
สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชงรัฐบาล ควบคุมราคาน้ำมัน-วัสดุก่อสร้าง -ระยะยาวปรับค่าKตามจริง
รับเหมากระอัก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชง รัฐบาล กู้วิกฤตต้นทุนน้ำมัน-วัสดุก่อสร้างขึ้นราคา-ระยะยาวขอปรับค่าKตามความเป็นจริง
KEY
POINTS
- สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง กระทบต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่คาดว่าจะปรับขึ้น 5-15%
- สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยควบคุมราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างไม่ให้ปรับตัวสูงเกินจริง
- เสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับค่า K (Escalation Factor) ในสัญญางานก่อสร้างของภาครัฐให้สะท้อนต้นทุนตามความเป็นจริงในระยะยาว
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะราคาน้ำมันต้นทุนหลัก ที่มีผลต่อการปรับขึ้นของสินค้าทุกรายการ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้รับผลกระทบ ไม่แพ้กัน จากตุ้นทุนวัสดุก่อสร้างทุกรายการมีแนวโน้มปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า5-15% ที่แบ่งเป็นสองส่วน คือ จากภาคขนส่งที่ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อน และ สินค้าที่ใช้น้ำมันในการผลิตโดยตรง จึงเป็นเหตุให้มีต้นทุนที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากน้ำมัน หรือปิโตรเคมี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลาสติก โพลิเมอร์ วัสดุสังเคราะห์ ได้แก่ ท่อPVC, ฉนวนกันความร้อน ฉนวนหุ้มสายไฟ , สีทาบ้าน, แผ่นหลังคาโปร่งแสง, พื้นลามิเนต, แผ่นอะคริลิก, ยางมะตอย กาวสังเคราะห์ต่างๆ เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในงานระบบและตกแต่ง กระเบื้องยาง ปูนซิเมนต์ นอกจากนี้การขับเคลื่อนด้วยการใช้รถ-เครื่องจักร ที่ต้องใช้นำมันได้รับผลกระทบอย่างการขุดดิน ระเบิดหิน ย่อมมีต้นทุนที่สูงตามมา
นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมป์ (TCA) เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 40% ภายในระยะเวลาไม่นาน มีผลให้ต้นทุนขนส่งสินค้าปรับขึ้นกว่า40%
ส่งผลให้ต้นทุนในทุกภาคส่วนเริ่มปรับขึ้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและปิโตรเคมี โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุก่อสร้างทุกประเภท ซึ่งประเมินว่าราคาจะปรับขึ้นยกแผงเฉลี่ย5-15%
แม้ขณะนี้ยังไม่พบสินค้าขาดตลาด แต่ยอมรับว่าเอกชนมีการตุนสินค้า เพราะเกรงว่าราคาจะปรับขึ้น แต่แน่นอนว่าทางโรงงานผู้ผลิตสินค้า เตรียมปรับราคาขายใหม่หลังจากรัฐบาลยกเลิกตรึงราคาน้ำมัน แต่ต้องไม่เกินกว่าที่กรมการค้าภายในกำหนดเพดานไว้
ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผู้รับเหมา ที่นอกจากปริมาณงานภาคเอกชนมีน้อยจากภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่งานภาครัฐออกมาค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับปริมาณผู้รับเหมา
ที่สำคัญสถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ และล่าสุดยังถูกซ้ำเติมจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางนำมาซึ่งต้นทุนน้ำมันที่สูงและกระทบต่อราคาสินค้าที่ภาคเอกชนต้องแบกรับ ที่น่าเป็นกังวลคือสัญญา ที่ทำกับภาครัฐไว้ก่อนหน้านี้อาจล่าช้าออกไปและอาจถูกปรับขึ้นบันชีดำในที่สุด
ผลกระทบที่เกิดขึ้น สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย เรียกร้องให้ รัฐบาล โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ช่วยเหลือผู้รับเหมา ทั้งในแง่ของ การหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ช่วยผู้ประกอบการกลุ่มสัญญาระยะสั้นๆ ช่วยดูแลเกี่ยวกับการปรับขึ้นของราคาน้ำมันและราควัสดุก่อสร้างไม่ให้สูงเกินจริง ขณะเดียวกันในระยะยาวคือการปรับขึ้นของค่า K หรือ Escalation Factor คือ ตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างานก่อสร้าง เปรียบเทียบระหว่างวันที่เปิดซองประกวดราคากับวันที่ส่งมอบงานแต่ละงวด เพื่อคำนวณเงินชดเชยค่าก่อสร้างที่สูงขึ้นหรือลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่ใช้กับสัญญาการจ้างเหมาก่อสร้างของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานท้องถิ่น ตามความเป็นจริง
ที่สำคัญน้ำมัน วัสดุก่อสร้างอย่าขาดและแพงเกินจริงซึ่งรัฐบาลต้องเข้ามาควบคุมราคา











