thansettakij
thansettakij
อยากให้‘บ้าน’  ไม่เป็นเพียงที่อยู่อาศัย

อยากให้‘บ้าน’  ไม่เป็นเพียงที่อยู่อาศัย

18 มี.ค. 63 | 01:00 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มี.ค. 63 | 08:04 น.

ผ่ามุมคิด

การแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ท่ามกลางปัจจัยลบที่มากมายในช่วงนี้ สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการมักนำมาจูงใจผู้ซื้อคือเรื่องราคา แต่ย่านเทพารักษ์
จะมีความต่าง เนื่องจากคู่แข่งไม่มาก ทำเลและการพัฒนาโปรดักต์ตอบโจทย์โดนใจลูกค้า โดยอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมาของดีเวลอปเปอร์

จากรับเหมาสู่อสังหาฯ

นายสมศักดิ์ ศรีคุรุวาฬ ผู้อำนวยการ บริษัท ฟัลครัม เวนเจอร์ส จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงที่มาของการจับมือเป็นพันธมิตรธุรกิจกับกลุ่มบริษัท กรีนฟิลด์ แอดไวซอร์ จำกัด จาก ประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งบริษัท ฟัลครัม เวนเจอร์ส จำกัด พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้น เดิมทีได้เข้าสู่วงการด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการให้กับบริษัทสิงคโปร์ ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน ต่อมาเมื่อโครงการแล้วเสร็จบริษัทสิงคโปร์กลับประเทศ คงเหลืออุปกรณ์ก่อสร้างจึงหันมาทำรับเหมาก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรกับหลายแบรนด์ แล้วขยับขยายสู่การพัฒนาอาคารสูงและกลุ่มโรงแรม

จากนั้นจึงเริ่มขยายการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง เพราะเริ่มติดใจวงการนี้จึงเลิกทำงานรับเหมาก่อสร้าง ต่อมากลุ่มกรีนฟิลด์ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ มีประสบการณ์ลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั่วทุกทวีปในโลกมาต่อเนื่องยาวนาน ทั้งในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ได้เริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553 โดยช่วง 5 ปีแรกเข้ามาลงทุนธุรกิจบริการประเภทโรงแรม, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ต่อมาทำการศึกษาวิจัยหลายธุรกิจ แล้วจึงได้ขยายภาคการลงทุนสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

สมศักดิ์ ศรีคุรุวาฬ

 

สะสมแลนด์แบงก์

แม้ในช่วงปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เชื่อว่ายังเป็นธุรกิจที่มีโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และเติบโตได้ในอนาคต นอกจากนั้นยังเชื่อมั่นในศักยภาพ และเสถียรภาพของเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่มีความมั่นคงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย จึงเริ่มมาชักชวนโดยเข้ามาซื้อกิจการโรงแรมและคอนโดมิเนียมแอสพีร่าที่สมุยเป็นแห่งแรก จากนั้นซื้อที่ดินเปล่าที่ป่าตอง ภูเก็ต และตามมาด้วยโรงแรมแกรนด์ สวิส สุขุมวิท 11 เป็นต้น

 

 นายสมศักดิ์ระบุว่า เริ่มซื้อที่ดินเป็นสต๊อกแลนด์แบงก์ไว้มีมูลค่าราว 2,000 ล้านบาท และยังซื้อที่ดินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยสนใจพื้นที่โซนตะวันออกอย่างย่านสมุทรปราการ ทั้งบางพลี บางนา เทพารักษ์ ลาดกระบัง เป็นต้น

ปัจจุบันฟัลครัม เวนเจอร์ส มีสินทรัพย์ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่ดินเปล่าหลายแห่ง ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 2 โครงการ ซึ่งจากนี้ไปจนถึงกลางปีหน้ามีแผนพัฒนาโครงการคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยเน้นโครงการประเภทแนวราบหรือบ้านเดี่ยวเป็นหลัก และมีแผนที่จะเข้าระดมทุนตลาดหลักทรัพย์ฯภายใน 5 ปีอีกด้วย โดยตั้งเป้ารายรับขั้นตํ่าปีละ 400-500 ล้านบาท ซึ่งปีนี้รายได้อาจตํ่ากว่าเป้าประมาณ 3% เพราะปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้น

“สำหรับหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ “ฟัลครัม เวนเจอร์ส” คือการส่งมอบสินค้าคุณภาพให้ถึงมือลูกค้า ซึ่งกว่าจะเกิดโครงการแรกของเรา ต้องผ่านการศึกษาวิเคราะห์วิจัยตัวแทนกลุ่มเป้าหมายหลายร้อยตัวอย่างและใช้เวลานานหลายปี จนมั่นใจว่าเป็นโครงการที่สมบูรณ์แบบ และจากประสบการณ์การทำธุรกิจทั่วทุกทวีปทั่วโลก ทำให้รู้ถึงปัญหาและความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภค ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาพัฒนาให้เป็นประโยชน์ 
ใส่ใจในทุกรายละเอียด นำนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาใส่ในบ้าน เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่อยู่อาศัยในโครงการ”

 

จุดแข็งบริษัท

สิ่งที่เป็นจุดแข็งของบริษัทคือ การนำประสบการณ์ด้านงานรับเหมาที่มีมาในอดีตมาปรับใช้ นำนวัตกรรมมาใส่ในการออกแบบบ้านและบรรยากาศภายในโครงการ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวก มีการคิดไว้ให้อย่างครบถ้วน อาทิ คลับเฮาส์ สระว่ายนํ้าระบบเกลือ ฟิตเนส สวนสาธารณะภายในโครงการที่เน้นพื้นที่สีเขียว ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ทางเข้าด้านหน้าโครงการเข้ามา มีการแยกประตูทางเข้า-ออกของลูกบ้าน กับ Visitor ชัดเจน พร้อมกล้องวงจรปิดทั้งโครงการ ภายในตัวบ้านติดตั้งระบบ Home Automation ทุกหลัง

การออกแบบพานารานี้ไม่เพียงแต่คำนึงถึงหน้าตาบ้าน หรือแค่นำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น ยังเน้นให้ความสำคัญกับ
ผู้สูงวัยด้วย สิ่งต่างๆ สำหรับความสบายใจในการอยู่อาศัย เพราะอยากให้บ้านเป็นที่ที่รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมากที่สุด โครงการจึงเน้นความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเป็นหลัก อยากให้บ้านไม่ใช่เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่บ้านจะเป็นที่พักพิงของทุกคนในครอบครัวที่มีหลายเจเนอเรชันด้วยความเอาใจใส่ของโครงการ เหมือนประโยคที่ว่า “Home is where the heart is”

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,557 วันที่ 15-18 มีนาคม 2563