
ตลาดอสังหาฯไม่เหมือนเดิม เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจาก 'การซื้อ' มาเป็นการ 'เช่า'
ตลาดอสังหาฯไม่เหมือนเดิม เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจาก “การซื้อ” มาเป็นการ “เช่า”ภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทำให้คนไทยระมัดระวังการสร้างหนี้ก้อนใหญ่ในระยะยาว
KEY
POINTS
- พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจาก “การซื้อ” เป็น “การเช่า” อย่างชัดเจน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนสูง และสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
- ยอดค้นหาที่อยู่อาศัยเพื่อซื้อลดลงกว่า 30% โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวที่ลดลงถึง 40% ในขณะที่ตลาดเช่าคอนโดมิเนียมยังคงเติบโต
- กลุ่มที่อยู่อาศัยราคา 1-3 ล้านบาทมีความต้องการซื้อสูง แต่กลับมีอัตราการกู้ไม่ผ่าน (Reject Rate) สูงที่สุดเช่นกัน
- ผู้ประกอบการปรับตัวโดยพัฒนาโครงการในทำเลส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า เพื่อทำราคาคอนโดให้ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ตอบโจทย์กลุ่มคนเริ่มทำงาน
การวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย พฤติกรรมผู้บริโภค กล่าวว่า เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจาก “การซื้อ” มาเป็นการ “เช่า” อย่างชัดเจน ท่ามกลางความเข้มงวดของสถาบันการเงิน โดยคนเมินซื้อบ้าน ทำให้ยอดค้นหาที่อยู่อาศัยลดลงกว่า 30.36 %
จากสถิติพบว่าความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยลดลงอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะ บ้านเดี่ยว ที่ยอดคนหาซื้อลดลงถึง -40% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทำให้คนไทยระมัดระวังการสร้างหนี้ก้อนใหญ่ในระยะยาว
นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)ในขณะที่ยอดซื้อลดลงจากปีที่ผ่านมาถึง -27% แต่ตลาดเช่ากลับยังคงแข็งแกร่งบวกเพิ่ม โดยเฉพาะ คอนโดมิเนียม ที่มีคนหาเช่าเพิ่มขึ้น +2% โดยกลุ่มราคาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ 10,000 - 30,000 บาทต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่เน้นความยืดหยุ่นและการอยู่อาศัยในเมืองมากกว่าการเป็นเจ้าของ
ประเด็นที่น่าจับตาและน่าเป็นห่วงที่สุดคือ ที่อยู่อาศัยระดับราคา 1 - 3 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อสูงที่สุด แต่กลับเป็นกลุ่มที่ กู้ไม่ผ่าน (Reject Rate) สูงที่สุด เช่นกัน เนื่องจากธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดความเสี่ยงหนี้เสีย และเพื่อแก้โจทย์เรื่องราคา ผู้ประกอบการเริ่มขยับโครงการออกไปยังทำเล ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า เช่น สายสีชมพู, สีเหลือง และสีส้ม เพื่อทำราคาคอนโดให้ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ตอบโจทย์กลุ่มเริ่มทำงาน (First Jobber)
สำหรับ ปัจจัยใหม่ ที่ผู้ซื้อยอมจ่าย ได้แก่ ความคุ้มค่า (Value) พื้นที่ต้องใช้งานได้จริงทุกตารางเมตร ความสะดวก (Convenience) ต้องเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) และทำงานที่บ้านได้ สุขภาพ (Wellness) มีระบบกรองอากาศและพื้นที่สีเขียว ภาพลักษณ์ (Status) ดีไซน์ที่สวยงามและสะท้อนตัวตน







