
ทายาทรุ่น3โอเชี่ยนพรอพเพอร์ตี้ วางเป้า 3ปี ลุยอสังหาฯโตก้าวกระโดด
ส่วนในปี2563 คาดการณ์รายได้เพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาท เป็นรายได้อสังหาฯเพื่อขาย 1,000 ล้านบาท และรายได้เพื่อเช่า 500 ล้านบาท และในปี 2564 คาดการณ์รายได้เพิ่มเป็น 1,900 ล้านบาท มาจากรายได้อสังหาฯเพื่อขาย 14,000 ล้านบาท และรายได้จากการเช่า 500 ล้านบาท
สำหรับในปี 2562 บริษัทฯมีแผนเปิดตัว 2 โครงการใหม่โครงการแรกภายใต้ชื่อ “โอเชี่ยน ทาวน์ - เมือง รัษฎา ภูเก็ต” มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท บนเนื้อที่ 20 ไร่ อยู่ในเมืองภูเก็ต เป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น จำนวน 171 ยูนิต เป็นอาคารพาณิชย์ 16 ยูนิต สูง 3 ชั้น เริ่มต้นที่ 23 ตร.ว. รวมทั้งหมด 187 ยูนิต
ขณะทาวน์เฮ้าส์สูง 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ขนาดพื้นที่ใช้สอย 18-20 ตร.ว. มี 2 แบบ คือ โดยจะจอดรถได้ 1 คัน และแบบจอดรถได้ 2 คัน ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท จะเปิดขายอย่างเป็นทางการเดือนพ.ค. นี้
อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ได้มีการทดลองตลาด ด้วยการเปิดขายทาวน์เฮ้าส์ไปในช่วงต้นเดือนธ.ค.ปีที่ผ่านมา ได้รับผลได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี มียอดขายไปแล้ว 40 ยูนิต มูลค่า 150 ล้านบาท คาดว่าทั้ง 40 ยูนิต จะเริ่มโอนได้ต้นไตรมาส 4 ปีนี้
ส่วนโครงการที่ 2 ในขอนแก่น ชื่อ “โอเชี่ยน แกรนด์ เรสซิเดนซ์ - มิตรภาพ ขอนแก่น” มูลค่า 360 ล้านบาทพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ สูง 8 ชั้น ในจังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ในที่ดินบริเวณเดียวกันกับโครงการแรกคือ “โอเชี่ยน เรสซิเดนซ์ - มิตรภาพ ขอนแก่น” บนถนนมิตรภาพ ใกล้กับโรงพยาบาลราชพฤกษ์ ขอนแก่น พัฒนาบนเนื้อที่ 1.5 ไร่
“โอเชี่ยน แกรนด์ เรสซิเดนซ์ - มิตรภาพ ขอนแก่น” จะมีจำนวน 240 ยูนิต ขนาดพื้นที่ 22 - 30 ตร.ม ราคาเริ่มต้น 1.5-1.6 ล้านบาท หรือราคาตร.ม.ละ 5.8 หมื่น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าว่าเปิดขายไตรมาส 3 ปีนี้
ขณะโครงการแรกที่ได้เจาะตลาดขอนแก่น "โอเชี่ยน เรสซิเดนซ์ - มิตรภาพ ขอนแก่น" มูลค่า 370 ล้านบาท เนื้อที่ 2 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียมไลว์ไรส์ สูง 8 ชั้น จำนวน 223 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 5.5 หมื่นบาทต่อตร.ม. ปัจจุบันได้ปิดการขายไปแล้วคาดว่าเริ่มทยอยโอนได้เดือนมี.ค.นี้
ปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจของโอเชี่ยนฯ มี 4 ธุรกิจหลัก คือโอเชี่ยน มารีน่า ท่าจอดเรือยอช์ทขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายได้ปัจจุบันประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี ในปีที่แล้วลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ขยายท่าจอดเรือเพิ่มธุรกิจโรงแรม มี 2 แห่ง คือ โรงแรมโอเชี่ยน มารีน่า ยอร์ท คลับ รายได้ 50-60 ล้านบาทต่อปี และโรงแรมหัวหินอัสสรา ที่ปีที่แล้วได้มีการรีโนเวท เปลี่ยนชื่อ เป็น เมอเว่นพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน รายได้เฉลี่ย 160-170 ล้านบาท ธุรกิจสำนักงานให้เช่า 2 แห่ง คือ โอเชี่ยน ทาวน์เวอร์ 1 และโอเชี่ยน ทาวเวอร์ 2 รายได้อยู่ประมาณ 100 ล้านบาท ทั้ง 3 กลุ่มนี้ เป็นธุรกิจสร้างรายประจำรวมประมาณ 500 ล้านต่อปี เฉลี่ยเติบโตปีละ 5-6%
ส่วนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย มีทั้งคอนโดฯและแนวราบ ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมที่พัทยาอยู่ระหว่างขาย คือ โอเชี่ยน พอร์โตฟิโน่ จอมเทียน พัทยา มีสต็อกเหลืออยู่ 15-20% โครงการมีขนาดตั้งแต่ 1-4 ห้องนอน ปัจจุบันเหลือขายแต่ 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 9 ล้านบาทพร้อมเฟอร์นิเจอร์ และแบบ 2 ห้องนอนราคา 13-14 ล้านบาท ปีนี้จะมีการทำแคมเปญกระตุ้นตลาดรอบใหม่ เพื่อให้ปิดการขายได้ภายในปีนี้
อย่างไรก็ดีที่พัทยา มีที่ดินทั้งหมด 120 ไร่ ใช้ที่ดินพัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการ โอเชี่ยน พอร์โตฟิโน่ ไปไม่ถึง 5 ไร่ และเป็นส่วนของ ท่าจอดเรือยอช์ท จึงมีที่ดินรอการพัฒนาในอนาคต ซึ่งมีแผนพัฒนา เป็นคอนโดไฮไรซ์ ราคาขายเฉลี่ยย่านนั้นตร.ม.ละ 1 แสนบาท คาดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท แต่การพัฒนาโครงการนี้คงไม่ใช่ปีนี้ ต้องรอการลงทุนโครงการรถไฟฟ้า สนามบินอู่ตะเภาที่จะเปิดเป็นสนามบินพาณิชย์ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสะดวกมากขึ้น






