
ต่อยอดความสำเร็จจากเมกาบางนา สู่โครงการ‘เมกาซิตี้’ เมืองใหม่ที่ตอบทุกโจทย์ของการใช้ชีวิตอย่างครบวงจร
[caption id="attachment_146523" align="aligncenter" width="503"]
ต่อยอดความสำเร็จจากเมกาบางนา สู่โครงการ‘เมกาซิตี้’ เมืองใหม่ที่ตอบทุกโจทย์ของการใช้ชีวิตอย่างครบวงจร[/caption]
กรุงเทพฯฝั่งตะวันออก หรือ ถนนบางนา-ตราด กลายเป็นหนึ่งทำเลทองแห่งใหม่ ซึ่งกำลังเติบโตและมีศักยภาพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยบวกด้านการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน โครงการรถไฟฟ้า อาทิ ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท (บางจาก – แบริ่ง) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว – สำโรง) ในปี พ.ศ.2563 รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว (บางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ในปี พ.ศ.2565 โดยเห็นได้ชัดจากการขยายตัวออกมาจากใจกลางเมืองของบ้าน ที่อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งโครงการใหม่และใหญ่ยักษ์ที่น่าจับตามอง คือ โครงการเมกาซิตี้ จากการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ของ บริษัท เอสเอฟดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าแนวราบที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนซึ่งจะมาพลิกโฉมหน้าของถนนแห่งอนาคตสายนี้ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ได้อย่างแน่นอน
คุณคริสเตียน โอลอฟสัน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนาและโครงการเมกาซิตี้ (บริษัท เอสเอฟดีเวลอปเมนท์ จำกัด)ฉายภาพว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมกาบางนาในปี พ.ศ.2555 ได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งจากผู้ประกอบชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยวัดได้จากสถิติของผู้เข้าใช้บริการต่อวันประมาณ 150,000 คนหรือมากกว่า 3.5 ล้านคนต่อเดือนหรือกว่า 40 ล้านคนต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 10 เปอร์เซ็นต์ทุกปี โดยจุดเด่นของเมกาบางนาคือทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบายต่อการเดินทาง ชัดเจนด้วยคอนเซ็ปต์ของการออกแบบที่มุ่งเน้นความครบครันจากแบรนด์แฟชั่นหลากหลาย แฟลกซิปสโตร์ IKEA เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านจากสวีเดน รวมทั้งร้านอาหารยอดนิยม ที่สำคัญประชากรในย่านนี้มีกำลังซื้อสูง
กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนาและโครงการเมกาซิตี้ เล่าต่ออีกว่า ซึ่งจากผลลัพธ์และอัตราเติบโตดังกล่าว ศูนย์การค้าเมกาบางนาได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการกางแผนพัฒนาโครงการใหม่ในชื่อ “เมกาซิตี้” อสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ ยูส” (Mixed-use Development)บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 67,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Quality time” ซึ่งครบครันไปด้วย โรงแรม อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย ส่วนต่อขยายของศูนย์การค้าและอื่นๆ โดยปักหมุดเป้าหมายไว้ว่า “โครงการเมกาซิตี้จะเป็นศูนย์กลางหรือเมืองแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์ในทุกไลฟสไตล์กับผู้คนทั้งใช้ชีวิต ทำงาน อยู่อาศัยและพักผ่อนในที่ที่เดียวด้วยความครบวงจร เพื่อปลุกปั้นให้ดินแดนแห่งนี้เป็น Landmark สำคัญของกรุงเทพฯ”
สำหรับโครงการเมกาซิตี้สามารถรองรับผู้เข้ามาใช้บริการต่อวันได้มากถึง 250,000 คน โดยเบื้องต้นเราแบ่งการพัฒนาเป็นหลายเฟส ซึ่ง เฟสแรกที่เริ่มดำเนินการไปแล้วคือ การสร้างลานจอดรถเพิ่มเติมที่สามารถรองรับการใช้บริการได้ประมาณ 1,200 คัน และส่วนขยายของศูนย์การค้าเมกาบางนาในโซน Food walk เพิ่มอีกประมาณ 40 ร้าน โดยมีร้านอาหารชื่อดังอย่าง Bon Chon, Godfather และ Starbucks พร้อมด้วย“ท็อปส์ ฟู๊ด แอนด์ ไวน์ ซูเปอร์มาร์เก็ต”รวมถึงการการสร้างถนนด้านหลังโครงการ เพื่อทำให้การเข้า-ออกโครงการสะดวกขึ้น ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 2,000 ล้านบาท ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปีนี้พร้อมกันนี้ ก็ยังเตรียมสร้าง โซน Entertainment, Leisure, Sport, Education โดยมี “Latitude” ซึ่งเป็น Sport Entertainment ชื่อดังจากออสเตรเลีย เป็นผู้เช่ารายใหญ่ในโซนนี้ คาดว่าจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2561
“โครงการเมกาซิตี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนามากกว่า 10 ปีจึงจะครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ในแต่ละเฟส เช่นโรงแรม ที่พักอาศัย และอาคารสำนักงาน ก็จะทยอยเผยโฉมหน้ามาให้ลูกค้าได้เห็น และได้ใช้บริการกัน ซึ่งในด้านการลงทุนและพัฒนานั้น เราพร้อมที่จะเปิดรับพันธมิตรเข้ามาช่วยกันพัฒนาโครงการแห่งนี้ เช่น เมกาบางนาได้แต่งตั้งให้ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนในการคัดเลือกบริษัทที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารโรงแรมแห่งแรกของโครงการเมกาซิตี้”คุณคริสเตียน โอลอฟสัน กล่าวเพิ่ม
ถือได้ว่า เมกาซิตี้ คือย่างก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของทำเลกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก เราพร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในเพื่อรองรับการเติบโตและความต้องการของประชากรในทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกันนี้ยังเป็นฟันเฟืองที่สำคัญให้กับภาครัฐในการขยับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงความสะดวกสบายไปสู่จุดหมายปลายทางต่างๆ ทั้งในแง่ของการลงทุน เส้นทางการขนส่ง ตลอดจนโอกาสใหม่ๆที่จะสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจด้านการค้าปลีก ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมบริการต่างๆของไทย ที่สำคัญเมืองใหม่แห่งนี้จะเป็นส่วนเติมเต็มความครบวงจรให้กับประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในการใช้ชีวิตบนช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความสุขกับโครงการแห่งนี้ “เมกาซิตี้” คุณคริสเตียน โอลอฟสัน กล่าวทิ้งท้ายด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและตั้งใจ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,259 วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
กรุงเทพฯฝั่งตะวันออก หรือ ถนนบางนา-ตราด กลายเป็นหนึ่งทำเลทองแห่งใหม่ ซึ่งกำลังเติบโตและมีศักยภาพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยบวกด้านการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน โครงการรถไฟฟ้า อาทิ ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท (บางจาก – แบริ่ง) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว – สำโรง) ในปี พ.ศ.2563 รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว (บางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ในปี พ.ศ.2565 โดยเห็นได้ชัดจากการขยายตัวออกมาจากใจกลางเมืองของบ้าน ที่อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งโครงการใหม่และใหญ่ยักษ์ที่น่าจับตามอง คือ โครงการเมกาซิตี้ จากการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ของ บริษัท เอสเอฟดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าแนวราบที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนซึ่งจะมาพลิกโฉมหน้าของถนนแห่งอนาคตสายนี้ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ได้อย่างแน่นอน
คุณคริสเตียน โอลอฟสัน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนาและโครงการเมกาซิตี้ (บริษัท เอสเอฟดีเวลอปเมนท์ จำกัด)ฉายภาพว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมกาบางนาในปี พ.ศ.2555 ได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งจากผู้ประกอบชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยวัดได้จากสถิติของผู้เข้าใช้บริการต่อวันประมาณ 150,000 คนหรือมากกว่า 3.5 ล้านคนต่อเดือนหรือกว่า 40 ล้านคนต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 10 เปอร์เซ็นต์ทุกปี โดยจุดเด่นของเมกาบางนาคือทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบายต่อการเดินทาง ชัดเจนด้วยคอนเซ็ปต์ของการออกแบบที่มุ่งเน้นความครบครันจากแบรนด์แฟชั่นหลากหลาย แฟลกซิปสโตร์ IKEA เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านจากสวีเดน รวมทั้งร้านอาหารยอดนิยม ที่สำคัญประชากรในย่านนี้มีกำลังซื้อสูง
กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนาและโครงการเมกาซิตี้ เล่าต่ออีกว่า ซึ่งจากผลลัพธ์และอัตราเติบโตดังกล่าว ศูนย์การค้าเมกาบางนาได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการกางแผนพัฒนาโครงการใหม่ในชื่อ “เมกาซิตี้” อสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ ยูส” (Mixed-use Development)บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 67,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Quality time” ซึ่งครบครันไปด้วย โรงแรม อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย ส่วนต่อขยายของศูนย์การค้าและอื่นๆ โดยปักหมุดเป้าหมายไว้ว่า “โครงการเมกาซิตี้จะเป็นศูนย์กลางหรือเมืองแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์ในทุกไลฟสไตล์กับผู้คนทั้งใช้ชีวิต ทำงาน อยู่อาศัยและพักผ่อนในที่ที่เดียวด้วยความครบวงจร เพื่อปลุกปั้นให้ดินแดนแห่งนี้เป็น Landmark สำคัญของกรุงเทพฯ”
สำหรับโครงการเมกาซิตี้สามารถรองรับผู้เข้ามาใช้บริการต่อวันได้มากถึง 250,000 คน โดยเบื้องต้นเราแบ่งการพัฒนาเป็นหลายเฟส ซึ่ง เฟสแรกที่เริ่มดำเนินการไปแล้วคือ การสร้างลานจอดรถเพิ่มเติมที่สามารถรองรับการใช้บริการได้ประมาณ 1,200 คัน และส่วนขยายของศูนย์การค้าเมกาบางนาในโซน Food walk เพิ่มอีกประมาณ 40 ร้าน โดยมีร้านอาหารชื่อดังอย่าง Bon Chon, Godfather และ Starbucks พร้อมด้วย“ท็อปส์ ฟู๊ด แอนด์ ไวน์ ซูเปอร์มาร์เก็ต”รวมถึงการการสร้างถนนด้านหลังโครงการ เพื่อทำให้การเข้า-ออกโครงการสะดวกขึ้น ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 2,000 ล้านบาท ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปีนี้พร้อมกันนี้ ก็ยังเตรียมสร้าง โซน Entertainment, Leisure, Sport, Education โดยมี “Latitude” ซึ่งเป็น Sport Entertainment ชื่อดังจากออสเตรเลีย เป็นผู้เช่ารายใหญ่ในโซนนี้ คาดว่าจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2561
“โครงการเมกาซิตี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนามากกว่า 10 ปีจึงจะครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ในแต่ละเฟส เช่นโรงแรม ที่พักอาศัย และอาคารสำนักงาน ก็จะทยอยเผยโฉมหน้ามาให้ลูกค้าได้เห็น และได้ใช้บริการกัน ซึ่งในด้านการลงทุนและพัฒนานั้น เราพร้อมที่จะเปิดรับพันธมิตรเข้ามาช่วยกันพัฒนาโครงการแห่งนี้ เช่น เมกาบางนาได้แต่งตั้งให้ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนในการคัดเลือกบริษัทที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารโรงแรมแห่งแรกของโครงการเมกาซิตี้”คุณคริสเตียน โอลอฟสัน กล่าวเพิ่ม
ถือได้ว่า เมกาซิตี้ คือย่างก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของทำเลกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก เราพร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในเพื่อรองรับการเติบโตและความต้องการของประชากรในทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกันนี้ยังเป็นฟันเฟืองที่สำคัญให้กับภาครัฐในการขยับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงความสะดวกสบายไปสู่จุดหมายปลายทางต่างๆ ทั้งในแง่ของการลงทุน เส้นทางการขนส่ง ตลอดจนโอกาสใหม่ๆที่จะสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจด้านการค้าปลีก ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมบริการต่างๆของไทย ที่สำคัญเมืองใหม่แห่งนี้จะเป็นส่วนเติมเต็มความครบวงจรให้กับประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในการใช้ชีวิตบนช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความสุขกับโครงการแห่งนี้ “เมกาซิตี้” คุณคริสเตียน โอลอฟสัน กล่าวทิ้งท้ายด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและตั้งใจ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,259 วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






