
ส่อง 3 เทรนด์ใหม่สถานที่ทำงาน "ยุคโควิด19"
WeWork เผย 3 เทรนด์ใหม่ของสถานที่ทำงานหลังยุคโควิด-19 หลังผลกระทบเร่งให้นายจ้างและลูกจ้างปรับเปลี่ยนมุมมอง ขณะพบองค์กรขนาดใหญ่ในไทย มีแนวโน้มต้องการพื้นที่ทำงาน ที่มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นในการทำธุรกิจมากขึ้น
นายเรย์ แทน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลีของ WeWork ผู้ให้บริการสถานที่ทำงานระดับโลก กล่าวว่า แม้ปัจจุบันบริษัทต่างๆ เริ่มกลับมาดำเนินกิจการและพนักงานกลับมาทำงานตามปกติ แต่ความต้องการและสิ่งสำคัญได้เปลี่ยนไป ซึ่งอันดับแรกที่ผู้คนนึกถึงในยุควิถีชีวิตใหม่หรือ “นิวนอร์มัล” คือเรื่องของมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัย โดยนอกเหนือจากความต้องการระยะสั้นในการมีพื้นที่ที่มีความปลอดภัยเพื่อให้พนักงานสามารถกลับมาทำงานได้แล้ว พบองค์กรและบริษัทต่างๆ กำลังวางแผนเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสถานที่ทำงาน โดยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยหลายบริษัทเริ่มมีการขยายตัว เป็นสาขาย่อยกระจายไปตามทำเลต่างๆ เพื่อแผนธุรกิจในระยะกลางและระยะยาว รวมถึงการสร้างประสิทธิภาพการทำงานและคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง จากการที่เราได้พูดคุยกับองค์กรชั้นนำหลายๆ แห่ง สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับว่าทีมงานสามารถปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ทุกคนเห็นว่าเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและความเปลี่ยนแปลงที่ตามมาก็เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่บริษัทต่างๆ กลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติและประเทศไทยเริ่มปรับตัวสู่การใช้ชีวิตยุคหลังโควิด-19 WeWork เล็งเห็นถึง 3 เทรนด์สำคัญที่จะกลายเป็นหัวใจขององค์กรขนาดใหญ่ในการพัฒนากลยุทธ์ของสถานที่ทำงานรูปแบบใหม่ ดังนี้
1. ความยืดหยุ่นของสถานที่ทำงาน
บริษัทจำเป็นต้องมีการวางแผนทางธุรกิจที่ยั่งยืน รูปแบบสถานที่ทำงานแบบ Hub-and-Spoke หรือการมีสำนักงานหลักและสำนักงานย่อยเป็นหนึ่งในทางเลือกที่บริษัทสามารถนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มระยะห่างทางสังคม และยังสามารถกระจายกำลังพนักงานไปยังหลากหลายพื้นที่ได้ อีกหนึ่งวิธีในการปรับตัวของบริษัทที่เริ่มกลับมาเปิดปกติคือการใช้ระบบ Phased Approaches หรือการนำระบบใหม่เข้ามาปรับใช้ทีละขั้น เพื่อค่อยๆ สร้างความเปลี่ยนแปลงไปอย่างเป็นขั้นตอนโดยที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ของคนในบริษัทไว้
2. การรองรับการปรับขยายตัวของบริษัทและการบริหารต้นทุนเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
เห็นได้ว่าบริษัทต่างๆ เริ่มมองหาการเปลี่ยนจากการทำสัญญาเช่าพื้นที่ทำงานระยะยาวมาเป็นผู้ให้บริการพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่นอย่าง WeWork ซึ่งลดต้นทุนได้มากถึง 50% และยังรองรับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน รวมถึงช่องทางในการขยับขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต
3. ประสบการณ์ที่พนักงานจะได้รับ
บริษัทจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยเพื่อให้พนักงานกลับมาทำงานได้อย่างมั่นใจ โดยเน้นการสร้างพื้นที่ส่วนตัวไปจนถึงการเพิ่มระดับการทำความสะอาด ซึ่งการให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้นำไปสู่ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน เกิดเป็นแรงผลักดันให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน แรงจูงใจ และความสัมพันธ์ที่ดีของพนักงานในองค์กร
ทั้งนี้ ปัจจุบัน WeWork มีสาขากว่า 32 แห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในประเทศไทยมีสาขาจำนวน 4 แห่ง คือ อาคารเอเชีย เซ็นเตอร์ สาทร, อาคารทีวัน ย่านทองหล่อ, สปริง ทาวเวอร์ พญาไท และเดอะ พาร์ค พระราม 4 ซึ่งตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดขึ้นในประเทศไทย WeWork ได้ลงมือทำตามแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยที่สอดคล้องกับกฎระเบียบและคำแนะนำจากรัฐบาลโดยทันที ในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มรายแรกๆ ในวงการ WeWork มีความตั้งใจที่จะส่งมอบพื้นที่ที่มีความปลอดภัยพร้อมกับนวัตกรรมที่ทันสมัยและมีความพิเศษไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นพันธสัญญาของ WeWork ที่ยึดมั่นมาโดยตลอด ควบคู่ไปกับการวางกลยุทธ์ของสถานที่ทำงานแห่งอนาคต ซึ่งรวมถึงการทำความสะอาดและการดูแลด้านสุขอนามัยที่เพิ่มมากขึ้น การจัดสรรแบ่งโซนที่นั่งและเว้นระยะห่างเพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้ และยังมีป้ายคำแนะนำและจำกัดจำนวนคนในพื้นที่เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าสถานที่ทำงานจะมีความปลอดภัยและเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน
ของประเทศไทยในโลกยุคหลังโควิด-19 ต่อไป






