thansettakij
thansettakij
JLL ชี้กลยุทธ์สู้โควิดวันนี้ ช่องทางใหม่โรงแรมเพิ่มรายได้ระยะยาว  

JLL ชี้กลยุทธ์สู้โควิดวันนี้ ช่องทางใหม่โรงแรมเพิ่มรายได้ระยะยาว  

18 เม.ย. 63 | 03:07 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 63 | 10:38 น.

ผู้ประกอบการโรงแรมไทยดิ้นเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ work from hotel -ห้องพักระยะยาวให้ชาวต่างชาติที่ตกค้าง ลดผลกระทบธุรกิจ หลายกลยุทธ์อาจใช้ต่อไปได้ในระยะยาวหลังวิกฤตการณ์โควิด-19

จากการสังเกตการณ์โดยบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล ผู้ประกอบการโรงแรมไทยใช้กลยุทธ์หลากหลายวิธีเพื่อลดผลกระทบทางธุรกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยบางส่วนเลือกที่จะหยุดกิจการชั่วคราวทั้งสำหรับสาขาในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งเลือกที่จะหากลยุทธ์ใหม่ๆ ในการสร้างรายได้

เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของพนักงานรวมถึงผู้ใช้บริการ กลุ่มโรงแรมใหญ่ๆ ของไทยหลายกลุ่ม อาทิ ไมเนอร์ อินเตอร์ชั่นแนล, ดิ เอราวัณ กรุ๊ป, แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น, เซ็นทารา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท และดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนลได้ประกาศปิดโรงแรมในเครือเป็นการชั่วคราว

นายอเล็กซ์ ซิเกด้า รองประธานฝ่ายบริหารสินทรัพย์ หน่วยธุรกิจบริการที่ปรึกษาด้านโรงแรมของเจแอลแอล กล่าวว่า การที่มีบริษัทจำนวนมากที่ปิดสำนักงานและให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ผู้ประกอบการโรงแรมบางรายจึงถือโอกาสเสนอแพ็กเก็จ Work From Hotel ให้กับผู้ที่อาจสนใจใช้บริการห้องพักราคาพิเศษของโรงแรมใกล้บ้านในช่วงกลางวัน สำหรับเป็นสถานที่ทำงานที่มีความเงียบสงบและสะดวกกว่าที่บ้าน ตัวอย่างเช่น โรงแรม 10 แห่งในเครือแอคคอร์โฮเทลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เสนอบริการให้ใช้ห้องพักในช่วงกลางวันเป็นที่ทำงานสำหรับหนึ่งคนต่อห้อง ยังมีโรงแรมอื่นๆ ที่ให้บริการลักษณะคล้ายกันนี้ อาทิ พูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพ โคโคเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 50 และที 2 เรสซิเดนซ์ สาทร ค่าบริการห้องพักช่วงกลางวันอยู่ระหว่าง 450-4,500 บาทต่อห้องต่อวัน ขึ้นอยู่กับระดับของโรงแรม และประเภทห้องพัก

JLL ชี้กลยุทธ์สู้โควิดวันนี้ ช่องทางใหม่โรงแรมเพิ่มรายได้ระยะยาว  

นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า มีโรงแรมจำนวนมากที่เสนอตัวเป็นโรงพยาบาลสนามสำหรับรองรับผู้ป่วยจากโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง แต่ด้วยข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่มีรายละเอียดมากเกี่ยวกับคุณสมบัติของโรงแรมที่จะสามารถใช้เป็นโรงพยาบาลสนามได้ ทำให้จนถึงขณะนี้ ในกรุงเทพฯมีโรงแรมเพียงสองแห่งที่ผ่านการคัดเลือก คือ โรงแรมปริ๊นสตัน และโรงแรมพาลาสโซ โดยโรงแรมสนามเหล่านี้จะให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงและได้รับค่าตอบแทนโดยตรงจากภาครัฐฯ

ยังมีผู้ประกอบการอีกจำนวนหนึ่งที่เสนอโรงแรมให้กับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัวสำหรับกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางกลับเข้ามาจากต่างประเทศ โดยผู้ประกอบการจะได้รับรายได้จากค่าที่พักและ/หรือค่าบริการอาหาร

แม้จะเป็นกลยุทธ์ที่จะสามารถสร้างรายได้ที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกโรงแรมที่เสนอตัวจะผ่านการคัดเลือกที่มีกฎเกณฑ์สูง นอกจากนี้ บางโรงแรมที่มีคุณสมบัติ อาจยังต้องพบกับการต่อต้านจากชุมชนใกล้เคียง

จากการที่หลายประเทศปิดพรมแดนชั่วคราวซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นไม่ให้คนเดินทางเข้าประเทศ ทำให้มีชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งตกค้างอยู่ในประเทศไทยเนื่องจากไม่สามารถเดินทางกลับประเทศของตนเองได้ ผู้ประกอบการโรงแรมบางรายจึงจับตลาดผู้ใช้บริการห้องพักกลุ่มนี้ ด้วยการเสนอโปรโมชั่นพิเศษสำหรับกรณีการใช้บริการห้องพักระยะยาว สถานการณ์นี้ทำให้เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์มีข้อได้เปรียบค่อนข้างมากในตลาดผู้ใช้บริการห้องพักระยะยาว เนื่องจากห้องพักมีขนาดใหญ่ พร้อมชุดครัว เครื่องซักผ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

จากการที่ภาคธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ทยังคงต้องรับแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ เจ้าของและผู้ประกอบการโรงแรมยังคงใช้ความคิดที่สร้างสรรค์ในการหาวิธีที่จะสร้างรายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานสำหรับการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนต่อภาครัฐฯ ในความพยายามควบคุมและแก้ไขวิกฤตการณ์โรคระบาด

นางสาวปิตินุช ภู่พัฒน์วิบูลย์ รอบบินส์ รองประธานอาวุโสฝ่ายที่ปรึกษา หน่วยธุรกิจบริการที่ปรึกษาด้านโรงแรมของเจแอลแอล กล่าวเสริมว่า “แม้กลยุทธ์ต่างๆ ที่ผู้ประกอบการโรงแรมพยายามใช้เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ อาจมีหลายกลยุทธ์ที่ต้องรอดูต่อไปว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่สำหรับกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลสำเร็จได้จริงแล้ว อาจเป็นกลยุทธ์ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการโรงแรมได้ต่อไปในระยะยาว ไม่เฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 นี้เท่านั้น”