
ร.ฟ.ท.เด้งรับผลพิสูจน์วสท. ยกกรณีITDจัดชั้นรับเหมาใหม่ล้อมคอกเกิดเหตุซ้ำ
ร.ฟ.ท.ล้อมคอกหลังเกิดเหตุเด้งรับผลพิสูจน์ต่อกรณีเกิดอุบัติเหตุรถไฟฟ้าสายสีแดง จ่อจัดระดับชั้นบริษัทรับเหมาที่มีผลงานไม่ได้มาตรฐาน ล่าสุดวสท.เผยผลการพิสูจน์กรณีฐานเครนก่อสร้างรถไฟฟ้าล้มที่ดอนเมืองมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 4 แสนบาทเท่านั้น
แหล่งข่าวระดับสูงของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าจากกรณีเกิดเหตุฐานเครนก่อสร้างล้มในโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิตจนทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินนั้น ล่าสุดผลการพิสูจน์ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(วสท.) ได้ความชัดเจนแล้ว หลังจากนี้ร.ฟ.ท.จะนำผลการพิสูจน์ดังกล่าวไปเป็นแนวทางดำเนินการกับโครงการรถไฟสายสีแดงและโครงการอื่นๆต่อไปเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นอีก
“จะมีการนำผลการพิสูจน์ดังกล่าวของวสท.ไปเสนอประกอบบทลงโทษให้ผู้บริหารระดับสูงพิจารณาก่อนที่จะนำผลการพิจารณาไปลงโทษบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ต่อไป โดยในเบื้องต้นอิตาเลียนไทยฯจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตทั้งหมด ส่วนจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอย่างไรอีกบ้างนั้นคงต้องรอให้ผู้บริหารของร.ฟ.ท.พิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อไป
ทั้งนี้จากกรณีการเกิดเหตุดังกล่าว ยังส่งผลให้เตรียมยกระดับมาตรฐานชั้นผู้รับเหมาในแต่ละระดับที่ลงทะเบียนไว้กับร.ฟ.ท.อีกด้วยเพื่อให้ได้บริษัทที่มีมาตรฐานจริงๆ โดยจะมีการพิจารณาในหลายประเด็นที่เป็นการยกระดับบริษัทรับเหมาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ อาทิ ปริมาณเครื่องมือ เงินทุนจดทะเบียน บุคลากร ตลอดจนสถิติการเกิดอุบัติเนื่องจากร.ฟ.ท.ไม่มีการปรับระดับมาตรฐานบริษัทรับเหมามานานหลายปีแล้ว
“โดยเฉพาะระดับชั้นพิเศษและระดับดีหรือดีมากซึ่งมีกรอบวงเงินการรับงานหลักพันล้านบาทในปัจจุบันสมควรจะได้มีการปรับระดับให้สอดคล้องกับยอดวงเงินที่ได้รับในการประมูลที่ปัจจุบันพบว่าโครงการระดับเมกะโปรเจ็กต์ได้มีการปรับวงเงินลงทุนอยู่ในระดับหลักหมื่นล้านบาทแล้ว”
ด้านนายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(วสท.) พร้อมด้วยกระทรวงแรงงาน สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน(องค์การมหาชน) เปิดแถลงถึงผลการพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุจากกรณีดังกล่าวว่าได้เสนอมาตรการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างสำหรับรถไฟฟ้า เพื่อเป็นข้อเสนอแนะที่ได้จากความร่วมปรึกษาหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นข้อปฏิบัติเพิ่มเติมจากที่เคยมีอยู่เดิม เพื่อให้มีความมั่นใจในความปลอดภัยในการทำงาน และความปลอดภัยสาธารณะต่อประชาชน
โดยให้เพิ่มความแข็งแรงของการยึดชุดล้อเลื่อน คานเหล็ก และขายึดให้ติดกับเสาตอม่อให้แข็งแรงขึ้น สามารถรับแรงแนวราบทั้งเดินหน้าและถอยหลังได้ไม่น้อยกว่า 20% ของน้ำหนักโครงเหล็ก 36 ตัน และไม่น้อยกว่า 3% ของน้ำหนักโครงเหล็ก และน้ำหนักชิ้นส่วนคานคอนกรีต 129 ตันด้วยวิธีที่เหมาะสม การติดตั้ง Limit Switch เพื่อจำกัดแรงดันและแรงดึงที่ควบคุมการเดินหน้า และถอยหลังโครงเหล็กให้มีค่าแรงไม่เกินแรงที่ใช้ออกแบบ ทำการอบรมพนักงาน ช่างเทคนิค และคนงานที่ทำการติดตั้งน้ำหนักชิ้นส่วนคานคอนกรีตให้เข้าใจขั้นตอนที่ถูกต้อง และขีดจำกัดของอุปกรณ์
จัดให้มีวิศวกรหรือช่างเทคนิคให้มีหน้าที่ตรวจสอบขั้นตอนการทำงานอย่างเข้มงวด ให้มีการรัดหัวเสาเหล็กโดยรอบทุกตัว กั้นพื้นที่ไม่อนุญาตให้คนทำงานอยู่บริเวณเสาตัวแรกของการยกอุปกรณ์ และกั้นรถไม่อนุญาตให้ผ่านไปมาระหว่างการยกแท่นเหล็ก ต้องติดตั้งวัสดุทึบป้องกันวัสดุตกหล่นจากที่สูง พร้อมต้องทำการตรวจ Launching Truss ทุกตัว
ด้านนายสุวิทยา จันทวงศ์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ประเด็นการเกิดเหตุจนทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์ในครั้งนี้มีกฏหมายเกี่ยวข้องที่สำคัญดังนี้คือพ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 และมีกฏกระทรวงเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง เกี่ยวกับเครื่องจักรและกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการเพื่อให้นายจ้างได้มีการดำเนินการด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
“หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานมีบทกำหนดลงโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,259 วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
แหล่งข่าวระดับสูงของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าจากกรณีเกิดเหตุฐานเครนก่อสร้างล้มในโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิตจนทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินนั้น ล่าสุดผลการพิสูจน์ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(วสท.) ได้ความชัดเจนแล้ว หลังจากนี้ร.ฟ.ท.จะนำผลการพิสูจน์ดังกล่าวไปเป็นแนวทางดำเนินการกับโครงการรถไฟสายสีแดงและโครงการอื่นๆต่อไปเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นอีก
“จะมีการนำผลการพิสูจน์ดังกล่าวของวสท.ไปเสนอประกอบบทลงโทษให้ผู้บริหารระดับสูงพิจารณาก่อนที่จะนำผลการพิจารณาไปลงโทษบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ต่อไป โดยในเบื้องต้นอิตาเลียนไทยฯจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตทั้งหมด ส่วนจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอย่างไรอีกบ้างนั้นคงต้องรอให้ผู้บริหารของร.ฟ.ท.พิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อไป
ทั้งนี้จากกรณีการเกิดเหตุดังกล่าว ยังส่งผลให้เตรียมยกระดับมาตรฐานชั้นผู้รับเหมาในแต่ละระดับที่ลงทะเบียนไว้กับร.ฟ.ท.อีกด้วยเพื่อให้ได้บริษัทที่มีมาตรฐานจริงๆ โดยจะมีการพิจารณาในหลายประเด็นที่เป็นการยกระดับบริษัทรับเหมาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ อาทิ ปริมาณเครื่องมือ เงินทุนจดทะเบียน บุคลากร ตลอดจนสถิติการเกิดอุบัติเนื่องจากร.ฟ.ท.ไม่มีการปรับระดับมาตรฐานบริษัทรับเหมามานานหลายปีแล้ว
“โดยเฉพาะระดับชั้นพิเศษและระดับดีหรือดีมากซึ่งมีกรอบวงเงินการรับงานหลักพันล้านบาทในปัจจุบันสมควรจะได้มีการปรับระดับให้สอดคล้องกับยอดวงเงินที่ได้รับในการประมูลที่ปัจจุบันพบว่าโครงการระดับเมกะโปรเจ็กต์ได้มีการปรับวงเงินลงทุนอยู่ในระดับหลักหมื่นล้านบาทแล้ว”
ด้านนายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(วสท.) พร้อมด้วยกระทรวงแรงงาน สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน(องค์การมหาชน) เปิดแถลงถึงผลการพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุจากกรณีดังกล่าวว่าได้เสนอมาตรการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างสำหรับรถไฟฟ้า เพื่อเป็นข้อเสนอแนะที่ได้จากความร่วมปรึกษาหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นข้อปฏิบัติเพิ่มเติมจากที่เคยมีอยู่เดิม เพื่อให้มีความมั่นใจในความปลอดภัยในการทำงาน และความปลอดภัยสาธารณะต่อประชาชน
โดยให้เพิ่มความแข็งแรงของการยึดชุดล้อเลื่อน คานเหล็ก และขายึดให้ติดกับเสาตอม่อให้แข็งแรงขึ้น สามารถรับแรงแนวราบทั้งเดินหน้าและถอยหลังได้ไม่น้อยกว่า 20% ของน้ำหนักโครงเหล็ก 36 ตัน และไม่น้อยกว่า 3% ของน้ำหนักโครงเหล็ก และน้ำหนักชิ้นส่วนคานคอนกรีต 129 ตันด้วยวิธีที่เหมาะสม การติดตั้ง Limit Switch เพื่อจำกัดแรงดันและแรงดึงที่ควบคุมการเดินหน้า และถอยหลังโครงเหล็กให้มีค่าแรงไม่เกินแรงที่ใช้ออกแบบ ทำการอบรมพนักงาน ช่างเทคนิค และคนงานที่ทำการติดตั้งน้ำหนักชิ้นส่วนคานคอนกรีตให้เข้าใจขั้นตอนที่ถูกต้อง และขีดจำกัดของอุปกรณ์
จัดให้มีวิศวกรหรือช่างเทคนิคให้มีหน้าที่ตรวจสอบขั้นตอนการทำงานอย่างเข้มงวด ให้มีการรัดหัวเสาเหล็กโดยรอบทุกตัว กั้นพื้นที่ไม่อนุญาตให้คนทำงานอยู่บริเวณเสาตัวแรกของการยกอุปกรณ์ และกั้นรถไม่อนุญาตให้ผ่านไปมาระหว่างการยกแท่นเหล็ก ต้องติดตั้งวัสดุทึบป้องกันวัสดุตกหล่นจากที่สูง พร้อมต้องทำการตรวจ Launching Truss ทุกตัว
ด้านนายสุวิทยา จันทวงศ์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ประเด็นการเกิดเหตุจนทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์ในครั้งนี้มีกฏหมายเกี่ยวข้องที่สำคัญดังนี้คือพ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 และมีกฏกระทรวงเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง เกี่ยวกับเครื่องจักรและกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการเพื่อให้นายจ้างได้มีการดำเนินการด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
“หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานมีบทกำหนดลงโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,259 วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






