั้งแต่ยิปซั่มถึงอลูมิเนียม ขยับตาม
บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิปซั่ม (Gyproc) เลือกวิธีปรับขึ้นราคาทางอ้อมด้วยการลดส่วนลดสินค้า Gyproc ลง 1.5-3.0% มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 ด้าน Apace Products ผู้ผลิตสินค้ากลุ่มอลูมิเนียมและพีวีซี แจ้งปรับขึ้นราคาทุกรายการ 25% โดยอ้างตรงๆ ว่าเหตุการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลต่อต้นทุนการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่วน Flixsteel ประกาศยกเลิกการยืนราคาเดิมทั้งหมด หลังราคาเหล็กในตลาดพุ่งแรง พร้อมขอให้ลูกค้าตรวจสอบราคาใหม่ทุกครั้งก่อนสั่งซื้อ
เครื่องมือช่าง-สุขภัณฑ์-กระเบื้อง โดนเต็มๆ Surcharge ทางออกใหม่ของตลาด
บริษัท ไซเทคเอเชีย โซลูชั่นส์ แจ้งปรับราคาอุปกรณ์นำเข้าแบรนด์ PFERD และ HELLER โดยเฉพาะกลุ่มดอกสว่านที่ปรับขึ้น 5-50% แตกต่างกันตามขนาด
ขณะที่กลุ่มสินค้าภายใต้ตราสินค้า COTTO, CAMPANA และ SOSUCO เลือกรูปแบบเรียกเก็บ Freight Surcharge (ค่าบริการส่วนเพิ่ม) แทนการขึ้นราคาตรง โดยสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำเรียกเก็บเพิ่ม 1% ของราคาสุทธิ ส่วนกระเบื้องเรียกเก็บเพิ่ม 2 บาทต่อตารางเมตร
ด้าน บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม (UMI) เจ้าของแบรนด์ Duragres และ Cergres ประกาศปรับขึ้นราคากระเบื้องตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 อ้างวิกฤตพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโดยตรง
โลจิสติกส์กระทบลามจังหวัด ค่าขนส่งชายแดนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
จากตารางค่าขนส่งสินค้า ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 พบอัตราค่าขนส่งตามระยะทางและจังหวัดปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาทิ เชียงรายอยู่ที่ 66,000 บาทต่อเที่ยว (30 ตัน) ขณะที่นราธิวาสพุ่งไปถึง 78,000 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับเงื่อนไขการส่งสินค้าทั่วหน้า
เอส.เอส.โซลูชั่น เรียกเก็บค่าขนส่ง 600 บาทต่อรอบ หากยอดสั่งซื้อต่ำกว่า 8,000 บาท นวพลาสติก (ท่อ SCG) ทบทวนราคาขายและตารางจัดส่งใหม่ ส่วน Blue Label ปรับขั้นตอนสั่งซื้อพร้อมตรวจสอบสต็อกล่วงหน้า เพื่อบริหารสินค้าที่มีอยู่อย่างจำกัด
รับเหมาส่งเสียงวิกฤต สมาคมฯ เร่งผลักดัน K-Factor ช่วยพยุงธุรกิจ
สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกหนังสือเปิดผนึกถึงนายกสมาคมฯ ระบุชัดว่า สมาชิกผู้รับเหมาก่อสร้างภาคเอกชนกำลังเผชิญวิกฤตสาหัส จากราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 10-30
นายสุภาพ จรัลพัฒน์ อนุกรรมการกลุ่มงานอาคารภาคเอกชน กล่าวว่า สถานการณ์นี้สร้างภาระต้นทุนอย่างหนักแก่ผู้รับเหมาที่ไม่สามารถปรับราคาตามทันได้ กระทบสภาพคล่องและความอยู่รอดของธุรกิจโดยตรง สมาคมฯ จึงเรียกร้องให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน รวมถึงการนำ สูตรการปรับราคาค่าก่อสร้าง (K-Factor) มาใช้ในภาคเอกชน เพื่อพยุงอุตสาหกรรมก่อสร้างให้ผ่านพ้นมรสุมครั้งนี้
วิกฤตราคาวัสดุก่อสร้างรอบนี้ไม่ใช่เพียงการปรับขึ้นราคาสินค้าทั่วไป หากแต่เป็นสัญญาณเตือนภาวะเงินเฟ้อในภาคการผลิต (Producer Price Index) ที่รุนแรง ตราบใดที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าสงบลง ผู้บริโภคและโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศอาจต้องเตรียมรับมือกับต้นทุนก่อสร้างและราคาบ้านที่พร้อมพุ่งขึ้นตามในอนาคตอันใกล้







