thansettakij
thansettakij
 ชาวบ้านขวาง เวนคืน 7โปรเจ็กต์ยักษ์ระส่ำ!

ชาวบ้านขวาง เวนคืน 7โปรเจ็กต์ยักษ์ระส่ำ!

15 พ.ย. 63 | 08:05 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ย. 63 | 08:07 น.

ชาวบ้านขวางเวนคืน ที่ดินกลางกรุงลุกเป็นไฟ 7โปรเจ็กต์ยักษ์ระส่ำ  รถไฟฟ้า  ทางด่วน ทางยกระดับ ถนน กลางกรุง ตัดทะลุตรอกซอกซอย ย้ายสถานีขนส่งหมอชิต-สายใต้ กลับที่เดิม 

ที่ดินกลางกรุงต้องลุกเป็นไฟอีกครั้ง  เมื่อรัฐเตรียมลงมือเวนคืน ไล่รื้อที่ดิน บ้านเรือนประชาชน ให้พ้นเขตทาง ก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ อย่างรถไฟฟ้า  ทางด่วน  ทางยกระดับ หรือแม่แต่ โครงข่ายถนน สายสั้นๆ ตัดทะลุตรอกซอกซอย เพื่อระบายรถให้เดินทางสู่พื้นที่เป้าหมายได้อย่างคล่องตัว ตามการขยายตัวของเมือง แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เรื่องง่าย  หากย้อนดูหลายโครงการที่ผ่านมาต้อง ม้วนเสื่อกลับบ้าน ยกเลิกไปหลายโครงการ

 

โดยเฉพาะแผนตัดถนนทะลุตรอกซอกซอย หลายโปรเจ็กต์กว่าจะก่อสร้างต้องใช้เวลานับ10ปี  ส่งผลให้ต้นทุนค่าที่ดินซึ่งเป็นค่าชดเชยจัดกรรมสิทธิ์สูงหลายเท่าตัว หรือแม้แต่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)บางใหญ่-กาญจนบุรี ของกรมทางหลวง เมืองขยายตัวจน ไม่สามารถเลี่ยงหรือเบี่ยงแนวเส้นทางได้ ขณะเดียวกันยังสร้างช้ากว่ารถไฟฟ้า ในที่สุดแล้วหาก ต้องลงมือก่อสร้างจริง รัฐต้องยอมควักค่าชดเชยให้สมน้ำสมเนื้อ

 

อีกโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเกียกกายและแนวถนนต่อเชื่อม ของกรุงเทพมหานคร(กทม.)ที่ล่าช้าจากงบประมาณมีจำกัด และการต่อต้านของชุมชุน โดยเฉพาะ แนวเส้นทางบริเวณถนนทหารฝั่งพระนครข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา  ผ่าลงย่านฝั่งธนบุรีกวาดร้านอาหารชื่อดังหัวปลาหม้อไฟช่องนนทรี เฉือนที่จอดรถของ โรงพยาบาลยันฮี  ก่อนวิ่งไป ตัดผ่านที่ดินโครงการคอนโดมิเนียม ร้าง บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 95/1 ของสถาปนิกชื่อดังของเมืองไทย  ที่กทม.มีเป้าหมายเปิดหน้าดิน เป็นโครงข่ายถนนทะลุ ออกไปชน ถนนสิริธร เส้นทางรถไฟสายใต้ พุทธมณฑล ถนนบรมราชชนนี ที่เรียกว่า ไม่มีใครยอมใครจนต้อง ต่ออายุ พระราชกฤฏีกาเวนคืนออกไป หลายครั้ง จนกระทั่งขณะนี้ยังไม่ลงมือสร้าง

ไม่ต่างจากแผนพัฒนาเส้นทางใหม่ๆ ของรัฐในปัจจุบัน นับนิ้วได้ราว7โครงการที่จะเกิดขึ้น ในกทม. ไล่จากระบบราง อย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตะวันตก(ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์) แม้พรฏ.เวนคืนยังไม่คลอดแต่ชุมชนประชาสงเคราะห์ย่านใจกลางเมือง เขตดินแดงยังรวมตัวต่อต้าน ไม่ต่ำกว่า200หลังคาเรือนโดยข้อเสนอชุมชนขอให้เจาะเป็นอุโมงค์ลอดผ่าน เพื่อให้ชุมชน อยู่ต่อได้  ขณะการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กลับ มองว่า เส้นทางตัดผ่านบนดินให้รถไฟฟ้าวิ่งน่าจะเหมาะสมแล้วเรียกว่า ประเด็นนี้คงลากยาวฟ้องร้องอุทธรณ์กันไปมา ไม่แพ้ปมฉาวรื้อเกณฑ์ประมูลสายสีส้ม

 

เช่นเดียวกับ ประเด็นร้อนฉ่าชาวบ้านย่านสามยอดถนนเจริญกรุงเขตพระนคร บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่ชาวบ้านร้องเรียนว่า ยังได้รับค่าชดเชยทั้งที่ เปิดใช้เส้นทางแล้วแต่จู่ๆ กับมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เวนคืนขอใช้ที่ดินเพิ่มเติมรุกไล่ที่ดินทำกินชาวบ้านใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างสถานีร่วม อินเตอร์เซนจ์ใหญ่ การเดินทางอีกทั้งยังเป็นทำเลทองค้าขายชาวบ้านนับ100ราย ไม่ยินยอมพร้อมใจออกจากพื้นที่แม้ว่าจะเป็นที่ดินทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ก็ตาม ส่งผลให้ รฟม. ต้องรอคำตอบจาก สำนักทรัพย์สินฯว่าในที่สุดแล้วจะหาทางออกอย่างไรเมื่อรฟม.ขอใช้พื้นที่

 

ขณะที่ รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล(บึ่งกุม-แคราย)ที่แม้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะสนับสนุนให้มีการก่อสร้างแต่ เนื่องจาก ต้องวิ่งอยู่บนต่อม้อเดียวกับ ทางด่วน ขั้นที่3ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ที่รัฐพยายามผลักดันให้มีการก่อสร้างควบคู่กันไปกับทางด่วน (ขั้น 3 ตอน N1) แต่โครงการทางด่วนกลับล้มไม่เป็นท่า เนื่องจาก ผลการเจรจา ระหว่างกทพ.และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไม่บรรลุข้อตกลง

ด้านกทพ.มีแนวคิดปรับเส้นทางใหม่  เพราะได้คำตอบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าการนำ จุดขึ้น-ลงทางด่วนมาไว้ที่แยกมหาวิทยาลัยหรือ บริเวณตอม้อที่1บนถนนประเสิฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์)  เกรงว่า ทางด่วนจะนำรถมาเทกระจาดลง เกิดปัญหารถติดลุกลามถึงฝุ่นพิษ

 

อย่างไรก็ตาม กทพ.เคยอธิบายให้ฟังว่า หาก ขยับแนวออกจากฝั่งมหาวิทยาลัยเกษตร ไปยังอีกฝั่งถนน(ฝั่งตรงข้าม) จะมีผลกระทบมหาศาล เพราะ 1.ต้องเวนคืนไล่รื้อ ตึกแถวอาคารพาณิชย์ บ้านเรือนประชาชนมากกว่า 100-200 หลัง 2.ต้องรื้อย้ายท่อส่งน้ำประปาขนาดใหญ่ 3.มีอาคารขนาดใหญ่เกิดขึ้นหนาแน่นค่าชดเชยสูง4.การต่อต้านค่อนข้างมาก ฯลฯเมื่อเทียบกับขอที่ดินมหาวิทยาลัยเกษตรเพียง1แปลงเป็นต้น

 

ที่เป็นปัญหาลึกไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยได้เคยให้เหตุผลว่านอกจากฝุ่นพิษผลกระทบทางเสียงแล้วยังเกรงว่า อาจได้มีอุบัติเหตุรถตกทางด่วน ร่วงหล่นลงมาในเขตรั้วมหาวิทยาลัยมองว่า ไม่ได้รับความปลอดภัยโดยเฉพาะนิสิต-นักศึกษาอย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา แหล่งข่าวจากกทพ. ยืนยันกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เคยมีแผนปรับแนวให้เลี้ยวไปทาง ย่านบางบัวผ่านที่ดินทหาร ราบ11 ทะลุ คลองประปาโดยไม่ผ่านม.เกษตร  แต่ทหารได้ออกมายืนยันว่า ไม่สามารถให้ใช้พื้นที่สร้างทางด่วนได้เพราะอาจเกิดความไม่มั่นคงทางทหาร

 

อย่างไรก็ตาม การสร้างทางด่วนระบายจราจรเป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะเส้นทางนี้ ล่าช้ามา เกือบ20ปี สะท้อนได้จากตอม้อที่สร้างรอไว้สำหรับทางออก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่าต้อง แก้มติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.)  ตามที่กทพ.ร้องขอเพื่อดำเนินการก่อสร้างช่วงทดแทน N2 เชื่อว่าสามารถดำเนินการได้ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากรายละเอียดอยู่ในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แม้ว่าช่วงทดแทน N2 ยังติดปัญหากับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ตาม

 

ที่เดือนร้อนไม่แพ้กันกระทั่งชาวบ้านออกมา โวยสนั่นนั่นลั่นเมืองคือ กทม.ออกพรฎ.การเวนคืน ซอยวิภาวดี 5วิ่งมุ่งหน้าไปทะลุถนนพหลโยธินซอย18/1 เพื่อก่อสร้างทางยกระดับ เชื่อมโครงการที่ดินหมอชิต กระทบ บริเวณวิก7สี สถานีโทรทัศน์ช่อง7 ส่งผลให้ ชาวบ้านที่อยู่อาศัยท่ามกลางความเจริญบนที่ดินกลางเมืองได้รับผลกระทบต้องออกจากพื้นที่ โดยชาวบ้านในระแวกนั้นชี้แจงว่า การเวนคืนสร้างทางยกระดับเส้นนี้ ต้องการเอื้อเอกชนรายใหญ่รายเดียว แต่ปัญหารุนแรงกลับกระทบชุมชนนั่นคือ เป็นเส้นทางที่รถทัวร์จำนวนมากผ่านทางยกระดับเส้นนี้เพื่อไปเชื่อมลงโครงการหมอชิต

 

ที่ดินที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ที่มีแผนย้ายสถานีขนส่งหมอชิต2กลับมา ที่เดิม ในปี2564  ทำให้เกิดมลพิษฝุ่นและมีเสียงดัง กระทบโดยตรงสำหรับชุมชนรอบข้าง รวมทั้งผู้ที่อยู่อาศัยบนคอนโดมิเนียมและสร้างความแออัดจราจรติดขัด ในกับพื้นที่ ขณะที่ดินหมอชิต2 ถนนกำแพงเพชรซึ่งเป็นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)มีแผนขอคืนพื้นที่อีกทั้งบริษัทขนส่งจำกัด(บขส.ยังติดค้างค่าเช่าที่ดินกว่า 2,000ล้านบาทเช่นเดียวกับการคัดค้านของชาวบ้านต่อกรณีย้าย สถานีขนส่งสายใต้ใหม่บริเวณถนนบรมราชชนนี กลับมายังที่เดิมคือ สถานีขนส่งผู้โดยสารย่าน ปิ่นเกล้า อย่างไรก็ตาม ทั้งสองโปรเจ็กต์สถานีขนส่งผู้โดยสารทั้งหมอชิตและสายใต้ จะเป็นอย่างไร รัฐต้องจัดหาที่ดินใหม่หรือไม่อีกทั้ง ทางยกระดับของกทม.ที่เชื่อมทะลุ วิภาดีซอย5กับพหลโยธินซอย18/1จะ ม้วนเสื่อกลับบ้านอีกโครงการหรือไม่ บอกได้คำเดียวว่าห้ามกระพริบตา !!!