thansettakij
thansettakij
สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชง 4ข้อเสนอ รัฐบาล กู้วิกฤตแบกต้นทุนอ่วม

สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชง 4ข้อเสนอ รัฐบาล กู้วิกฤตแบกต้นทุนอ่วม

03 เม.ย. 69 | 10:34 น.
อัปเดตล่าสุด :03 เม.ย. 69 | 11:14 น.

สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชง4ข้อเสนอ กู้วิกฤตรับเหมาแบกต้นทุนพลังงาน วัสดุก่อสร้าง ตั้งคำถาม  หยุดงาน –ทิ้งงาน-  ไปต่อแล้วตายเอาดาบหน้า

KEY

POINTS

  • สมาคมฯ ชี้ผู้รับเหมาก่อสร้างเผชิญวิกฤตต้นทุนพุ่งสูงจากราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบทั้งโครงการรัฐและเอกชน
  • เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วน โดยประกาศให้สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเหตุสุดวิสัย (force majeure) เพื่อให้สัญญางานเอกชนสามารถขยายอายุสัญญา งดค่าปรับ และเจรจาต่อรองราคาใหม่ได้
  • เรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือสัญญางานราชการ โดยการปรับปรุงสูตรค่า K ที่ล้าสมัยให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จ่ายเงินชดเชยอย่างรวดเร็ว และพิจารณาอุดหนุนค่าขนส่งและวัสดุ

"หยุดงาน ทิ้งงาน หรือ ไปต่อแล้วตายเอาดาบหน้า" เป็นคำถามที่ผู้ประกอบการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนทุกคนตั้งคำถามในวันนี้ที่น้ำมันดีเซลขึ้นไปแล้ว 14.30 บาทต่อลิตร (เทียบราคาวันที่ 1 มีนาคม กับวันที่ 2 เมษายน) ทำให้สินค้าทุกชนิดปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นางสาว  ลิซ่า งามตระกูลพานิชนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(TCA) โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่3เมษายน2569 สะท้อนถึงความยากลำบากของสมาชิก ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งงานภาครัฐและเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานปรับราคาสูง มีผลต่อต้นทุนภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งระบบ

 

ไล่ตั้งแต่ ราคายางมะตอยและ asphalt concrete ปรับขึ้นกว่า 1.5 เท่า ราคาเหล็กเส้น ปรับขึ้นอย่างน้อย 4.5 บาทต่อกิโลกรัม ไม่รวมค่าขนส่งและในราคานี้ไม่มีของ ราคาปูนซิเมนต์ผสมเสร็จ ปรับขึ้นคิวละ 300-450 บาท และ CPAC ให้ข้อมูลว่าทุกๆ 1 บาทที่น้ำมันขึ้นราคา ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้น 40 บาทต่อคิว และยังไม่มีทีท่าจะหยุด หากน้ำมันปรับขึ้นต่อ

ขณะที่ต้นทุนราคาขนส่ง รถเทรเลอร์ 30 ตัน ที่ supplier บางรายแจ้งขอขึ้นราคาอีก 30,000 บาทต่อเที่ยวในกรุงเทพ และสูงสุด 78,000 บาทต่อเที่ยวเมื่อส่งไปภาคใต้ หากส่งไปจังหวัดสมุยจะเพิ่มขึ้นเป็น 90,000 บาทต่อเที่ยว

ยังไม่นับรวมวัสดุก่อสร้างอื่นๆที่ทะยอยปรับราคาขึ้นอย่างน้อย 15% Suppliers มีปํญหาในการหารถขนส่งสินค้า และหาวัตถุดิบในการผลิตสินค้าทำให้ไม่สามารถส่งของได้ตามกำหนดและอื่นๆอีกมากมายที่กำลังจะตามมา

เหตุผลหลักที่ต้องพิจารณาว่าจะหยุดงาน ชะลองาน ทิ้งงานหรือไปต่อสำหรับงานก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาตราการใดๆที่ภาครัฐออกมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการก่อสร้าง จะไม่สามารถบังคับใช้กับสัญญาก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนได้

ตัวอย่างเช่น มาตราการการงด/ลดค่าปรับในช่วงโควิดที่ภาครัฐสั่ง lock down ไซด์ก่อสร้าง ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ งานล่าช้า แต่มีเจ้าของงานเอกชนหลายรายฉวยโอกาศที่จะไม่รับรู้, ไม่ขยายอายุสัญญาและปรับผู้ประกอบการทั้งที่เป็นเหตุสุดวิสัยทั้งนี้ สัญญางานก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนไม่มีค่าความผันผวนของวัสดุ (ค่าK) ในสัญญาจ้าง

ดังนั้นความผันผวนด้านราคาใดๆที่เกิดขึ้นจึงมักโยนให้ผู้ประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบและรับความเสี่ยงทั้งหมด ในขณะนี้สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯได้รับเรื่องร้องว่า เจ้าของโครงการเอกชนหลายแห่งยังยืนยันที่จะบังคับใช้ราคาและระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาเดิม พูดง่ายๆว่าถ้าช้าก็ขอปรับตามสัญญาและขอไม่รับรู้ถึงปัญหาน้ำมัน การขนส่งและการขึ้นราคาสินค้า

สำหรับงานก่อสร้างภาครัฐ ที่หลายคนคิดว่าไม่เดือดร้อนเพราะมีค่าผันผวนของวัสดุก่อสร้าง (ค่าK) ข้อเท็จจริง สูตรค่าK ทั้งหมด เป็นสูตรที่ทำมาตั้งแต่ปี 2532 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและวัศดุก่อสร้างในระดับนี้ ค่าK จึงไม่ตอบสนองต่อราคาน้ำมัน เหล็กเส้น คอนกรีต และวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น

ในสูตรค่าK หลายสูตร ไม่มีดัชนีราคาน้ำมันในสูตร แต่ใช้การอ้างอิงดัชนีผู้บริโภคแทน และหากดูองค์ประกอบที่มาของดัชนีผู้บริโภคจะพบว่าเป็นราคาวัดจากการรวบรวมข้อมูลราคาสินค้าและบริการ 400-500 รายการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น อาหาร เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เครื่องนุ่งห่ม ค่าเช่าบ้าน ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาล เป็นต้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับราคางานก่อสร้างด้วยซ้ำ ส่วนสูตรที่มีดัชนีน้ำมันก็คิดสัดส่วนน้อยกว่าปริมาณการใช้จริง

ราคาดัชนีของสินค้าบางอย่างเช่น คอนกรีต เป็นราคาตาม pricelist ที่ผู้ผลิตไม่ยอมแจ้งกระทรวงพาณิชย์ว่าราคาปรับขึ้นตามข้อเท็จจริง โดยอ้างว่าทุกครั้งที่จะปรับราคา มักถูกห้ามจากกระทรวงพาณิชย์เพราะเป็นสินค้าควบคุม แต่ผู้ผลิตกลับขึ้นราคากับผู้ประกอบการและขึ้นมาตลอด เมื่อราคาที่แจ้งกระทรวงพาณิชย์ไม่ขยับ ดัชนีราคาคอนกรีตที่อยู่ในสูตรค่าK ทุกสูตรจึงไม่ขยับ ผู้ประกอบการจึงไม่เคยได้รับการชดเชยใดๆจากค่าคอนกรีตที่ปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด

 สูตรค่าK ไม่สามารถใช้กับงานคุรุภัณฑ์ได้ แม้ว่าจะเป็นงานคุรุภัณฑ์ที่ติดตั้งมากับอาคาร เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อน โดยในสูตรค่าK ผู้ประกอบการจะต้องรับภาระความผันผวน 4% แรก และสำคัญที่สุดคือ การจ่ายค่าK ภาครัฐจะจ่ายเมื่อมีเงินงบประมาณเหลือ และที่ผ่านมากว่าจะจ่ายใช้เวลาเป็นปี ผู้ประกอบการจึงต้องรับการขาดทุนจากวัสดุ น้ำมันและค่าขนส่งขึ้นราคาไปก่อน

สัญญาก่อสร้างภาครัฐจะบังคับให้ผู้รับเหมาทำงานเพิ่ม (หากมี)โดยใช้ราคาใน BOQ ที่เซ็นสัญญาแล้ว แม้ว่าราคานั้นจะเป็นราคาที่ขาดทุนก็ต้องทำ ซึ่งในสถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่ผู้รับเหมาไม่สามารถรับได้

ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯ ที่เป็นตัวแทนผู้ประกอบการ จึงอยากขอความเห็นใจและให้ภาครัฐออกมาตราการเร่งด่วนที่สุด เช่น

1. ออกกฎหมาย หรือ พระราชกำหนด หรือระเบียบใดๆด่วนที่สุดที่ครอบคลุมสัญญางานเอกชนทุกประเภท (ไม่เฉพาะงานก่อสร้าง)ให้ถือสถานการณ์นี้เป็นเหตุสุดวิสัย (force majeure) เพื่อขยายอายุสัญญา งดค่าปรับ หยุดค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมให้สิทธิ์ในการชะลอ หรือหยุดงานเพื่อเจรจาราคาและ/หรือค่าก่อสร้างใหม่ หรือจนกว่าสถาณการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ เพื่อลดความขัดแย้งและลดภาระทางการเงิน ซึ่งกฎหมายลักษณะนี้ประเทศสิงค์โปร์เคยออกมาใช้แล้วในช่วงโควิด

2. สำหรับงานภาครัฐ ขอให้มีการขยายอายุสัญญาโดยไม่ต้องใช้ดุลยพินิจ รวมทั้งขอให้มีการยกเลิกสัญญาที่ยังไม่ได้เริ่มทำงานได้โดยไม่ติด Black list เปลี่ยนหรือเพิ่มคู่สัญญาได้ หากมีงานเพิ่มขอให้มีการเจรจาราคาใหม่ที่เป็นราคาปัจจุบันและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หรือหากทำไม่ไหวก็ขอให้ผู้ประกอบการมีสิทธิ์ที่จะไม่ทำงานเพิ่มนั้น

3. ขอให้ภาครัฐพิจารณาช่วย subsidize ค่าขนส่งและค่าวัสดุก่อสร้างที่ปรับเพิ่ม เช่น subsidize ตรง ปรับสูตรค่าK ยกเลิก 4% แรกที่ผู้ประกอบการต้องรับ จ่ายค่าK ทันทีที่มีการเบิกจ่ายเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง สัญญาใดๆที่ทำกับหน่วยงานรัฐที่ยังไม่มีค่าK ให้เพิ่มค่าK เข้าไปในสัญญา ปรับค่าK0 ให้เป็นวันที่คิดราคากลางไม่ใช่วันที่เคาะราคา ราคาน้ำมันที่เอามาคิดดัชนีควรเป็นราคาหน้าโรงกลั่นจนกว่าสถาณการจะกลับสู่ภาวะปกติ ให้นำคุรุภัณฑ์ประกอบอาคารมาใช้คิดค่าK ได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในการขยายอายุสัญญาจะช่วยลดแรงกดดันของราคาและลด financial pressure ได้บางส่วน คือรอให้สถาณการณ์นิ่ง ความผันผวนต่างๆลดลงก่อน

ในข้อเท็จจริง ดิฉันไม่อยากชวนให้หยุดงานหรือทิ้งงาน เพราะคิดว่าจะมีผลเสียต่อเจ้าของโครงการและในงานราชการหลายโครงการจะส่งผลกระทบต่อสังคมและประชาชนมากกว่า แต่หากไม่ได้รับการตอบสนองหรือช่วยเหลือใดๆจากภาครัฐอย่างเร่งด่วนที่สุด ผู้ประกอบการก็อาจไม่สามารถทนอยู่ต่อไปได้ เข้าข่ายต้องรักษาชีวิตตัวเองก่อนที่จะช่วยคนอื่น การหยุดงานหรือทิ้งงานจึงเป็นสิ่งที่อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้

หมายเหตู : รูปข้างล่าง คือบางส่วนของจดหมายแจ้งขึ้นราคาทั้งค่าของและค่าขนส่ง ย้ำว่านี่แค่บางส่วน เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนเจ้าของโครงการทุกท่านได้ทราบถึงความรุนแรงของปัญหา

ต้นทุนค่าขนส่ง

ข้อเสนอสมาชิกสมาคมฯ ข้อร้องเรียน ข้อเสนอ

สถานการณ์ปัญหา