thansettakij
thansettakij
'แสนสิริ'ปลุกตลาดมหาเศรษฐี  ดึงดีไซน์เนอร์โลก ร่วมคอลเลคชั่นแพง จูงใจลูกค้าต่างชาติ

'แสนสิริ'ปลุกตลาดมหาเศรษฐี ดึงดีไซน์เนอร์โลก ร่วมคอลเลคชั่นแพง จูงใจลูกค้าต่างชาติ

26 เม.ย. 62 | 08:07 น.
อัปเดตล่าสุด :27 เม.ย. 62 | 06:46 น.

'แสนสิริ'ปลุกตลาดมหาเศรษฐี  ดึงดีไซน์เนอร์โลก ร่วมคอลเลคชั่นแพง จูงใจลูกค้าต่างชาติ

'แสนสิริ'ปลุกตลาดมหาเศรษฐี  ดึงดีไซน์เนอร์โลก ร่วมคอลเลคชั่นแพง จูงใจลูกค้าต่างชาติ

จากรายงานของ The Wealth Report โดย Knight Frank ประจำปี 2019 เผยว่าเนื่องด้วยจำนวนของอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่พัฒนาขึ้นในจำนวนจำกัดและหายาก ในยุคปัจจุบัน ทำให้กลุ่มบุคคลที่มีสินทรัพย์ในระดับสูงทั่วโลก (UHNW) วางแผนลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่มากขึ้น เปรียบเสมือนการลงทุนในของสะสมที่สร้างมูลค่าในอนาคตประเภทหนึ่ง  ทั้งนี้ พบมูลค่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัวทั่วโลกถึง 289,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ ในปี 2561 ขณะที่ในประเทศไทย จากรายงานของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบว่า มูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ปี 2555-2561 มีการเติบโตค่าเฉลี่ยปีละ 7% โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดฯระดับลักซ์ชัวรี่มียอดการตอบรับเฉลี่ยจากปี 2557-2561 เฉลี่ยสูงถึง 70% และอุปสงค์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกว่า 31% ของโครงการลักซ์ชัวรี่ทั้งหมดในตลาดสามารถขายหมดได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ต่างจากโครงการทั่วไป 417 โครงการ มีเพียง 20% เท่านั้นที่สามารถขายหมดได้เร็วกว่า 1 ปี  

ขณะเดียวกัน อสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มลักซ์ชัวรี่ยังให้อัตราผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ยสูงถึง 7-10% โดยเฉพาะโซนสุขุมวิทชั้นใน จนถึงทองหล่อ มีอัตราผลตอบแทนการลงทุนระดับสูงที่ราว 9.5%  

'แสนสิริ'ปลุกตลาดมหาเศรษฐี  ดึงดีไซน์เนอร์โลก ร่วมคอลเลคชั่นแพง จูงใจลูกค้าต่างชาติ

นายนพปฎล พหลโยธินประธานบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ระบุเสริมว่า ปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์กลุ่มดังกล่าว กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งแนวโน้มกลุ่มลูกค้าหลักในระดับมหาเศรษฐีของทั่วโลก(มีสินทรัพย์มากกว่า 1.6 พันล้านบาท) มีทิศทางเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยปี 2561 เพิ่มขึ้น 4% ประมาณ 1.5 แสนคน รวมถึงกลุ่มคนไทยด้วย ซึ่งจากการสำรวจพบกลุ่มดังกล่าวประมาณ 40% จะมีการซื้อหาอสังหาริมทรัพย์หรือบ้านที่มีราคาค่อนข้างแพงในช่วงทุกๆ 3 ปี เพื่อจุดประสงค์ทั้งเป็นที่อยู่อาศัยเติมเต็มคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก และซื้อเพื่อการลงทุน หวังมูลค่าในเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งกลายเป็นโอกาสของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับบนอย่างแสนสิริ 

" สิ่งที่คนกลุ่มนี้มองหา คือ อสังหาฯที่สามารถสร้างมูลค่าได้ในอนาคต เช่นเดียวกับเครื่องประดับ งานศิลปะหายาก โดยมักเลือกจาก โลเคชั่น ,ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และราคา "  

นายนพปฎล ยังกล่าวว่า ในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายเฉพาะกลุ่มโครงการลักชัวรี ถึง ซูเปอร์ลักชัวรี เติบโตถึง 4% และคาดปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 5% หลังจากปั้นกลยุทธ์พอร์ตโฟลิโอใหม่   “Sansiri Luxury Collection” (แสนสิริ ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็กชั่น) โดยการรวบรวมโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่และแฟล็กชิพซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้นกว่า 22,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับสู่การเป็นแบรนด์อสังหาฯ ลักซ์ชัวรี่ชั้นนำในตลาดต่างประเทศ (Global Luxury Brand) และตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาด ขณะเดียวกันถือเป็นครั้งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่มีการจับมือกับ 5 International Design Talents ดีไซเนอร์นักตกแต่งและอินทีเรียดีไซเนอร์ระดับ Top100 ของโลก คือ เกิร์ท วอร์จานส์ จากเบลเยียม, โลเรนโซ คาสติลโญจากสเปน, 
ฮัตตัน วิลคินสัน ชาวอเมริกัน,แมรี่ ฟอกซ์ ลินตัน ชาวอังกฤษ และ ฟิลิปป์ สตาร์ค มาช่วยในการพัฒนาด้านดีไซน์และการออกแบบตกแต่งบ้านและห้องชุดพิเศษ รวมจำนวน 11 โปรเจ็กต์ (11 ยูนิต จาก 304 ยูนิต ) ใน 3 โครงการสำคัญ คือ บ้านแสนสิริ พัฒนาการ ,เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ และโครงการ คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค ในราคาเริ่มต้น 7.2 แสนบาทต่อตารางเมตร หรือ 90 ล้านบาทขึ้นไป จับลูกค้าทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ซึ่งทั้ง 11 ยูนิต จะทยอยตกแต่งแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ พร้อมตั้งเป้ายอดขายพอร์ต Sansiri Luxury Collection   4,500 ล้านบาท ภายในปี 2562 

" แต่ละโปรเจ็กต์ ค่าตัวของดีไซเนอร์แตะ 8หลัก แต่มองว่าคุ้มค่า เพราะได้มาซึ่งความพิเศษ หายาก ยิ่งเพิ่มความต้องการของลูกค้า 11 ยูนิตดังกล่าว เน้นขายคนไทย 80% แต่ 20% หวังเป็นตลาดต่างชาติ เช่น ชาวเอเชีย ฮ่องกง,สิงคโปร์ ซึ่งการนำดีไซเนอร์ดังระดับโลกครั้งนี้มาร่วม จะสร้างเอกลักษณ์ ภาพจดจำและจะกลายเป็นสะพานเชื่อมให้ลูกค้าต่างชาติรู้จักแสนสิริมากขึ้น จากเดิมที่อาจไม่เข้าถึง "