

KEY
POINTS
ในโลกที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจไม่ได้วัดกันแค่ต้นทุนแรงงานหรือทรัพยากรธรรมชาติอีกต่อไป “การออกแบบประเทศ” กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของการพัฒนาในศตวรรษที่ 21 และภาคเอกชนคือหนึ่งในฟันเฟืองหลักที่สัมผัสการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างใกล้ชิดที่สุด
ภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยน เทคโนโลยีที่เข้ามาเร่งเกมการแข่งขัน ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคและแรงงานรุ่นใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “จะอยู่รอดอย่างไร” แต่ประเทศไทยควรถูกออกแบบใหม่อย่างไร เพื่อให้ธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมกัน
มุมมองจากภาคเอกชนสะท้อนชัดว่า การออกแบบประเทศไม่ใช่เรื่องของรัฐฝ่ายเดียว แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน นวัตกรรม และการใช้ศักยภาพของคนไทยอย่างเต็มที่ ตั้งแต่กติกา กฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดรับเศรษฐกิจอนาคต
“Thailand Redesign” จึงไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงอุดมคติ แต่เป็นโจทย์เชิงปฏิบัติที่ภาคธุรกิจอยากเห็นคำตอบชัดเจน เพราะอนาคตของประเทศวันนี้ ไม่ได้ถูกกำหนดโดยโชคหรือจังหวะเวลา หากแต่อยู่ที่การออกแบบอย่างมีวิสัยทัศน์ และการลงมือทำร่วมกันของทุกภาคส่วน
นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด (Sathaporn Estate: SE) CEO เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ” เริ่มจากโครงสร้างอำนาจ–คอร์รัปชัน : จุดชี้เป็นชี้ตายของประเทศหากออกแบบประเทศใหม่ สิ่งแรกที่ต้องแก้คือ “โครงสร้างอำนาจที่รวมศูนย์และผูกโยงกับคอร์รัปชันทางการเมือง”
การซื้อสิทธิ์ขายเสียงทำให้ผู้แทนต้องตอบแทนกลุ่มผลประโยชน์ ส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณ การอนุมัติโครงการ และการใช้ผังเมือง ถูกบิดเบือน
ทางออกเชิงนโยบาย 1. ปฏิรูประบบเลือกตั้งให้โปร่งใส ตรวจสอบได้จริง 2.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ หรือผู้บริหารจังหวัดในลักษณะ CEO มืออาชีพ ไม่ขึ้นกับพรรคการเมือง 3. ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและเมือง ตอบโจทย์พื้นที่จริง ลดช่องคอร์รัปชันจากส่วนกลาง โดยอาศัยภาคพลเมืองร่วมมือตรวจสอบและประเมินผลด้วย4. จัดโครงสร้างภาษีที่ลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ปัญหาทุนผูกขาด
โมเดลเศรษฐกิจใหม่ : จากปริมาณสู่คุณค่า นายสถาพรมองว่าโมเดลเศรษฐกิจไทยติดกับดักการผลิตมูลค่าเพิ่มต่ำ ใช้ทรัพยากรสูงนโยบายใหม่ต้องขยับสู่ Green Economy และ Circular Economy โดยใช้จุดแข็งภาคเกษตร อาหาร และชีวภาพ รัฐควรส่งเสริม Food Science, Biotechnology และ Bio-materialsเชื่อมโยงกับอสังหาริมทรัพย์สีเขียว เมืองสุขภาพ และอุตสาหกรรมบริการคุณภาพ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและเน้นกระจายสู่ภูมิภาค
ขณะ รัฐเล็กแต่ฉลาด : ลดขั้นตอน เพิ่มความเร็วมองว่ารัฐส่วนกลางไม่ควรทำทุกอย่างเอง แต่ต้องทำหน้าที่ “ผู้ออกแบบกติกา” แล้วกระจายอำนาจให้แต่ละจังหวัดมีแรงจูงใจในการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง
นโยบายควรลดกฎระเบียบซ้ำซ้อน, ใช้ระบบดิจิทัลในการอนุญาตและกำกับ ,เปิดพื้นที่ให้ท้องถิ่นตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองได้เร็ว รัฐที่เล็กลงแต่ฉลาด จะช่วยลดต้นทุนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ
สำหรับการศึกษาเพื่อเศรษฐกิจอนาคต นายสุนทรมองว่าระบบการศึกษาต้องตอบโจทย์เศรษฐกิจใหม่ ไม่ใช่ผลิตแรงงานแบบเดิมเชิงนโยบายควร เชื่อมการศึกษากับภาคธุรกิจ ในแต่ละพื้นที่ภูมิภาค ,เน้นสุขภาพที่แข็งแรง STEM + ทักษะดำเนินชีวิต Soft Skills + คุณธรรม Morale ,ส่งเสริมอาชีพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้คนไทย ทำงานได้จริง ปรับตัวได้ มีศักดิ์ศรี และมีโอกาสพัฒนาเป็นผู้ประกอบการ
เมื่อถามถึง ภาษีและสวัสดิการ : เป็นธรรมโดยไม่ทำลายแรงจูงใจ นโยบายภาษีต้องแก้ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ดังนี้
1. Negative Income Tax โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางผู้ขาดโอกาส โดยไม่ทำให้ทุกๆคนคาดหวังแต่การพึ่งพิงรัฐ 2.Windfall Tax เก็บจากกำไรส่วนเกินของสถานการณ์พิเศษ เช่นกำไรที่ดินจากการพัฒนาสาธารณูปโภคของรัฐควบคู่กับการนำรายได้ภาษีนั้นมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม และการศึกษา แทนการแจกระยะสั้น
ด้าน การลงทุนคุณภาพ + ถ่ายทอดเทคโนโลยี ประเมินว่าการดึง FDI ต้องเปลี่ยนจาก “แข่งให้สิทธิประโยชน์” เป็น “แข่งคุณภาพ” โดยเราต้องพัฒนาคนให้มีทักษะด้านภาษาต่างประเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มมากขึ้น เชิงนโยบายต้องกำหนดให้
1.ผู้ลงทุนมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา
2. ช่วยพัฒนาบุคลากรไทย
3. สร้างซัพพลายเชนในประเทศ
4. เสนอแรงจูงใจมอบสัญชาติไทย กรณีเป็นผู้มีส่วนร่วมพัฒนาชาติมากกว่า 10 ปี ด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง หรือเทคโนโลยี
ขณะ บทบาทไทยในโลกที่ผันผวน นายสุนทร อธิบายว่า ระดับภูมิภาคไทยควรนำในการสร้างอาเซียนให้มีความมั่นคง ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคให้มากขึ้นผลักดันให้มีการใช้เงินเงินบาทในภูมิภาคนี้ เพื่อการเป็นศูนย์กลางการเงินของอาเซียน ระดับสากล รักษาสมดุลทางการทูต กล้าแสดงจุดยืนบนหลักกติกาสากล,ปกป้องผลประโยชน์ชาติในระยะยาว ไม่เปลี่ยนท่าทีตามแรงกดดันระยะสั้น
นอกจากนี้ กรณีเมืองและการกระจายโอกาส : อสังหาริมทรัพย์–ภูมิอากาศสุดขั้ว สำหรับนโยบายเมืองต้องมองไกลกว่าการก่อสร้าง มองว่าเมืองต้องปลอดภัย สะดวก และส่งเสริมสุขภาพประชาชนได้ พร้อมรับมือภูมิอากาศสุดขั้ว ภัยน้ำท่วม ความร้อน และพลังงานแพง ส่งเสริม Smart City, Transit Oriented Development และ Low carbon living เชื่อมโยงการใช้ที่ดิน ผังเมือง และที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบโดยเฉพาะการวางผังแต่ละจังหวัดในแต่ละภูมิภาค จูงใจให้เกิดแหล่งงาน สาธารณสุข และสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ กระจายไปทุกจังหวัด
การตัดสินใจของรัฐ และคอขวดอำนาจอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ท้องถิ่นควรมีอำนาจจัดเก็บภาษีและใช้งบพัฒนาเองผู้ว่าฯ CEO ต้อง เป็นอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมือง วางยุทธศาสตร์จังหวัด ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย Promote ดึงดูดให้มีการพัฒนาการศึกษา การลงทุนสร้างงาน รับผิดชอบผลลัพธ์ต่อประชาชน ให้ประชาชนเป็นผู้ประเมิน และผ่านการเลือกตั้งครั้งต่อๆไป เรื่องใดที่เกินขอบเขตพื้นที่ หรือการประสานงานในระดับภูมิภาค จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยตัดสินใจสั่งการ
นโยบายเร่งด่วนหลังเลือกตั้ง แน่นอนว่านายสุนทรอยากเห็นการปราบคอร์รัปชัน–แก้หนี้ครัวเรือน–ฟื้นความเชื่อมั่น ซึ่งการปราบคอร์รัปชัน เช่นการเพิ่มโทษ และเปิดรับข้อร้องเรียน แต่ต้องป้องกันการกลั่นแกล้งด้วย ซึ่งต้องครอบคลุมทั้งการเมือง ราชการ และเอกชน เช่นเดียวกับการแก้หนี้ครัวเรือน คือด้วยโครงสร้างระบบสินเชื่อ ไม่ใช่พักหนี้ชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็น Consolidated debt คือการรวมหนี้ย่อยระยะสั้น โดยใช้ อสังหาริมทรัพย์ เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน Mortgage guarantee ค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย รวมถึง Risk base interest อัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยง
การสร้างความเชื่อมั่น ต้องเริ่มที่ภาครัฐ เพราะเป็นผู้คุมนโยบาย อำนาจ และงบประมาณ สถาบันการเงินจึงจะกล้าปล่อยสินเชื่อ เศรษฐกิจจึงจะฟื้น
สิ่งที่รัฐควรหยุดทำ : ประชานิยมไร้กรอบ นายสุนทรสะท้อนว่ารัฐควรยึดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็น “เข็มทิศ”หยุดใช้นโยบายประชานิยมที่ บิดเบือนตลาด ทำลายวินัยการคลัง สร้างภาระรุ่นลูกหลาน ขัดต่อศีลธรรม วัฒนธรรมพื้นฐานของชาติ เช่นการพนันทุกรูปแบบ
การเปลี่ยนประเทศใน 1 วาระ : ทำระบบให้โปร่งใส หากต้องเลือกเพียงเรื่องเดียว ต้องเลือก สร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ยอมรับคอร์รัปชัน เพราะเมื่อกติกาดี การลงทุนจะมา เมืองจะพัฒนาคนจะเชื่อมั่น และประเทศจะเดินไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน