thansettakij
thansettakij
FTREIT โกยรายได้เฉียด 4,000 ล้าน มูลค่าพอร์ตทะลุ 50,000 ล้าน ลุยลงทุนต่อปี 68

FTREIT โกยรายได้เฉียด 4,000 ล้าน มูลค่าพอร์ตทะลุ 50,000 ล้าน ลุยลงทุนต่อปี 68

08 ธ.ค. 67 | 02:30 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ธ.ค. 67 | 03:03 น.

กองทรัสต์ FTREIT โชว์ผลงานปีงบประมาณ 67 โกยรายได้รวม 3,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% กำไรสุทธิ 2,558 ล้านบาท เดินหน้าขยายพอร์ตแข็งแกร่ง มูลค่าทรัพย์สินทะลุ 50,000 ล้านบาท เตรียมลงทุนต่อเนื่องปี 68 อีก 2,000 ล้านบาท

นายภูมภาร อรุณธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล รีท แมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ FIRM ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ FTREIT เปิดเผยผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2567 (ต.ค. 2566 - ก.ย. 2567) ว่า

FTREIT สามารถรักษาระดับอัตราการเช่าเฉลี่ยได้สูงถึง 85.8% ด้วยแรงหนุนจากดีมานด์ในกลุ่มโรงงานเช่าที่เติบโตจากยุทธศาสตร์ China Plus One ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5% อยู่ที่ 3,969 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิจากการลงทุน 2,558 ล้านบาท

ในปี 2567 FTREIT ลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมจากกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย รวม 10 ยูนิต พื้นที่เช่า 30,800 ตารางเมตร และส่งมอบอาคารใหม่กว่า 5,100 ตารางเมตรในโครงการ Greenfield และ Brownfield รองรับกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) อย่างอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการบิน

โดยส่งผลให้เมื่อสิ้นปีงบประมาณ มูลค่าพอร์ตโฟลิโอเพิ่มขึ้นเป็น 50,573 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เช่ารวม 2.3 ล้านตารางเมตร และมีพื้นที่ Freehold ถึง 72% หรือประมาณ 1.6 ล้านตารางเมตร นับเป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรมที่มีขนาดพื้นที่ให้เช่าสุทธิใหญ่ที่สุด และมีพื้นที่ Freehold มากที่สุดในประเทศไทย

FTREIT ยังเตรียมจ่ายเงินปันผลไตรมาส 4/2567 ในอัตรา 0.1870 บาทต่อหน่วยทรัสต์ ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 ธันวาคม 2567 และจ่ายเงินวันที่ 26 ธันวาคม 2567 รวมจ่ายผลตอบแทนตลอดปี 0.7480 บาทต่อหน่วย

นอกจากนี้ ยังได้รับคัดเลือกกลับเข้าสู่ดัชนี FTSE Global Equity Index Series (FTSE GEIS) ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่งเสริมโอกาสการลงทุนจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ

ภูมภาร อรุณธรรมกุล

สำหรับปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 2567 - ก.ย. 2568) FIRM วางแผนลงทุนเพิ่มราว 2,000 ล้านบาท เพื่อขยายพอร์ตทรัพย์สิน ทั้งในและนอกกลุ่มบริษัท โดยได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยบวก

เช่น การย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการจากจีน มูลค่าการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวตามภาคการผลิต และการบริโภคในประเทศที่เพิ่มความต้องการเช่าคลังสินค้าและโรงงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะหนุนธุรกิจของ FTREIT ด้วยเช่นกัน