
การเคหะแห่งชาติ ยกระดับมาตรฐานอาคารระบบ Precast Concrete System
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนามาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยระบบคอนกรีตหล่อสำเร็จ (Precast Concrete System)
KEY
POINTS
- การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ลงนามความร่วมมือกับหลายภาคส่วนเพื่อพัฒนามาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยด้วยระบบคอนกรีตหล่อสำเร็จ (Precast)
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง การควบคุมคุณภาพ และการตรวจสอบอาคารให้เทียบเท่าระดับสากล พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรม
- การพัฒนามาตรฐานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาและต้นทุนการก่อสร้าง ทำให้สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพดีในราคาที่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเข้าถึงได้
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนามาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยระบบคอนกรีตหล่อสำเร็จ (Precast Concrete System) นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทุกหน่วยงาน
การเคหะฯพัฒนามาตรฐานการออกแบบ การก่อสร้าง
เพื่อดึงศักยภาพของภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรวิชาชีพ ในการร่วมกันพัฒนามาตรฐานการออกแบบ การก่อสร้าง การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอาคารระบบคอนกรีตหล่อสำเร็จให้มีมาตรฐานในระดับสากล พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ การพัฒนามาตรฐานระบบคอนกรีตหล่อสำเร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง ลดระยะเวลาดำเนินโครงการ ลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสียจากการก่อสร้าง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้ได้มาตรฐาน และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้การเคหะแห่งชาติสามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ แข็งแรง ปลอดภัย ในราคาที่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิต สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและนโยบายการพัฒนาเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ
สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริง
นายทวีพงษ์ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ
"ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทุกภาคส่วนจะร่วมกันกำหนดมาตรฐานด้านการออกแบบ การก่อสร้าง การควบคุมคุณภาพ และการตรวจสอบอาคารระบบคอนกรีตหล่อสำเร็จ รวมถึงสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรม และการจัดกิจกรรมทางวิชาการ เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศ และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน" ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวปิดท้าย







