'มหัทธนะ' MDธอส.คนใหม่ ดันคนไทยมีบ้าน ทรานฟอร์ม 5 เสาหลัก  ยกระดับทำงานทุกมิติ

25 ม.ค. 2569 | 08:47 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 2569 | 10:58 น.

'มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์'MDธอส.คนที่15 ชูวิสัยทัศน์ ขับเคลี่ยนองค์กร ดันคนไทยมีบ้าน ทรานฟอร์ม 5 เสาหลัก เทคโนโลยี AI- DATA- Digital ยกระดับทำงานทุกมิติ

KEY

POINTS

  • ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธอส. คนใหม่ ประกาศวิสัยทัศน์ “Beyond Housing Bank” มุ่งเป็นเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านให้คนไทย
  • เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) โดยนำเทคโนโลยี AI, ดาต้า และดิจิทัล มายกระดับการทำงานในทุกมิติ
  • สานต่อภารกิจหลัก “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ปี 2569 กว่า 2.4 แสนล้านบาท โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)สถาบันการเงินรัฐที่มุ่งช่วยเหลือคนไทยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ ภายใต้พันธกิจหลัก"ทำให้คนไทยมีบ้าน" ก้าวสำคัญที่ให้บริการประชาชนมากว่า70ปี 

ทั้งยังมุ่งสู่เป้าหมายธนาคารที่ดีที่สุดโดยเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ผ่านการบริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย, การส่งเสริมวินัยทางการเงิน, และการพัฒนาบริการเพื่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงการมีบ้านได้ง่ายขึ้น

ที่น่าจับตายิ่งเมื่อ ธอส. นับจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ ดร.“มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ ” กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ คนที่ 15 ประกาศวิสัยทัศน์ พร้อมนำทีมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “Beyond Housing Bank : มากกว่าการปล่อยกู้คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน” ที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน พร้อมเปลี่ยนผ่าน G H BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion… ก้าวใหม่ ธอส. ทำให้คนไทยมีบ้านอย่างยั่งยืน และมั่นคง

 มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์

ด้วยเทคโนโลยี ทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วยดิจิทัล ดาต้า และสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ เริ่มจากรากฐานที่แข็งแรงด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง สู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยการนำ Generative AI, DATA และ Digital Transformation ยกระดับการทำงานทุกมิติ ผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ประกอบด้วย

1. Immediate-to-Home ทำทันที ให้มีบ้าน

2. Smart Growth ผ่าน Asset Quality Management เติบโตอย่างมีคุณภาพเพื่อเป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้มีบ้าน

3. Customer Obsession เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล

4. Digital Transformation ปฏิรูปกระบวนการทำงานด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง

และ 5. People First เพิ่มความสุขและศักยภาพพนักงานเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า

ดร.มหัทธนะ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับในปี 2569 ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่เอาไว้ที่ 242,989 ล้านบาท เติบโต 0.5% จากเป้าสินเชื่อปีที่ผ่านมา ส่วนสินเชื่อคงค้างจะอยู่ที่ 1.96 ล้านล้านบาท ซึ่งเข้าใกล้ 2 ล้านล้านบาทในอีกไม่นาน

ที่สำคัญสินเชื่อบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่ธนาคารยังมีเป้าหมายจะปล่อยอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายที่จะปล่อยให้ได้ 125,762 ราย หรือคิดเป็น 65% ของเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ปี 2569 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีที่แล้ว ขณะเดียวกันธนาคารยังควบคุมสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL ไม่ให้เกิน 5.11% ซึ่งถือเป็นความท้าทายมากๆ ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความเปราะบาง และหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง

ส่วนในปี 2568 ที่ผ่านมา ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท จำนวน 232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 4.52% ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 50% เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย

ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2568 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2567 ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,891,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% สินทรัพย์รวม 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62% และเงินฝากรวม 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม