
แอล.พี.เอ็น.ยุคผลัดใบ ชูสร้างองค์กรมืออาชีพ
บิ๊กแอล.พี.เอ็น “โอภาส” สร้างทีมบริหารมืออาชีพ ลบภาพองค์กรแบบเถ้าแก่ พลิกสถานการณ์จากถดถอยให้ฟื้นตัวด้วยยอดขาย 20,000 ล้านบาท กับเป้ารายได้ที่ 12,000 ล้านบาท
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัดฯ (LPN) กล่าวว่า ในปี 2560 เป็นปีแรกที่ LPN และบริษัทในเครือได้จัดทัพธุรกิจครั้งใหญ่ถือเป็น “ปีแห่งการปรับเปลี่ยน” นับจากปรับเปลี่ยนคณะผู้บริหาร หลังชุดเดิมที่มีนายทิฆัมพร เปล่งศรีสุข อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารขอเกษียณ ส่งต่อให้ตนเองขึ้นมาแทน ก็ได้เพิ่มทีมบริหารจาก 5 เป็น 10 คน ในจำนวนนี้ 8 คนเป็นลูกหม้อ อีก 2 คนเป็นมืออาชีพจากองค์กรอื่นมาเสริมทัพ ทยอยเข้ามาในเดือนมีนาคมและเมษายนนี้ พร้อมกันนี้ได้นายเกริก วานิชกุล มืออาชีพด้านการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ มาเป็นกรรมการบริษัท
[caption id="attachment_264523" align="aligncenter" width="503"]
โอภาส ศรีพยัคฆ์[/caption]
“ทีมบริหารชุดใหม่ประกอบด้วยผู้บริหาร 3 ช่วงอายุ ที่มีประสบการณ์หลากหลาย มาร่วมกันสร้าง LPN เป็นองค์กรมืออาชีพ เพราะทีมบริหารชุดนี้ไม่มีผู้ร่วมก่อตั้งอยู่เลย ถือเป็นการรีเฟรชแบรนด์ ในการก้าวขึ้นปีที่ 30 ของบริษัท”
พร้อมกันนี้ได้ปรับกลุ่มเป้าหมายจากกลางถึงกลาง-ล่าง จนติดกับดัก ก็ขยายเป็นกลางถึงกลาง-บน พร้อมกับกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ระยะสั้นเพื่อระบายสินค้าพร้อมอยู่ ซึ่งในปี 2560 บริษัทได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ระบายสินค้าพร้อมอยู่ได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท หรือประมาณ 50% ของมูลค่าสินค้าพร้อมอยู่ทั้งหมด
ในช่วง 3 ปีจากปีนี้ถึงปี 2563 ทั้ง LPN และบริษัทในเครือจะสร้างรายได้ให้เติบโตผ่าน 2 กลุ่มธุรกิจหลักคือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจบริการ โดยวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 35-40% และรายได้จากกลุ่มธุรกิจบริการเติบโตอยู่ที่ 20%
โดยปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นประเภทอาคารชุดพักอาศัย 17,000 ล้านบาท และประเภทบ้าน 3,000 ล้านบาท ขณะที่เป้ารายได้จากการขายอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุดพักอาศัย 10,500 ล้านบาท และประเภทบ้าน 1,500 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดเป้าหมายจากการเปิดตัวโครงการใหม่ไว้ที่ 18,000 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุดพักอาศัย 15,000 ล้านบาท และประเภทบ้าน 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ในปี 2561 ในมืออยู่ประมาณ 5,900 ล้านบาท คิดเป็น 50 % ของเป้ารายได้รวม ณ สิ้นปี 2560 มียอด Backlog รวมมูลค่า 7,400 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2561
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัดฯ (LPN) กล่าวว่า ในปี 2560 เป็นปีแรกที่ LPN และบริษัทในเครือได้จัดทัพธุรกิจครั้งใหญ่ถือเป็น “ปีแห่งการปรับเปลี่ยน” นับจากปรับเปลี่ยนคณะผู้บริหาร หลังชุดเดิมที่มีนายทิฆัมพร เปล่งศรีสุข อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารขอเกษียณ ส่งต่อให้ตนเองขึ้นมาแทน ก็ได้เพิ่มทีมบริหารจาก 5 เป็น 10 คน ในจำนวนนี้ 8 คนเป็นลูกหม้อ อีก 2 คนเป็นมืออาชีพจากองค์กรอื่นมาเสริมทัพ ทยอยเข้ามาในเดือนมีนาคมและเมษายนนี้ พร้อมกันนี้ได้นายเกริก วานิชกุล มืออาชีพด้านการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ มาเป็นกรรมการบริษัท
[caption id="attachment_264523" align="aligncenter" width="503"]
“ทีมบริหารชุดใหม่ประกอบด้วยผู้บริหาร 3 ช่วงอายุ ที่มีประสบการณ์หลากหลาย มาร่วมกันสร้าง LPN เป็นองค์กรมืออาชีพ เพราะทีมบริหารชุดนี้ไม่มีผู้ร่วมก่อตั้งอยู่เลย ถือเป็นการรีเฟรชแบรนด์ ในการก้าวขึ้นปีที่ 30 ของบริษัท”
พร้อมกันนี้ได้ปรับกลุ่มเป้าหมายจากกลางถึงกลาง-ล่าง จนติดกับดัก ก็ขยายเป็นกลางถึงกลาง-บน พร้อมกับกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ระยะสั้นเพื่อระบายสินค้าพร้อมอยู่ ซึ่งในปี 2560 บริษัทได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ระบายสินค้าพร้อมอยู่ได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท หรือประมาณ 50% ของมูลค่าสินค้าพร้อมอยู่ทั้งหมด
ในช่วง 3 ปีจากปีนี้ถึงปี 2563 ทั้ง LPN และบริษัทในเครือจะสร้างรายได้ให้เติบโตผ่าน 2 กลุ่มธุรกิจหลักคือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจบริการ โดยวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 35-40% และรายได้จากกลุ่มธุรกิจบริการเติบโตอยู่ที่ 20%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2561






