
ชัชชาติ ชงสภากทม.รื้ออัตราภาษีที่ดินดัดหลัง แลนด์ลอร์ดปลูกกล้วยกลางกรุง
ชัชชาติ ชงสภากทม.รื้ออัตราภาษีที่ดินดัดหลัง แลนด์ลอร์ดปลูกกล้วยกลางกรุงเปิดอัตราใหม่จ่ายเพิ่ม ขั้นต่ำจาก 0.01% เป็น 0.03% หรือจาก 100 บาทเป็น 300 บาทต่อมูลค่าที่ดิน 1 ล้านบาท เพื่ออุดช่องโหว่การหลีกเลี่ยงภาษี
KEY
POINTS
- กทม. เตรียมเสนอสภาฯ ให้ปรับขึ้นอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในหมวดเกษตรกรรม เพื่อแก้ปัญหาการเลี่ยงภาษี
- มีเป้าหมายเพื่อสกัดเจ้าของที่ดินรายใหญ่ (แลนด์ลอร์ด) ที่ใช้ช่องโหว่กฎหมายปลูกกล้วยหรือพืชเกษตรบนที่ดินมูลค่าสูงใจกลางเมือง เพื่อจ่ายภาษีในอัตราต่ำ
- ข้อเสนอคือการปรับเพิ่มอัตราภาษีขั้นต่ำจากเดิม 0.01% (ล้านละ 100 บาท) เป็น 0.03% (ล้านละ 300 บาท) และปรับเพิ่มในขั้นอื่น ๆ ตามมูลค่าที่ดิน
แม้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม ลดการกักตุนที่ดิน และสร้างความเป็นธรรมด้านภาษี แต่ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีที่ผ่านมา กลับพบช่องโหว่สำคัญของการจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีที่ดินประเภทเกษตรกรรม ซึ่งจัดเก็บในอัตราเพียง 0.01% หรือคิดเป็นภาษีเพียง 100 บาทต่อมูลค่าที่ดิน 1 ล้านบาท
ช่องโหว่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ช่องว่างดังกล่าวส่งผลให้เจ้าของที่ดินรายใหญ่และแลนด์ลอร์ดที่ถือครองที่ดินมูลค่าสูงในทำเลใจกลางเมืองจำนวนไม่น้อย หันมาปลูกกล้วยหรือพืชเกษตรอื่นเพียงเพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์เป็น ที่ดินเพื่อการเกษตร และได้รับสิทธิ์เสียภาษีในอัตราต่ำ ทั้งที่การใช้ประโยชน์ที่ดินไม่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่และผังเมือง
กทม.ดัดหลังแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วยกลางกรุงเพิ่มอัตราภาษี
ล่าสุด กรุงเทพมหานคร ภายใต้ การนำของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เตรียมปรับโครงสร้างอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินครั้งใหญ่ หมวดเกษตรกรรม ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพ.ศ.2562 โดยเสนอเพิ่มอัตราภาษีขั้นต่ำจาก 0.01% เป็น 0.03% หรือจาก 100 บาทเป็น 300 บาทต่อมูลค่าที่ดิน 1 ล้านบาท เสนอต่อสภากรุงเทพมหานครเพื่ออุดช่องโหว่การหลีกเลี่ยงภาษี และสกัดการนำที่ดินในเขตเมืองไปใช้ประโยชน์ผิดไปจากที่ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครกำหนด พร้อมผลักดันให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาเมืองในระยะยาว
อย่างไรก็ตามย้อนไปก่อนหน้านี้ มีหลายภาคส่วน สะท้อนปัญหาไปยังกระทรวงการคลัง ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยมองว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครอาจเก็บรายได้ได้น้อยลง แต่คำตอบที่ออกมาชี้แจงคือ การนำที่ดินใจกลางเมืองออกทำพื้นที่ทางการเกษตรมองว่าไม่ผิดวัตถุประสงค์ ที่สำคัญยังช่วยไม่ให้ที่ดินถูกปล่อยทิ้งร้าง ลดปัญหาแหล่งก่อให้เกิดอาชญากรรม อีกทั้งเจ้าของที่ดินยังตระหนักนำที่ดินออกใช้ประโยชน์ ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น
เพิ่มอัตราภาษีที่ดินขั้นต่ำจากล้านละ100เป็นล้านละ 300 บาท
แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า เตรียมปรับปรุงอัตราการจัดเก็บภาษีใหม่ ที่ดินประเภทเกษตรกรรม เช่นปลูกกล้วย มะนาว มะพร้าว ใจกลางกรุงเทพฯ เตรียมจ่ายเพิ่ม หลังพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประกาศใช้มาร่วม 7 ปี โดยจะเสนอสภา กทม. ขอปรับเพิ่มอัตราละ 0.02% จากปัจจุบันเสียภาษีในอัตรา 0.01-0.1% จะเป็นในอัตรา 0.03-0.12% หรือจากล้านละ 100 บาท เป็นล้านละ 300 บาท
ที่ดินเกษตรกรรมเป็นบุคคลธรรมดา
มูลค่า 0-50 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษี
มูลค่า 50-125 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.01% เป็น 0.03%
มูลค่า 125-150 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.03% เป็น 0.05%
มูลค่า 150-550 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.05% เป็น 0.07%
มูลค่า 550-1,050 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.07% เป็น 0.09%
มูลค่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.1% เป็น 0.12
ที่ดินเกษตรกรรมเป็นนิติบุคคล
มูลค่า 0-75 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.01% เป็น 0.03%
มูลค่า 75-100 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.03% เป็น 0.05%
มูลค่า 100-500 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.05% เป็น 0.07%
มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.07% เป็น 0.09%
มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.1% เป็น 0.12%
การที่ กทม.ปรับอัตราภาษีที่ดินเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น เพื่อให้จัดเก็บรายได้จากภาษีได้มากขึ้น โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 วรรคหก ของ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ที่ให้อำนาจ กทม. สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องไม่เกินในอัตราที่กำหนดไว้ ซึ่ง กทม.จะออกเป็นข้อบัญญัติหากได้รับการอนุมัติจากสภา กทม.







