
"บิ๊กเนม" เอาอยู่ไวรัสอู่ฮั่น ลุ้นกลางปีจีนโอน-ไม่โอน
บิ๊กเนม มีภูมิต้านทานไวรัสอู่ฮั่น เผยปรับตัว ตั้งรับ ลูกค้าจีนหดตัวตั้งแต่ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ขณะหลายค่ายโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วล็อตใหญ่ปลายปี ต้องเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิดกลางปี จีนโอน-ไม่โอน
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีน ซึ่งก่อให้มีผู้ป่วยสะสมและเสียชีวิตจำนวนมาก สร้างผลกระทบโดย ตรงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ลุกลามบานปลายถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เร็ว เชื่อว่า จะลดความเสียหายลงได้มาก แต่ในภาพรวมแล้ว กว่าจีนจะฟื้นตัวน่าจะใช้เวลาเป็นปีจึงจะกลับมาสดใสดังเดิม แต่การเตรียมความพร้อมและความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว น่าจะมีภูมิต้านทานต่อไวรัสตัวนี้
ต่อเรื่องนี้ นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า สถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่หรือไวรัสอู่ฮั่น ยังไม่ได้เป็นปัจจัยกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท แม้ผู้ประกอบการบางส่วนจะกังวลว่าอาจทำให้กลุ่มลูกค้าชาวจีนหายไป โดยมองว่า กลุ่มลูกค้าชาวจีนในตลาด มีสัดส่วนลดลงต่อเนื่องมาสักระยะหนึ่งแล้วจากหลายปัจจัย และผู้ประกอบการเองก็มีการปรับตัว ผ่านการพัฒนาโปรดักต์โฟกัสกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ทดแทนไปล่วงหน้าแล้ว ซึ่งปัญหาโคโรนาไวรัสที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีนัยต่อจำนวนลูกค้าจีนที่จะลดลงมากนัก
อย่างไรก็ตามในมุมกลับ หากจีนยังคงประกาศขยายเวลาวันหยุดตรุษจีนยาวนานกว่าปกติใน 14 มณฑลทั่วประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในของจีนในหลายแง่ จะสร้างแรงกระเพื่อมมายังภาพรวมของเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยเนื่องจากเรามีการพึ่งพากำลังซื้อของชาวจีนในภาคการท่องเที่ยว หากการท่องเที่ยวชะลอตัวลง อาจส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจภายในไทยลดลง คนไม่มีกำลังซื้อ และกระทบมายังภาคธุรกิจต่างๆ รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกของปี ที่เดิมทีมีปัจจัยลบจากวันหยุดยาวต่อเนื่องอยู่แล้ว อาจทำให้ยอดขายในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 ไม่น่าจะเติบโตมากนัก แม้จะมีปัจจัยบวกจากมาตรการ กระตุ้นอสังหาฯ ของภาครัฐ เช่น บ้านดีมีดาวน์, การผ่อนคลายมาตรการ LTV ของธปท. รวมถึงล่าสุด ที่ กนง. ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก ซึ่งเป็นอัตราที่ตํ่ามาก ช่วยให้ต้นทุนผู้ประกอบการและอัตราการผ่อนของลูกค้าลดลงบางส่วนก็ตาม
ทั้งนี้ ได้มีการพูดคุยปรึกษากับภาคการเงิน พบว่า ผลกระทบจากโคโรนาไวรัสต่อเศรษฐกิจโลก ยังห่างไกลจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเมื่อปี 2552 จากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ ไข้หวัดหมู
นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการ บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด พร็อพเพอร์ตี เอเยนต์ในเครือ บมจ. เอพี ไทยแลนด์ ระบุ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยเฉพาะในแง่การโอนกรรมสิทธิ์ในกลุ่มลูกค้าชาวจีน เนื่องจากบริษัทได้มีกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ล็อตใหญ่ของโครงการคอนโดมิเนียม Life One Wireless ที่เป็นพอร์ตลูกค้าต่างชาติหลักๆ คือ ฮ่องกง และจีน ไปเรียบร้อยแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเก็บตกของลูกค้าโอนกรรมสิทธิ์ในประเทศ และจะมีกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้าต่างชาติอีกครั้งในช่วงกลางปี ซึ่งต้องติดตามผลกระทบว่าจะมีมากน้อยอย่างไรต่อประเด็นดังกล่าว
เช่นเดียวกับ นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู บมจ. พฤกษาเรียลเอสเตท สะท้อนว่า ปลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้โอน กรรมสิทธิ์ลูกค้าจีนซื้อคอนโดมิเนียมไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท มีเพียงส่วนน้อยที่อยู่ในช่วงไตรมาสแรกที่ต้องเร่งโอนต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าหากการยับยั้งการแพร่ระบาดได้ภายในไตรมาสแรก หรือไม่เกินครึ่งปีแรก ได้จะช่วยลดผลกระทบได้มาก แต่หากยังลุกลามต่อเชื่อว่าทั้งปีจีดีพีประเทศปีนี้น่าจะเหลือกว่า 2%
นายสุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาพรเอสเตท จำกัด ย้ำว่า ผู้ประกอบการต้องปรับตัวท่ามกลางสถานการณ์ความเสี่ยง บริษัทเน้นทำเลที่มีดีมานด์แท้จริง มุ่งเจาะในระดับราคาเข้าถึงได้ เน้นขายตํ่ากว่าราคาตลาดที่ 15% และยังจำเป็นต้องควบคุมต้นทุนการเงินให้เหมาะสมด้วย เพื่อให้ราคาขายที่ออกมา ลูกค้าเข้าถึงได้ โดยอาศัยจุดแข็งพันธมิตรจากสถาบันการเงินที่ติดต่อให้ความเชื่อถือกันมานานในอัตราดอกเบี้ยตํ่า ขณะเดียวกัน การเดินหน้าพัฒนาโครงการที่ดีนั้น บริษัทใช้หลักป้องกันความเสี่ยง ผ่านสูตรการเงิน 4% เช่น หากมูลค่าโครงการ 2 พันล้านบาท บริษัทต้องมีเงินสดนำร่อง 4% หรือ 80 ล้านบาท สำหรับการดีไซน์ออกแบบสำรวจตลาดไปจนถึงการสร้างสำนักงานขาย เพื่อให้ลูกค้าเห็นเป็นรูปธรรมนำมาซึ่งยอดขายกึ่งหนึ่งประมาณ 25% จึงเดินหน้าพัฒนาต่อ แต่หากไม่ถึงยอดดังกล่าว อาจพิจารณาชะลอออกไปก่อน เป็นต้น
หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,547 วันที่ 9-12 กุมภาพันธ์ 2563






