
คนไทยอยากมีบ้าน ให้ภาครัฐคุมราคาโครงการใหม่
ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ จำนวนกว่า 1 พันคน อายุระหว่าง 21-69 ปี โดยกว่าครึ่งเป็นผู้หญิง และ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจอยู่ในกลุ่มเจนวาย (อายุ 30-39 ปี) นั้น ผู้บริโภคมีทัศนคติที่เป็นบวกมากยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่ 73% เห็นว่าจำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในตลาดมีจำนวนเพิ่มขึ้น และ 41% สามารถเข้าถึงเงินกู้หรือรีไฟแนนซ์ได้ง่ายขึ้น รวมถึง 29% ระบุว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น
นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย DDproperty.com กล่าวว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่คาดหวังให้ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของการมีที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของสังคม ทั้งนี้ รัฐบาลใหม่จะมีความสำคัญอย่างมากต่อการกำหนดนโยบายต่าง ๆ เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างทั่วถึง ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นตลาดการซื้อขาย พร้อมกับสร้างบรรยากาศการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ
ความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีที่อยู่อาศัย อันดับแรกๆ คือ การควบคุมราคาที่อยู่อาศัยที่เป็นโครงการใหม่ 63% โดยผุ้บริโภคมองว่าราคาที่อยู่อาศัยขยับขึ้นเรื่อยๆ รองลงมาคือมาตรการให้เงินอุดหนุนบ้านหลังแรก 54% นอกจากนี้ยังพบว่า 16% ของผู้ตอบแบบสำรวจพึงพอใจลดลง ซึ่งเป็นผลจากการปรับนโยบายด้านสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลไปถึงการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ล่าสุดสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าตลอดปี 2561 ที่ผ่านมามีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน 6%
อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มของตลาดที่ยังเป็นด้านบวก ผู้ประกอบการควรพัฒนาโครงการที่สร้างความแตกต่างอย่างมีคุณภาพ เนื่องจากผู้บริโภคยังคงพิจารณาให้ความสำคัญกับทำเล ความปลอดภัย ราคาต่อพื้นที่ คุณภาพการก่อสร้างหรือโครงสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นอันดับแรก ๆ ตามลำดับ และเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการในการสร้างแรงจูงใจผู้ซื้อ เนื่องจากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่ามีแนวโน้มในการซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 6 เดือนข้างหน้า และเกือบครึ่งของกลุ่มนี้คาดว่าจะซื้อโครงการเปิดใหม่หรือรีเซล นางกมลภัทร กล่าวเสริม
ทั้งนี้ ภาพรวมความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าการสำรวจรอบล่าสุด ผู้บริโภค 66% ยังมีความพึงพอใจต่อสภาพตลาดฯ สูงกว่าการสำรวจในรอบก่อนหน้าที่มีเพียง 57% หรือหากย้อนกลับไปในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคอยู่ที่ 47% เท่านั้น






