KEY
POINTS
ตลาดที่อยู่อาศัยไทยในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ “เลือกมากขึ้น” และให้ความสำคัญกับทำเล ราคา และความคุ้มค่าเป็นหลัก โดยข้อมูลล่าสุดจาก ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ ระบุว่า ความต้องการเช่าและซื้อที่อยู่อาศัยตลอดปี 2568 ยังคงกระจุกตัวในพื้นที่เมืองหลักอย่างมีนัยสำคัญ
จากการสำรวจพฤติกรรมผู้ค้นหาที่อยู่อาศัยบนแพลตฟอร์ม DDproperty พบว่า กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจสูงสุดทั้งในมิติ “ซื้อ” และ “เช่า” สะท้อนบทบาทเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และระบบขนส่งมวลชนที่ยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตระยะยาวได้ดีที่สุด
ขณะที่ 5 จังหวัดที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยสูงสุด ในภาพรวม ประกอบด้วย
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า ดีมานด์ยังคงกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองและแนวขยายเมืองรอบกรุงเทพฯ ซึ่งมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสทางเศรษฐกิจ
ขณะที่ 5 จังหวัดที่มีความต้องการเช่ามากที่สุด ยังคงกระจุกตัวในพื้นที่เมืองและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่
ในเชิงประเภทอสังหาริมทรัพย์ ผลสำรวจระบุว่า คอนโดมิเนียม ยังคงเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีสัดส่วนความต้องการซื้อ 45% ตามมาด้วย บ้านเดี่ยว 38% และ ทาวน์เฮ้าส์ 17%
เมื่อเจาะลึกระดับทำเลในกรุงเทพฯ พบว่า เขตวัฒนา ยังคงเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจสูงสุดทั้งตลาดซื้อและเช่า ด้วยจุดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง รายล้อมด้วยศูนย์ธุรกิจ แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์ครบวงจร อีกทั้งมีรถไฟฟ้าหลายสายพาดผ่าน ทำให้เป็นทำเลเป้าหมายทั้งของผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ผู้เช่าระยะยาว และนักลงทุน
5 ทำเลที่มีความต้องการซื้อมากที่สุดในกรุงเทพฯ มีดังนี้
และ 5 ทำเลที่มีความต้องการเช่ามากที่สุด ได้แก่
ในกลุ่มทำเลแนวรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช ยังคงครองอันดับหนึ่งของความสนใจซื้อ-เช่าอย่างต่อเนื่อง จากจุดแข็งด้านการเดินทาง ความใกล้ย่านธุรกิจ และระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าย่าน CBD ขณะที่ทำเลอันดับถัดมายังคงกระจุกตัวในแนว BTS สายสีเขียวเป็นหลัก สะท้อนบทบาทของโครงข่ายรถไฟฟ้าในการกำหนดทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยของกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน
DDproperty ประเมินว่า แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์จะมีแรงหนุนจากการปรับตัวของผู้ประกอบการและความต้องการที่อยู่อาศัยจริง แต่กำลังซื้อยังคงไหลเข้าสู่ทำเลที่มีความมั่นใจสูง ส่งผลให้ตลาดยังไม่กระจายตัวเต็มที่ไปยังพื้นที่รอง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การพัฒนาโครงการในระยะต่อไป จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกของดีมานด์ในแต่ละทำเล ควบคู่กับการกำหนดระดับราคาที่สอดคล้องกับศักยภาพการผ่อนชำระของผู้บริโภคอย่างรอบคอบ
อย่างไรก็ดี ปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐยังช่วยประคองตลาดไว้ ทั้งมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ การผ่อนคลายเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) เป็นการชั่วคราว รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยยังคงฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคที่มีความพร้อมทางการเงินเริ่มกลับมามองหาที่อยู่อาศัยอีกครั้ง