thansettakij
thansettakij
วัสดุก่อสร้างขึ้นยกแผง 5-15% โรงงานชะลอปล่อยสินค้ารอดูทิศทางราคาน้ำมันโลก

วัสดุก่อสร้างขึ้นยกแผง 5-15% โรงงานชะลอปล่อยสินค้ารอดูทิศทางราคาน้ำมันโลก

16 มี.ค. 2569 | 07:21 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 2569 | 10:15 น.

รับเหมาอ่วมวัสดุก่อสร้างจ่อขึ้นราคายกแผง 5-15% โรงงานชะลอปล่อยสินค้า -ไม่ตั้งราคาหน้างาน รอดูทิศทางราคาน้ำมันโลก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างชงรัฐบาลควบคุมราคาที่เป็นธรรม-ระยะยาวดูเรื่องค่าเค

KEY

POINTS

  • ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น คาดว่าราคาวัสดุก่อสร้างโดยรวมจะปรับขึ้น 5-15%
  • ผู้ผลิตและโรงงานหลายแห่งชะลอการปล่อยสินค้าและยังไม่ประกาศราคาใหม่ เพื่อรอดูทิศทางราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวน
  • วัสดุที่ได้รับผลกระทบมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่วัสดุโครงสร้างหลัก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ ไปจนถึงสินค้าที่มาจากปิโตรเคมี เช่น ท่อพีวีซีและสายไฟ

สถานการณ์ราคาวัสดุก่อสร้างในช่วงนี้เริ่มมีความผันผวน หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ผลิตและผู้ค้าหลายรายชะลอการเปิดราคาใหม่ และบางส่วนเริ่มชะลอการปล่อยสินค้า เพื่อรอดูทิศทางราคาพลังงานและนโยบายของภาครัฐ

 

สะท้อนจากนายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้างเปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 40% ภายในระยะเวลาไม่นาน  ส่งผลให้ต้นทุนในหลายภาคส่วนเริ่มปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและปิโตรเคมี

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตบางรายหรือโรงงานผู้ผลิตสินค้ายังไม่เปิดราคาใหม่ เนื่องจากราคาน้ำมันยังมีความผันผวนสูง โดยเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงประมาณ 90–120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ยากต่อการกำหนดต้นทุนที่แน่นอน

วัสดุก่อสร้างหลักเริ่มได้รับผลกระทบ

  นายกฤษดาระบุว่า วัสดุก่อสร้างหลักที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง เช่น เหล็กเส้น เสาเข็มคอนกรีต ปูนซีเมนต์ หิน และทราย มีแนวโน้มปรับขึ้น เนื่องจากกระบวนการผลิตต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการขุด การระเบิดหิน การบด และการขนส่ง ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการใช้น้ำมัน

วัสดุสถาปัตยกรรม ได้แก่อลูมิเนียม ฉากซีเมนต์กั้นห้อง ปูนซิเมนต์ค่าขนส่ง งานระบบ สายไฟ ท่อประปาไฟฟ้า  วัสดุบางชนิด เช่น เม็ดพลายติมาจากน้ำมัน ยางมะตอย น้ำมันเตา  วัสดุบายโปรดักดิ์ ซึ่งเป็นวัสดุต้นทางมาจากน้ำมัน วัสดุบางอย่างมาจากการกลั่นน้ำมัน

นอกจากนี้ วัสดุที่มาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เช่น เม็ดพลาสติก ท่อพีวีซี สายไฟที่มีฉนวนพลาสติก กระเบื้องยาง รวมถึงอุปกรณ์ก่อสร้างหลายประเภท ต่างมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันเช่นกันในภาพรวม ผู้ประกอบการประเมินว่า วัสดุก่อสร้างหลายรายการมีแนวโน้มปรับขึ้นประมาณ 5-15% หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง

ผู้ค้าบางส่วนเริ่มชะลอขาย รอดูราคาใหม่

ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าผู้ค้าบางรายเริ่มชะลอการขายสินค้า และเลือกเก็บสต็อกไว้เพื่อรอการปรับราคา โดยเฉพาะสินค้าที่มีความต้องการสูง เช่น เหล็กเส้น สายไฟ และท่อประปาขณะเดียวกัน ร้านค้าวัสดุก่อสร้างบางแห่งเริ่มเปลี่ยนเงื่อนไขการขาย

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าขณะนี้เอกชนเริ่มตุนสินค้าในราคาที่ยังไม่ปรับขึ้น แต่มีเงื่อนไขว่าต้องชำระเงินสดก่อนรับสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตุนสินค้าในบางส่วน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบภาวะสินค้าขาดตลาดอย่างชัดเจน หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในต่างประเทศดำเนินมาแล้วราว 15 วัน

ต้นทุนน้ำมันกระทบทุกขั้นตอนการผลิต

ขณะเดียวกันราคาน้ำมันไม่ได้กระทบเฉพาะราคาขายหน้าปั๊มเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การทำเหมืองแร่เหล็ก การผลิตวัตถุดิบ การใช้เครื่องจักรในโรงงาน ไปจนถึงการขนส่งสินค้า

ตัวอย่างเช่น เครื่องจักรในไซต์ก่อสร้างบางแห่งใช้น้ำมันดีเซลวันละหลายพันลิตร หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มเพียง 2 บาทต่อลิตร ก็จะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหลายพันบาทต่อวัน

ผู้รับเหมารายเล็กได้รับผลกระทบมากกว่า

ในด้านผู้รับเหมา พบว่าบริษัทขนาดใหญ่ยังสามารถบริหารต้นทุนได้บางส่วน เนื่องจากมีถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ที่สามารถสำรองน้ำมันได้หลายหมื่นลิตร

ขณะที่ผู้รับเหมาขนาดเล็กซึ่งไม่มีถังเก็บน้ำมัน ต้องซื้อน้ำมันจากผู้ค้าคนกลางในราคาสูงกว่าหน้าปั๊มประมาณ 6-8 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เอกชนเสนอรัฐดูแลทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ผู้ประกอบการเสนอว่า มาตรการภาครัฐในระยะสั้นควรให้ความสำคัญกับการดูแลไม่ให้เกิดภาวะสินค้าขาดตลาด และควบคุมราคาไม่ให้ปรับตัวขึ้นเร็วเกินไป

ขณะที่ในระยะยาวควรมีการปรับกลไกราคาให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และใช้กลไกการปรับราคาค่างานก่อสร้าง หรือค่า K เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อผู้รับเหมา โดยเฉพาะโครงการของภาครัฐที่มีระยะเวลาดำเนินงานยาว

ผู้ประกอบการยังมองว่า หากราคาน้ำมันสามารถปรับตัวเข้าสู่ระดับที่มีเสถียรภาพ แม้จะอยู่ในระดับสูง แต่หากราคานิ่งก็จะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถคำนวณต้นทุนและวางแผนดำเนินงานได้ชัดเจนมากขึ้น