thansettakij
thansettakij
5 ปัจจัย เพิ่มโวลุ่ม ตลาดคอนโดฯ

5 ปัจจัย เพิ่มโวลุ่ม ตลาดคอนโดฯ

28 ม.ค. 63 | 23:35 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ม.ค. 63 | 06:36 น.

ผ่ามุมคิด

ภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ กึ่งลูกผี​ลูกคนก่อนหน้า​ เริ่มเห็นสัญญาณบวก​ เพิ่มความสดใสจากการที่​ ธปท.​ ยอมถอยผ่อนคลายมาตรการแอลทีวีลง​ ขณะที่กูรูอสังหาฯ​ ไทย​ นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร​ กรรมการผู้จัดการ​ บริษัท​ ซีบีอาร์อี​ (ประเทศไทย)ฯ​ การันตี​ตลาดคอนโดฯมีปัจจัยบวกมากขึ้น​ ซัพพลายลด ผู้ประกอบการปรับตัว​ ราคาตลาดเหมาะสม มั่นใจแนวโน้มภาวะตลาดดีกว่าปีก่อนหน้า​ พร้อมเผยความต้องการผู้ซื้อเปลี่ยน​ จับเทรนด์พัฒนาให้ถูกจับโอกาสเพิ่มยอดขาย

ปัจจัยลบกลายเป็นบวก

ต้องยอมรับว่า​ปีที่ผ่านมา​ตลาดคอนโดฯซบเซา​ ซึ่งมาจากมาตรการของภาครัฐ, ภาวะเศรษฐกิจ​ และความกังวล​ ปรับตัวของผู้บริโภคจากกฎหมายใหม่ๆ​ เช่น​ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง​ แต่มุมมองสำหรับตลาดปีนี้​ มั่นใจว่า​จะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา​

เพราะ​ 1) ธปท.​ช่วยผ่อนคลายกฎเกณฑ์ของแอลทีวีลง​ ถือเป็นการเพิ่มปัจจัยบวกในตลาด​ 2) อัตราภาษีสิ่งปลูกสร้าง​ที่ถูกคำนวณลดลง​ ทำให้ลูกค้าที่เคยกังวล​ไม่เข้าใจ​ และคิดว่าจะต้องถูกเรียกเก็บในอัตราสูงนั้น​ ผ่อนคลายขึ้น​ 3) ซัพพลายคอนโดฯ​ เราพบจากปัจจัยลบก่อนหน้า​ ทำให้ผู้ประกอบการช่วยกันชะลอเปิดโครงการใหม่ในทำเลฮอต​ เช่น​ สุขุมวิท​ จุดนี้จะช่วยปรับสมดุลดีมานด์และซัพพลายให้อยู่ในระดับเหมาะสม​ ​ 4) การปรับตัวของผู้ประกอบการ​ ที่หันมาจับกลุ่มลูกค้าที่มีตัวตน​ เป็นกลุ่มผู้อยู่อาศัยจริงและนักลงทุนระยะยาว​ ไม่ใช่เพื่อกลุ่มเก็งกำไรอย่างในอดีต​ ก็ย่อมช่วยรวมเศรษฐกิจให้ดีขึ้นมาได้​ และส่งต่อมายังความต้องการใน
อสังหาฯ

“วันนี้มีปัจจัยบวกเยอะ​ ซัพพลายใหม่ก็ไม่มาก​ การแข่งขันก็ไม่แรงเท่าเดิม​ ขณะที่ดีเวลอปเปอร์เลือกโฟกัสโปรดักต์ดีๆทำให้คนตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น”

5 ปัจจัย เพิ่มโวลุ่ม ตลาดคอนโดฯ

อลิวัสสา พัฒนถาบุตร​

 

 

 

 

Key Success

นางสาวอลิวัสสา ยังระบุในแง่การปรับตัวของผู้ซื้อ​ที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้​ว่า ปัจจุบันเทรนด์การเลือกที่อยู่อาศัยของคนเปลี่ยนไปมาก มักยึดโยงกับความต้องการของคนหลายเจเนอเรชัน โดยเฉพาะกลุ่มโครงการคอนโดฯระดับบนนั้น​ ลูกค้าเริ่มมาให้ความสนใจถึงโปรดักต์ที่มีบริการหรือเซอร์วิสเสริม และยังมองไปถึงคุณภาพโดยรวมของโครงการ หรือความคุ้มค่า คงทนของวัสดุ, ส่วนประกอบในห้องพักที่ลึกซึ้งขึ้น ขณะเดียวกันจะให้นํ้าหนักไปยังพื้นที่ส่วนกลาง ที่ต่างไปจากความต้องการในอดีต ที่ไม่ใช่เพียงต้องการสระว่ายนํ้า ฟิตเนส ห้องสมุด แบบเดิมๆเท่านั้น แต่ด้วยยุคสมัยที่คนต้องการทั้งความเป็นส่วนตัว และพื้นที่แชร์ประสบการณ์ สื่อสารอยู่ร่วมกัน ฉะนั้น​ทำให้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนารูปแบบของโครงการในลักษณะที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้มากขึ้น เพราะหากไม่ปรับ เท่ากับเสียโอกาสการขายให้กับกลุ่มผู้ซื้อใหม่ๆ

“วันนี้โครงการไหนไม่ปรับเปลี่ยนเสริมเรื่องดังกล่าว เท่ากับไม่รองรับกับความต้องการของคนยุคนี้ และใครที่กล้าเปิดใหม่ แสดงว่ามั่นใจในโปรดักต์นั้นๆ ว่าตอบโจทย์อย่างแท้จริง”

 

ส่องทิศทางราคา

อย่างไรก็ตาม​ เรื่องสำคัญสุด ตัววัดในการตัดสินใจซื้อ​ยังคงเป็น​ “ราคา” พบผู้ซื้อยุคปัจจุบันมีข้อมูลมากขึ้น​ วิเคราะห์ราคา​ และทิศทางของตลาดเป็น​ ต่างจากอดีต​ ที่มองไม่ออกระหว่างราคาของโครงการใหม่และโครงการเก่า​ เหมารวมเหมือนกันไปหมด​ แต่ปัจจุบัน​ เริ่มเรียนรู้ความแตกต่าง​แล้ว​ ส่วนแนวโน้มด้านราคาของตลาด​ในช่วงปีนี้​อาจปรับตัวขึ้นไม่มาก​ เพราะภาวะตลาดไม่เอื้อ​ คาดดีเวลอปเปอร์จะปรับตัวหั่นราคาให้เหมาะกับกำลังซื้อที่มีความเปลี่ยนไป

“ในแง่จิตวิทยาของคนซื้อ​ เชื่อว่าดีเวลอปเปอร์เห็นและเข้าใจ​ คงจะปรับราคามาอยู่ในช่วงที่คนซื้อมองว่าไม่ได้ถูกตั้งมาแบบสูงเกินความเป็นจริง​ 
ทั้งนี้​พบกลุ่มผู้ซื้อในทุกตลาดยังดีอยู่ แต่ตลาดที่น่าจะได้รับความนิยมมากสุด​ คือ​ ตํ่ากว่า​ 5​ ล้านบาท​”

ทั้งนี้​ เชื่อ​ตลาดบนก็ยังสามารถไปได้​ เนื่องจากดีมานด์ยังดี​ โดยเฉพาะทำเลในเมือง​ เพียงแต่โปรดักต์ที่จะออกมานั้น​ ต้องมีความพิเศษ​พอ มีจุดขาย​ และจับลูกค้าอยู่อาศัยเฉพาะกลุ่มอย่างแท้จริง

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,543 วันที่ 26-29 มกราคม 2563