
กระเบื้องเคนไซบุกตลาดโซเชียลโชว์4นวัตกรรมสินค้า-ปรับทีมบริหารหวังปั้นยอดขาย
กระเบื้องเคนไซ ปรับแผนการตลาดรุกโซเชียลมีเดีย พร้อมปรับทีมบริหาร-ทีมขายรุกตลาดตจว.จริงจัง หวังเป้ายอดขายปีนี้ 360 ล้าน เล็งเพิ่มสัดส่วนตลาดต่างประเทศ
นางสาวนันทรัตน์ ตันติวัฒน์พานิช กรรมการบริหารบริษัทเคนไซ ซีรามิคส์ อินดัสตรี้ จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าในปีนี้บริษัทได้ปรับแผนการทำตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ด้วยการรุกผ่านโซเชียลมีเดียในรูปแบบออนไลน์มากขึ้นพร้อมกับปรับโครงสร้างทีมขายและการบริหารให้เข้าถึงลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดที่ยังมีพื้นที่รุกได้มากกว่า
อย่างไรก็ตาม สินค้าของบริษัทยังคงขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ทั้งร้านขายวัสดุก่อสร้างชั้นนำทั่วไปและผ่านโมเดอร์นเทรดชั้นนำอย่างบุญถาวร แกรนด์โฮมมาร์ท ในส่วนการนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ในปีนี้มี 4 รายการด้วยกัน ประกอบไปด้วย 1.กระเบื้องผนังสามมิติ 2.กระเบื้องช่องลม ที่เน้นดีไซน์ที่ทันสมัยใช้ก่อเป็นผนังโปร่งลมผ่านได้สะดวกรองรับการออกแบบอาคารสีเขียว (Green Building) 3.กระเบื้องสระว่ายน้ำสีและขนาดใหม่ ซึ่งผลิตด้วยเทคนิคพิเศษ และ 4.กระเบื้องทรงข้าวหลามตัด(Diamond shape) ที่ประกอบลวดลายได้หลากหลายตามจินตนาการได้ไม่รู้จบ
“การลงทุนด้านการตลาดปีนี้ยังเน้นไอทีประมาณ 20% เพื่อเจาะฐานคนรุ่นใหม่ให้สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น เกิดการรับรู้แบรนด์มากขึ้น ด้วยการเพิ่มช่องทางการสื่อสารทางการตลาดในสื่อออนไลน์ทุกประเภท อาทิ Facebook, Instagram, Pinterest, Line@, รวมทั้งพัฒนา website ให้สวยงามเน้นสร้างแรงบันดาลใจให้สถาปนิกรุ่นใหม่ อีกทั้งได้ร่วมกับบริษัทสถาปนิกต่างๆด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สนองความต้องการของสถาปนิกที่เปิดกว้างมากขึ้น”
ทั้งนี้ปัจจุบันภาวะแนวโน้มการเติบโตภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พบว่ายังชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมมีจำนวนมาก เคนไซจึงหันไปรุกตลาดบ้านระดับกลาง ระดับบน มากขึ้น สำหรับตัวเลขยอดขายปี 2559 ที่ผ่านมาสามารถทำได้ 240 ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 ประมาณ 10% ส่วนปีนี้ได้ตั้งเป้าไว้ 360 ล้านบาท โดยเป็นสัดส่วนของตลาดต่างประเทศ 20% และตลาดในประเทศ 80%
โดยปกติยอดขายที่ผ่านมาต่างประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 10% ของยอดขายทั้งหมด โดยยอดขายที่เพิ่มในปีนี้คาดว่าจะมาจากการขยายการทำตลาดประเทศในกลุ่ม AEC เป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมั่นใจว่าตลาดในประเทศปีนี้นโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและการสนับสนุนพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจะส่งผลให้ยอดขายของบริษัทฯสูงกว่าปีที่ผ่านมา 20-25% การปรับราคาสินค้านั้นในปีนี้ยังไม่เน้นการปรับราคาเพิ่มแต่อย่างใด
นอกจากนี้บริษัทยังมีความสนใจโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐ โดยเฉพาะการสร้างสนามบินภูมิภาค และยังมีหลายโครงการทยอยพัฒนา ซึ่งช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ลงทุนตามแนวพื้นที่ที่มีเมกะโปรเจกต์ไปลง ดังนั้นปีนี้นโยบายการตลาดยังคงเกาะติดเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลและเอกชน โดยเฉพาะบ้านราคาระดับกลางขึ้นไปยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ ยังเน้นขายผ่านภาคเอกชน โดยเน้นที่ความพอใจของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,262 วันที่ 18 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
นางสาวนันทรัตน์ ตันติวัฒน์พานิช กรรมการบริหารบริษัทเคนไซ ซีรามิคส์ อินดัสตรี้ จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าในปีนี้บริษัทได้ปรับแผนการทำตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ด้วยการรุกผ่านโซเชียลมีเดียในรูปแบบออนไลน์มากขึ้นพร้อมกับปรับโครงสร้างทีมขายและการบริหารให้เข้าถึงลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดที่ยังมีพื้นที่รุกได้มากกว่า
อย่างไรก็ตาม สินค้าของบริษัทยังคงขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ทั้งร้านขายวัสดุก่อสร้างชั้นนำทั่วไปและผ่านโมเดอร์นเทรดชั้นนำอย่างบุญถาวร แกรนด์โฮมมาร์ท ในส่วนการนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ในปีนี้มี 4 รายการด้วยกัน ประกอบไปด้วย 1.กระเบื้องผนังสามมิติ 2.กระเบื้องช่องลม ที่เน้นดีไซน์ที่ทันสมัยใช้ก่อเป็นผนังโปร่งลมผ่านได้สะดวกรองรับการออกแบบอาคารสีเขียว (Green Building) 3.กระเบื้องสระว่ายน้ำสีและขนาดใหม่ ซึ่งผลิตด้วยเทคนิคพิเศษ และ 4.กระเบื้องทรงข้าวหลามตัด(Diamond shape) ที่ประกอบลวดลายได้หลากหลายตามจินตนาการได้ไม่รู้จบ
“การลงทุนด้านการตลาดปีนี้ยังเน้นไอทีประมาณ 20% เพื่อเจาะฐานคนรุ่นใหม่ให้สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น เกิดการรับรู้แบรนด์มากขึ้น ด้วยการเพิ่มช่องทางการสื่อสารทางการตลาดในสื่อออนไลน์ทุกประเภท อาทิ Facebook, Instagram, Pinterest, Line@, รวมทั้งพัฒนา website ให้สวยงามเน้นสร้างแรงบันดาลใจให้สถาปนิกรุ่นใหม่ อีกทั้งได้ร่วมกับบริษัทสถาปนิกต่างๆด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สนองความต้องการของสถาปนิกที่เปิดกว้างมากขึ้น”
ทั้งนี้ปัจจุบันภาวะแนวโน้มการเติบโตภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พบว่ายังชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมมีจำนวนมาก เคนไซจึงหันไปรุกตลาดบ้านระดับกลาง ระดับบน มากขึ้น สำหรับตัวเลขยอดขายปี 2559 ที่ผ่านมาสามารถทำได้ 240 ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 ประมาณ 10% ส่วนปีนี้ได้ตั้งเป้าไว้ 360 ล้านบาท โดยเป็นสัดส่วนของตลาดต่างประเทศ 20% และตลาดในประเทศ 80%
โดยปกติยอดขายที่ผ่านมาต่างประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 10% ของยอดขายทั้งหมด โดยยอดขายที่เพิ่มในปีนี้คาดว่าจะมาจากการขยายการทำตลาดประเทศในกลุ่ม AEC เป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมั่นใจว่าตลาดในประเทศปีนี้นโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและการสนับสนุนพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจะส่งผลให้ยอดขายของบริษัทฯสูงกว่าปีที่ผ่านมา 20-25% การปรับราคาสินค้านั้นในปีนี้ยังไม่เน้นการปรับราคาเพิ่มแต่อย่างใด
นอกจากนี้บริษัทยังมีความสนใจโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐ โดยเฉพาะการสร้างสนามบินภูมิภาค และยังมีหลายโครงการทยอยพัฒนา ซึ่งช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ลงทุนตามแนวพื้นที่ที่มีเมกะโปรเจกต์ไปลง ดังนั้นปีนี้นโยบายการตลาดยังคงเกาะติดเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลและเอกชน โดยเฉพาะบ้านราคาระดับกลางขึ้นไปยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ ยังเน้นขายผ่านภาคเอกชน โดยเน้นที่ความพอใจของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,262 วันที่ 18 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






