
บ้านสว.(สูงวัย)หัวใจวส.(วัยใส)
สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรลืมคำนึงถึงเมื่อต้องเลือกซื้อบ้านซักหลัง หรือปรับปรุงบ้านหลังเก่าของเรา คือลักษณะของสังคมไทยที่เราอยู่กันเป็นครอบครัวขยายครับ เราเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยที่ใครๆก็พูดถึงอารยสถาปัตย์ บ้านเพื่อผู้สูงอายุ หรือบ้านเพื่อผู้ป่วย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการเตรียมตัวตกลงปลงใจพร้อมรับอนาคตกันอย่างไรอย่างนั้น บางครั้ง สิ่งที่เราได้หันกลับมามองหาเวลาออกแบบบ้านซักหลัง ก็คือความสุขที่คิดถึงคนรอบข้างเวลาอยู่ด้วย คนเราเวลาแก่ตัวขึ้นไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวตลอดเวลา ใช้ชีวิตเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวเศร้าสร้อยหรอกครับ คุณปู่คุณย่าทุกคนอยากให้หลานมานอนค้างคืนด้วยในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คุณยายคุณตาอยากพาหลานทำกิจกรรมเล่นดนตรี สอนอ่านหนังสือ เล่าเรื่องเก่าๆที่ท่านผ่านมาในชีวิตก่อนนอนให้หลานฟัง กิจกรรมในครอบครัวยังคงเป็นสิ่งที่เราคนไทยให้ความสำคัญ เพราะงั้นผมคิดว่าการเลือกหรือการออกแบบบ้าน เรื่องที่เราควรให้ความสำคัญอีกเรื่อง คือการออกแบบเพื่อเชื่อมต่อความสุขระหว่างวัยครับ
สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งระหว่าง สว.(สูงวัย) และ วส.(วัยใส) คือเรื่องของความสะดวกและความปลอดภัยในบ้าน การออกแบบบ้านที่ดีสามารถเอาใจคนทั้ง 2 กลุ่มได้พร้อมกันไม่ยากครับ ยกตัวอย่างเช่น ตู้เก็บของในครัวหรือในห้องนั่งเล่น ถ้าใช้สำหรับของที่ต้องหยิบใช้บ่อย ก็ควรจะติดตั้งอยู่ในระดับต่ำกว่าปรกติ กล่าวง่ายๆก็คือ ควรออกแบบให้เปิดใช้ง่าย ไม่ต้องมีการปีนป่ายถึงขนาดต้องขนเอาบันไดมาเปิดตู้ทุกครั้ง ตู้หรือลิ้นชักควรมีขนาดใหญ่กว่าปรกติหน่อย ถ้าทำลิ้นชักพร้อมรางเลื่อนซ้อนอยู่ด้านใน ก็จะเป็นการสร้างความหรูหราสำหรับครอบครัวได้ดีเหมือนกัน ดีกว่าการเน้นใช้วัสดุราคาแพงแต่อย่างเดียว ทำให้ทั้งคุณปู่คุณหลานสามารถดึงลิ้นชักออกมาได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องใช้แรงเยอะหรือก้มๆเงยๆเสี่ยงต่อการถูกบานประตูตู้หรือลิ้นชัดกระแทกศรีษะ และจะยิ่งดีขึ้นไปอีก หากติดตั้งไฟให้ความสว่างในตู้ให้ด้วย เดี๋ยวนี้ไฟ LED ราคาไม่แพงเลยครับ หาซื้อง่ายติดตั้งได้เองราคาเมตรละไม่กี่บาท มีทั้งแบบเป็นเส้นเป็นขดปรับได้ตามทิศทางของตู้ เปลี่ยนสีได้ ฯ ล ฯ กระชากวัยตามอารมณ์(ของท่าน ณ ขณะนั้น)
มุมหนึ่งของบ้านที่หลายคนมองข้าม คือจุดเชื่อมต่อระหว่างบริเวณภายในกับภายนอกบ้าน จังหวะนี้ถ้าจะคิดเรื่องความสุขแบบง่ายๆก่อน อย่าเพิ่งไปกังวลเรื่องการทำพื้นยกระดับสำหรับใช้ wheelchair เลยครับ ขอแค่ให้ทำทางเชื่อมต่อระหว่างห้องนั่งเล่นในบ้านกับส่วนภายนอกไม่ต่างระดับ และไม่มีอะไรมาให้เดินสะดุดกัน ปลอดภัยทั้งในส่วนของคุณหลานและและคุณตาคุณยายก็ถือว่าดีมากแล้วครับ ธรรมชาติของเด็ก(ยิ่งถ้าเป็นเด็กผู้ชาย) บางคนซนขนาดลิงเรียกพี่ พอทำการบ้านเสร็จ ก็พร้อมจะกระโจนออกไปเล่นนอกบ้านหรือในสวนแบบลืมทุกสิ่งในโลก แล้วคุณตาคุณยายก็ต้องมาวิ่งตามหลาน ท่านอาจจะไม่บ่นเรื่องความเหนื่อยในการวิ่งไล่จับเจ้าตัวเล็ก แต่ที่ท่านเป็นกังวลมากกว่า คือการที่คุณหลาน(และตัวท่านเอง)จะสะดุดพื้นต่างระดับหรือขอบวงกบอลูมิเนียมที่ทำไว้หัวคะมำกันซะก่อน พื้นที่ตรงนี้จึงควรออกแบบให้มีระยะ clearance มากที่สุด ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรมาเกะกะให้มากมาย
อย่างในส่วนของห้องครัว หลายคนบอกว่าการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในห้องครัวต้องมีมือจับ หรือ handle ยื่นออกมา เพื่อทำให้เปิดปิดอะไรๆได้ง่าย แต่ผมว่า มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ส่วนหนึ่งที่เจอมาเองจากประสบการตรง คือสะดวกในการใช้งาน แต่เสี่ยงและต้องระมัดระวังกันอยู่สักหน่อย เพราะอะไรก็ตามที่มันยื่นออกมาจากตัวมันเองมันก็ไม่ค่อยจะปลอดภัยเท่าไร เด็กก็ซน คนมีอายุก็ต้องก้มๆเงยๆ จังหวะไม่ดีขึ้นมา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็มีสิทธิ์หัวกระแทกมือจับได้ง่ายๆ เห็นกันมานักต่อนักแล้ว สุดท้ายต้องเลือกเอาที่สะดวก และถนัดกับการใช้ชีวิตที่เป็นอยู่ของเราดีกว่าครับ มือจับหรืออะไรก็ตามที่ยื่นออกมา ผมว่าเก็บไว้ในจุดที่สำคัญๆก็พอ เช่น ทางขึ้นลงบันได ในส่วนของงานห้องน้ำ หรือจุดที่ต้องลุกพยุงตัวบ่อยๆอย่างภายในห้องนอนก็น่าจะเพียงพอ
กิจกรรมอย่างหนึ่งที่คุณยาย คุณแม่ คุณลูก คุณหลานมักทำด้วยกัน คือ ทำกับข้าวครับ ไม่ว่าอาหารรสมือคุณยายหรือคุณแม่จะออกมาอร่อยเด็ดแค่ไหน ที่เจอมาแทบทุกรายคือมีดบาด ไฟลวก การออกแบบครัวที่ดีอย่างหนึ่งคือทำให้ อ่างล้างอยู่ใกล้กับเตาทำอาหาร ถ้าทำได้ ให้อยู่ข้างๆกันเลยยิ่งดีครับ ถ้าไม่ได้จริงๆก็ควรให้อยู่ตรงข้ามกัน ลองคิดภาพว่า คุณยายทำกับข้าวเหนื่อยแล้ว จะเอาแรงที่ไหนมายกกระทะหรือหม้อที่มีของร้อนๆออกจากเตาไปล้าง สำหรับคุณหลาน อาจจะมีพื้นที่ให้เขาได้ภูมิใจในตัวเองจากการได้ช่วยผู้ใหญ่ทำกับข้าว โดยไม่ต้องเสี่ยงกับของร้อนๆหรือของมีคม หรือหากเด็กๆอยากช่วยล้างจานให้ ก็มีระยะห่างจากเตาทำอาหารพอสมควร ไม่เป็นอันตราย
อย่างเรื่องของการจัดเก็บข้าวของภายในครัว ถ้าออกแบบมาไม่ดีพอก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน เด็กๆสมัยนี้ขี้สงสัยกันครับ เวลาคุณยายบอกให้หยิบโน่นหยิบนี่ให้หน่อย ไม่รู้เป็นอะไรต้องล้วงหาของไปลึกๆ(ทั้งๆเจ้าตัวเล็กรู้ว่ายังไงก็หาไม่เจอ เพราะมองไม่เห็น แถมเอื้อมไม่ถึง) แม่บ้านเราเองก็จำไม่ค่อยจะได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน(ของคงเยอะจัด) ล้วงไปล้วงมา ปรากฏว่าไม่เจอของ แถมเจอมีดบาด ไม่ก็ยกจานออกมาตกแตก ฯลฯ โดยเฉพาะมุมตู้ ซึ่งเราเรียกว่า dead space ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรออกแบบให้มันดึงออกมาใช้งานได้ง่าย มีประโยชน์ และปลอดภัยกับทุกคนในบ้านครับ
แล้วพบกับส่วนเล็กๆของความสุขในบ้านสัปดาห์หน้านะครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,261 วันที่ 14 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
อย่างเรื่องของการจัดเก็บข้าวของภายในครัว ถ้าออกแบบมาไม่ดีพอก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน เด็กๆสมัยนี้ขี้สงสัยกันครับ เวลาคุณยายบอกให้หยิบโน่นหยิบนี่ให้หน่อย ไม่รู้เป็นอะไรต้องล้วงหาของไปลึกๆ(ทั้งๆเจ้าตัวเล็กรู้ว่ายังไงก็หาไม่เจอ เพราะมองไม่เห็น แถมเอื้อมไม่ถึง) แม่บ้านเราเองก็จำไม่ค่อยจะได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน(ของคงเยอะจัด) ล้วงไปล้วงมา ปรากฏว่าไม่เจอของ แถมเจอมีดบาด ไม่ก็ยกจานออกมาตกแตก ฯลฯ โดยเฉพาะมุมตู้ ซึ่งเราเรียกว่า dead space ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรออกแบบให้มันดึงออกมาใช้งานได้ง่าย มีประโยชน์ และปลอดภัยกับทุกคนในบ้านครับ
แล้วพบกับส่วนเล็กๆของความสุขในบ้านสัปดาห์หน้านะครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,261 วันที่ 14 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






