
ติดอาวุธ ผ่าวิกฤติดีมานด์ แห่งอนาคต
หลังวิกฤติโควิด-19 กำลังเป้าหมายสำคัญของทุกแวดวงธุรกิจ ผ่านการปรับทัพ ปรับตัว เข้าสู่วิถีใหม่ หรือ ความปกติใหม่ (New Normal) ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป ส่งสัญญาณ โปรดักต์ หรือ การบริการในแง่เดิมๆ อาจไม่ตอบโจทย์ ดีมานด์ อีกต่อไป
การสร้างแนวความคิด หลักการพัฒนาใหม่ๆ หลังวิกฤติโควิด-19 กำลังเป้าหมายสำคัญของทุกแวดวงธุรกิจ ผ่านการปรับทัพ ปรับตัว เข้าสู่วิถีใหม่ หรือ ความปกติใหม่ (New Normal) ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป ส่งสัญญาณ โปรดักต์ หรือ การบริการในแง่เดิมๆ อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป โดยมีความไม่แน่นอนจากวิกฤติโรคภัย, ความสำคัญของสุขอนามัย, ความปลอดภัย, ช่องทางการซื้อ-ขาย ที่ต้องสะดวกหยืดหยุ่น และความเสี่ยงจากมาตรการล็อกดาวน์ เข้ามาเป็นข้อพิจารณาร่วมด้วย ขณะในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ไทย Real Sector ซึ่งก่อนหน้าถูก “โควิดดิสรัปต์ชัน” แบบไม่ทันตั้งตัวเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ นั้น ก็กำลังเป็นที่ถกเถียง ว่าปรากฎการณ์ New Normal ใดคงตั้งอยู่ถาวร และสูญเปล่าหายไป เป็นเพียงเทรนด์ระยะสั้นที่พบ เพราะนั่นจะมีผลโดยตรงต่อหลักคิด การลงทุน และโอกาสทางการตลาด ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ อย่างตรงจุด ไม่เสียเปล่า
โดยหญิงแกร่งในแวดวงอสังหาฯ อย่าง ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แห่งบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ควบตำแหน่ง อุปนายกสมาคมอาคารชุดไทย และที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สะท้อนมุมมองว่า ศัพท์ New Normal ที่ได้ยินกันแพร่หลายในหลายแง่มุมนั้น บางเรื่องอาจเป็นเพียง Current Abnormal หรือความผิดปกติปัจจุบันเท่านั้น เปรียบภาพวิกฤติน้ำท่วม ปี 2554 ตลาดบ้านจัดสรรในโซนจังหวัดปทุมธานี แทบล่มสลาย คนซื้อกังวล การซื้อ-ขาย หยุดชะงักนานครึ่งปีหนีไปซื้อคอนโดมิเนียมอยู่อาศัย แต่หลังสถานการณ์คลี่คลาย คนก็กลับมาซื้อบ้านแนวราบเหมือนเดิม เพราะมีกลไกทางการตลาด หรือปัจจัยทางกายภาพที่สำคัญกว่าเข้ามาเกี่ยวข้อง วิกฤติคราวนี้ก็เช่นกัน เราเห็นการทิ้งร้างคอนโดฯ คนเปลี่ยนโปรดักต์อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียม ที่เคยเติบโตมาตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มาสู่ตลาดแนวราบ จนมีตัวเลขเติบโตอย่างคึกคัก ผู้ประกอบการเองชะลอการพัฒนาฯคอนโดฯ ตัวเลขเปิดใหม่ร่วงนับ 40% จากความต้องการซื้อที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่าความต้องการในแนวราบก็มีข้อจำกัด ในแง่ความสามารถของผู้ซื้อเช่นกัน จริงอยู่โควิดทำให้อยา
กอยู่บ้านมากกว่าคอนโดฯ เพราะต้องการพื้นที่ส่วนตัว แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีกำลังซื้อแตะแนว
ราบถึง
ทั้งนี้ สิ่งที่มองว่าจะเป็น New Normal ระยะยาวของอสังหาฯ มี 2 เรื่องสำคัญที่ผู้พัฒนาฯ จะต้องเพิ่มดีกรีให้มากขึ้นเท่านั้น หลังจากเดิมเป็นสิ่งที่ถูกคิดและพัฒนาในหลายๆ โครงการมาล่วงหน้าแล้ว 1. การเพิ่มพื้นที่ส่วนตัว เพื่อรองรับการทำงานทั้งภายในห้องพัก และพื้นที่ส่วนกลางของโครงการให้มากกว่าปกติ 2. ความสะอาดและปลอดภัยโดยมักพ่วงมากับเทคโนโลยี แต่ด้วยภาระต้นทุนก่อนหน้าผู้พัฒนาฯ อาจจัดสรรให้ได้ไม่เต็มที่ ฉะนั้นรายใดผลักดันได้ ขายความสะอาดดีเลิศได้ต่างจากโครงการอื่นๆ นั่นอาจเป็นโอกาสในการสร้างจุดขายใหม่
“โควิดไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม แต่เปลี่ยนจุดเด่น-จุดด้อยของโครงการมากกว่า ความน่าสนใจอยู่ที่ วิกฤติคราวนี้ ทำให้ผู้บริโภคเงินน้อยลง แบงก์ให้กู้น้อยลงจำต้องซื้อบ้านถูกลง ขณะผู้ประกอบการต้องรีแพ็กเกจให้ต้นทุนต่ำลง ซึ่งสิ่งแรกที่จะตัด ก็มักเป็นส่วนเสริมโซลูชันต่างๆ ซึ่งย้อนแย้งกับความต้องการ”
อีกหนึ่งธุรกิจที่เผชิญกับความท้าทาย คือ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง โดยพระเอกหลักของวงการ อย่างบริษัท เอสซีจี ซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด โดยนายวชิระชัย คูนำวัฒนา ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจ Living Solution ระบุ สอดคล้องกันว่า “โควิด” เป็นเพียงตัวเร่งปฎิกริยาของการรับแนวโน้มใหม่ๆเข้ามาในธุรกิจ เดิมตลาดก่อสร้างถูกแรงกระตุ้นจากฝั่งผู้ซื้อ ต่อความต้องการลดโลกร้อน, เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลักษณะ Well Being ความเป็นอยู่สุขกาย สบายใจของผู้อยู่อาศัยในบ้านและอาคาร ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันโควิดเข้าตอกย้ำให้คนตระหนักในเรื่องของความสะอาด ปลอดภัยมากขึ้น คาดเป็นเทรนด์ความต้องการระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยในแง่ผู้ผลิตนั้นงานไม่ได้จบแค่ส่วนสำคัญในขั้นตอนการก่อสร้าง เพราะลูกค้า-ผู้อยู่อาศัย ต้องการโซลูชันใหม่ๆ สำหรับการใช้ชีวิตในบ้านที่มากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ เช่น การประหยัดพลังงาน ผ่านการเปิด-ปิดแอร์เองขณะคนไม่อยู่, การควบคุมอากาศสะอาด ทั้งฝุ่น และไวรัส แม้กระทั่งเทรนด์ความต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายลง อย่างการติดตั้ง โซลาร์รูฟ ซึ่งเดิมเป็นเพียงตลาดความต้องการเฉพาะ
ในภาวะที่เศรษฐกิจยังมีปัญหารอฟื้นตัว อาจมองได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับผู้พัฒนาฯต่อการศึกษา และต่อยอดความต้องการใหม่ๆที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในฝั่งบริโภค เพื่อเพิ่มโอกาสแห่งอนาคต เพราะหลังวิกฤติคลี่คลายจากวัคซีนสำเร็จ สินามิเศรษฐกิจจบลง เซ็กเตอร์หลักอย่างอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ที่เปรียบเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงในชีวิต ก็ถูกมองว่า จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วที่สุด จากความต้องการอัดอั้นมหาศาล ทั้งจากกำลังซื้อภายในประเทศและคนต่างประเทศ นั่นเท่ากับ ใครปรับตัวเร็ว และถูกต้อง โอกาสสร้างความได้เปรียบ ช่วงชิงกำลังซื้อยิ่งมีมากกว่า
หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,605 วันที่ 30 สิงหาคม - 2 กันยายน พ.ศ. 2563






