thansettakij
เจาะลึก Real Demand รับสร้างบ้านยังแกร่ง! บ้านเล็กโตสวนวิกฤต 16%

เจาะลึก Real Demand รับสร้างบ้านยังแกร่ง! บ้านเล็กโตสวนวิกฤต 16%

20 ก.พ. 2569 | 00:50 น.

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เผยตลาดรับสร้างบ้านสมาชิกหดตัว 17.8% เหลือ 9,885 ล้านบาท แต่บ้านต่ำกว่า 5 ล้านบาทโต 16% สะท้อน Real Demand ชัด เตรียมลุยจัดงานอีสาน-ใต้ และชง ครม.ใหม่ ดันลดภาษี-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

KEY

POINTS

  • ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านชะลอตัว แต่กลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทเติบโตสวนกระแส 16% สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) ที่ยังแข็งแกร่ง
  • ตลาดบ้านหรู (ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป) หดตัวรุนแรงถึง 35% เนื่องจากผู้บริโภคกำลังซื้อสูงชะลอการตัดสินใจจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบาย
  • สมาคมฯ ชี้ว่าเป็นยัง "โอกาสทอง" ของผู้บริโภคในการสร้างบ้านช่วงนี้ เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างยังไม่ปรับขึ้นและมีโปรโมชันจากผู้ประกอบการ

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านทั่วประเทศปี 2568 พบว่ายังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มบ้านระดับบน ขณะที่กลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทกลับเติบโตสวนทาง สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) ที่ยังแข็งแกร่ง

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า หากพิจารณาภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านทั้งหมด ทั้งผู้รับเหมาทั่วไปและบริษัทรับสร้างบ้านทั้งในและนอกสมาชิก พบว่าตลาดปรับตัวลดลงราว 11% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม หากโฟกัสเฉพาะผลงานของสมาชิกสมาคมฯ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อชัดเจนและให้ความสำคัญกับมาตรฐานการก่อสร้างสูง จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจ

ในปี 2567 มูลค่าตลาดรวมของสมาชิกอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท แต่ในปี 2568 ลดลงเหลือ 9,885 ล้านบาท คิดเป็นการหดตัว 17.8% สะท้อนแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกเป็นรายเซกเมนต์ พบว่ากลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งสมาคมฯ นิยามว่าเป็น “The Resilient Segment” มีมูลค่าเพิ่มจาก 3,471 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 4,027 ล้านบาทในปี 2568 เติบโตถึง 16% ตัวเลขดังกล่าวชี้ชัดว่ากลุ่มกำลังซื้อระดับต้นถึงกลางยังเดินหน้าตัดสินใจสร้างบ้าน เนื่องจากเป็นความต้องการอยู่อาศัยจริง ไม่ใช่การลงทุนเก็งกำไร

ในทางกลับกัน กลุ่มบ้านราคา 5-20 ล้านบาท และกลุ่มบ้านหรูราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป เผชิญภาวะหดตัวแรง โดยเฉพาะตลาดบ้านหรูที่ลดลงถึง 35% เหลือมูลค่า 1,792 ล้านบาท สะท้อนการชะลอการตัดสินใจของกลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูง

นายอนันต์กรอธิบายว่า ปัจจัยสำคัญไม่ได้มาจากข้อจำกัดด้านรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ภาวะทางจิตวิทยา” และความไม่แน่นอนด้านเสถียรภาพนโยบาย ผู้บริโภคกลุ่มบนจำนวนมากมีเงินสดในมือ แต่เลือกชะลอการลงทุนระยะยาวอย่างการสร้างบ้าน เพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาลใหม่

“สิ่งที่ตลาดต้องการมากที่สุดคือความชัดเจนและเสถียรภาพ” นายอนันต์กรกล่าว

พร้อมระบุว่าสมาคมฯ เตรียมเสนอแนวทางต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างเสถียรภาพนโยบายเศรษฐกิจ มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินตนเอง และการสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อระดับกลางและบนให้กลับมาเคลื่อนไหว

ในด้านการขยายตลาดภูมิภาค สมาคมฯ ได้จัดตั้ง “คณะอนุกรรมการชั่วคราวภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้” สำเร็จแล้วในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสู่ภูมิภาค พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง สถาบันการเงิน และบริษัทรับสร้างบ้านท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

จากโครงสร้างใหม่นี้ สมาคมฯ เตรียมจัดงานมหกรรมรับสร้างบ้านครั้งใหญ่ในภาคอีสานและภาคใต้ภายในปีนี้ เพื่อเข้าถึงกำลังซื้อในหัวเมืองหลัก กระตุ้นการตัดสินใจสร้างบ้าน และสร้างความเชื่อมั่นว่า “สร้างบ้านกับสมาชิก HBA ได้มาตรฐาน ไม่ทิ้งงาน”

นายอนันต์กรกล่าวทิ้งท้ายว่า ช่วงเวลานี้ถือเป็น “โอกาสทอง” ของผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจสร้างบ้าน เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างยังไม่ปรับขึ้นตามแรงกดดันเงินเฟ้อในอนาคต ประกอบกับผู้ประกอบการหลายรายจัดโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขาย จึงเป็นจังหวะที่สามารถล็อกต้นทุนในระดับปัจจุบันได้ ก่อนที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวและต้นทุนขยับขึ้น

ทั้งนี้ ท่ามกลางภาพรวมตลาดที่หดตัว ตัวเลขการเติบโต 16% ของบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท จึงเป็นสัญญาณสำคัญว่า Real Demand ยังเป็นฐานที่มั่นของธุรกิจรับสร้างบ้านไทย และหากมาตรการรัฐช่วยเสริมความเชื่อมั่นได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลาดในปี 2569 อาจกลับมาฟื้นตัวบนรากฐานที่แข็งแรงกว่าเดิม